"ทับทิม" อัญมณีแห่งการรักษาโรค

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ทับทิม มีชื่อวิทยาศาสตร์ Punica granatum L. ชื่อวงศ์ PUNICACEAE และชื่ออื่นๆ เช่น พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ โดยเป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ดอกสีแดง ผลกลม เมล็ดจำนวนมาก เนื้อหุ้มเมล็ดสีชมพู หรือสีชมพูอมแดง

ว่ากันว่า...ทับทิมเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ของหลายชนชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเชื่อว่า ทับทิมเป็นไม้มงคล ส่วนของใบหรือกิ่ง สามารถขับไล่ภูตผีปีศาจ มักใช้ใบทับทิมแช่น้ำ ล้างหน้าล้างมือ หลังกลับจากงานศพ เพื่อมิให้วิญญาณติดตามเข้ามาบ้าน และกำจัดโชคร้าย คนชาติพันธุ์ไทยทุกกลุ่ม มีความเชื่อเรื่องความเป็นไม้มงคลเช่นกัน จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า พิลา เพี้ยนมาจาก ผีลา คือ ถ้ามีต้นทับทิมแล้ว ผีก็ลาจากหน้าบ้านไปเลย ทำให้ทั้งคนจีนและคนไทย นิยมปลูกทับทิมไว้ตามบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังเป็นไม้ประดับไม้ผลที่สวยงาม เปลือกและผลใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีเขียว ถ้าไปผสมกับขมิ้นหรือคราม จะได้สีน้ำตาลอมแดง

หากมองอีกนัยหนึ่ง การปลูกทับทิมไว้ใกล้ๆบ้าน น่าจะเป็นอุบายของคนโบราณ ที่ทำให้มียาไว้ใช้ได้ทันท่วงที เพราะทับทิมสามารถใช้เป็นยาได้ทุกส่วน สรรพคุณเด่น คือ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคท้องเสีย ในสมัยก่อนช่วยให้คนรอดตาย จากท้องร่วงท้องเสียมานักต่อนัก อีกทั้งยังรักษาแผล ฝี หนอง และเป็นยาขับพยาธิ

งานวิจัยยืนยันสรรพคุณทับทิมว่า เชื้อโรคดื้อยาแผนปัจจุบันมากขึ้น อาจหันมาพัฒนายาฆ่าเชื้อจากสมุนไพรที่มีศักยภาพ นั่นคือ ทับทิม

ความเชื่อของชาวจีน เกี่ยวกับทับทิมอีกอย่างหนึ่ง คือ ถือเป็นผลไม้มงคลในวันแต่งงาน เพราะผลทับทิมที่มีเมล็ดอยู่มากมาย จึงหมายถึงการมีลูกหลานมากมาย ในพิธีแต่งงานของชาวจีน จะปักยอดทับทิมไว้บนผมเจ้าสาว และให้ผลทับทิมเป็นของขวัญแก่บ่าวสาว เพื่อเป็นการอวยพรให้มีบุตรชายและลูกหลานมากๆ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ ในการดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ และความอุดมสมบูรณ์ จากความเชื่อดังกล่าว ได้มาสอดคล้องกับที่หมอโบราณสอนลูกศิษย์ว่า หากอยากรู้ว่าสมุนไพรใดแก้โรคใด ให้ดูจากลักษณะของมัน ถ้าคล้ายกับอวัยวะส่วนไหน จะช่วยรักษาอวัยวะส่วนนั้น ซึ่งรูปทรงของผลทับทิม คล้ายเต้านมผู้หญิง เมล็ดสีแดงถ้าจะเปรียบ ก็คงเหมือนเม็ดเลือด หมอยาไทใหญ่บอกว่า ทับทิมมีประโยชน์กับมนุษย์ ช่วยบำรุงร่างกาย แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้เลือดลมเดินสะดวก ผู้หญิงควรกินเป็นประจำ ทำให้มีลูกหลานมากมาย ดีต่อผู้หญิงท้อง ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จะให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส

ถึงแม้ว่าหญิงสาวสมัยนี้ จะไม่ปรารถนา มีลูกมากเหมือนคนเก่าก่อน แต่ไม่ควรมองข้ามประโยชน์ของทับทิม เพราะมีการวิจัยใหม่ๆพบอีกว่า น้ำทับทิม...มีผลลดการเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ให้ประโยชน์ต่อหัวใจ ช่วยป้องกันมะเร็ง ผู้หญิงกินทับทิมเป็นประจำ จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ ที่เป็นประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และโอสถสารอื่นๆ

ตำรับยาจากทับทิม

  • ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน นำเนื้อในของผลสุก 1 ลูก คั้นเอาแต่น้ำดื่ม ยานี้เหมาะสำหรับคนท้อง ดื่มตอนเช้าครั้งละ 1 แก้ว ขณะที่ท้องกำลังว่าง
  • ยาน้ำกัดเท้า นำเปลือกลูกทับทิมตากแห้ง ฝนเข้ากับน้ำปูนใสให้ข้น มาล้างเท้าและเช็ดง่ามนิ้วให้สะอาด ทำทุกครั้งที่เหยียบย่ำน้ำกลับมา
  • ยาแก้ผมร่วง นำใบบดน้ำทาวันละ 2 ครั้ง
  • ยาแก้พิษหนู แมงป่อง ตะขาบ ผึ้ง ใช้ใบทับทิมบด นำมาทาให้บ่อยครั้ง ในบริเวณที่เป็น
  • บำรุงผิวหน้า ทำให้นุ่มกระชับ ใช้ใบทับทิมมาทุบ แล้วค่อยมาคั้นน้ำ จากนั้นผสมกับน้ำจากเม็ดทับทิม แล้วค่อยนำมาทาบริเวณใบหน้า
  • ยาแก้ท้องเสีย นำยอดทับทิม มาต้มกับพริก หรือนำใบทับทิม มาย่างไฟอ่อนๆ นำมาต้มกับน้ำสุก แล้วนำน้ำสุกรับประทานแก้ท้องเดิน
  • ยาแก้เล็บขบ ให้นำยอดของทับทิมเจ็ดยอด ข้าวเหนียวเจ็ดเม็ด บดผสมกัน พอกเล็บขบ
  • ยาแก้สิว น้ำลูกทับทิมบีบใส่สิว แล้วทาให้ทั่วหน้า เม็ดสิวจะยุบ และไม่มีรอยด่างดำด้วย

สมัยโบราณมีการใช้น้ำทับทิม เป็นโอสถชูกำลังบำรุงหัวใจชุ่มชื่น โดยใช้ผลที่สุกเต็มที่ ผลใหญ่ 8 ผล และน้ำตาล 175 กรัม มีวิธีการทำ...

1. ใช้มีดคมฝานเปลือกทับทิมออกทั้งลูก

2. แกะเม็ดทับทิมออก บีบผลทับทิมเบาๆ เพื่อจะช่วยให้เม็ดหลุดจนหมดทีละซีก

3. ซักผ้ามัสลินหรือผ้าขาวบาง ในน้ำเปล่าสะอาดๆ บิดให้แห้งสะบัดผ้า แล้วนำมาห่อเม็ดทับทิม จากนั้นบีบคั้นน้ำทับทิม ใส่ถ้วยเตรียมไว้

4. ต้มน้ำทับทิมและน้ำตาลในหม้อด้วยไฟอ่อนๆ คนจนน้ำตาลละลายหมด เมื่อเดือดแล้วลดไฟอ่อนที่สุด เคี่ยวต่อไปอีก 10 หรือ 15 นาที จนกระทั่งน้ำเชื่อมข้นพอสมควร จึงยกลงพักทิ้งไว้ให้เย็น บรรจุขวดที่ฆ่าเชื้อแล้ว เพื่อเก็บเอาไว้ใช้

หากท่านใดมีความสนใจ เรียนเชิญเข้าเยี่ยมชม ณ ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ โทร.0-3721-1289 ได้เลยค่ะ