ชิมขนมจีนน้ำยาปลาตะโกก

มื้ออร่อย

สูงโย่ง...ภาพ
 

งานบุญงานประเพณีต่างๆ เราคงคุ้นเคยกับอาหารประเภทเส้นยาวจับวนไปวนมาเป็นแพที่เรียกว่า "ขนมจีน"กันเป็นอย่างดี มีความเชื่อในคนโบราณว่าการเลี้ยงพระเลี้ยงแขกด้วย "ขนมจีน"ในพิธีมงคล ถือว่าเป็นเคล็ดให้อายุยืนยาว เดิมทีขนมจีนเป็นอาหารวัฒนธรรมของชาวรามัญ แล้วจึงแพร่หลายไปสู่ชนชาติอื่น ๆ ภาษามอญเรียกขนมจีนว่า "คนอม" ส่วนคำว่า "จีน" นั้นไม่มีใช้ในภาษามอญ มีแต่คำว่า "จิน" ซึ่งแปลว่าสุก ว่ากันว่า ขณะที่คนมอญกำลังทำคนอมอยู่ ก็มีคนไทยเดินมาและร้องถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ คนมอญก็ตอบเป็นภาษามอญว่า "คนอมจินโก๊กเซมเจี๊ยะกัม" แปลว่าขนมจีนสุกแล้ว เรียกคนไทยมากินด้วยกัน และจากนั้นเป็นต้นมา คนไทยก็เรียกอาหารชนิดนี้ว่า "คนอมจิน" และเพี้ยนมาเป็น "ขนมจีน" มีหลักฐานระบุไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งกล้าเจ้าอยู่หัว จัดให้มีการทำบุญเลี้ยงพระในวันตรุษจีน ด้วยขนมจีน เป็นประเพณีทุกปี จนถึงแผ่นดินรัชกาลที่ 5 รับสั่งว่า "ตรุษจีนเลี้ยงขนมจีนนั้นไม่ใช่ของจีน เพียงแต่เป็นชื่อจีน" ภาคกลางเรียกขนมจีน ภาคอีสานเรียกข้าวปุ้น ภาคเหนือเรียกขนมเส้น ภาคใต้เรียกหนมจีน

ริมเส้นทางเลี่ยงเมืองสาย พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย "ร้านเรือนพี่เรือนน้อง" จ.อุตรดิตถ์เป็นที่รู้จักกันดีของนักเดินทางค่ะ เพราะเป็นร้านขนมจีนน้ำยาที่เปิดมานานนับสิบปี และมีน้ำยาอร่อยๆหลายอย่าง คือน้ำยาป่า,น้ำพริก,น้ำเงี้ยว,แกงเขียวหวานปลากราย,น้ำยากะทิ และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดคือ น้ำยาปลาตะโกก ซึ่งปลาตะโกกเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน มีรูปร่างเพรียวยาว หัวเล็ก หางคอด มีหนวด 2 คู่อยู่ริมฝีปาก เป็นปลาที่มีอยู่มากมายในเขื่อนสิริกิติ์ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของจังหวัดและมีทรัพยากรปลาที่สมบูรณ์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ทางร้านจึงได้ปลาตะโกกใหม่สดมาทำน้ำยาทุกวัน (วันไหนขายไม่หมดก็นำไปแจกชาวบ้านค่ะ )ปลาตะโกกมีเนื้อเยอะ และฟู รสชาติหวานมัน ทำให้ได้น้ำยาที่เข้มข้น หอมมัน เจ้าของร้านไม่หวงสูตร เผื่อใครคิดทำขายในช่วงภาวะวิกฤต วัตถุดิบที่ใช้คือปลาตะโกก 30 ก.ก. ปลาร้า 1 ก.ก. น้ำ 30 ลิตร น้ำกะทิ 10 ก.ก. พริกแกง 0.5 ก.ก. หอมแดง 3 ก.ก. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1 ก.ก. กระเทียม 3 ก.ก. กระชาย 2 ก.ก. ข่า 0.5 ก.ก. ตะไคร้ 0.5 ก.ก. เกลือไอโอดีน 1 ถุง น้ำปลา 1 ขวด วิธีการทำเริ่มจาก ต้มน้ำใส่ข่า ตะไคร้ ปลาร้า หอม กระเทียม พริกแห้ง น้ำปลาและเกลือ จนเดือดจัด ไม่เน้นใส่พวกข่าตะไคร้มากเกินไป เพราะจะทำให้น้ำยาออกรสเปรี้ยวเสียรสชาติ จากนั้นใส่ปลาตะโกกลงไปต้มประมาณ 10 นาที อย่าให้ปลาสุกเกินไป ปิดไฟทิ้งไว้ค้างคืนให้เครื่องเข้าเนื้อ เช้านำปลาออกมาแกะเนื้อรวมทั้งหัวโขลกให้ละเอียด ส่วนก้างก็บดละเอียด ใส่ลงหม้อเคี่ยวกับกะทิและพริกแกง โดยใส่น้ำจากหม้อต้มปลาลงไปด้วย ก่อนนำมาขายแยกใส่หม้อเล็กทานกับขนมจีน ต้องใส่หัวกะทิลงไปอีกครั้ง เพื่อความหอมหวานและความสดของน้ำยา ขนมจีนทำเองมีทั้งแป้งหมักและแป้งสด จัดเสิร์ฟแบบจานตะกร้ารองด้วยใบตองน่ารัก ดูสะอาดและน่ากินเป็นที่สุด โดยแยกขนมจีนเป็นคนละชุดกับน้ำยา ส่วนน้ำยาเราเลือกสั่งตามความชอบ รับประทานกับผักสดนานาชนิดที่ยกมาเสิร์ฟกันเป็นกระจาด ทั้งอร่อย อิ่มท้อง และบำรุงสุขภาพและที่สำคัญราคาไม่แพงค่ะ

มีเมนูอาหารอีกหลายอย่าง เช่น เมนูเด็ดยำแคบหมู

ใครเข้ามาก็ต้องสั่งค่ะเพราะอร่อยครบรสได้ความกรอบของแคบหมูที่ทำเองและทำใหม่ทุกวัน โดยใช้เนื้อหมูสามชั้นคุณภาพดี นำมาตากแล้วลงทอดด้วยน้ำมันในความร้อนพอประมาณ จนกรอบเหลือง ทิ้งไว้ให้แห้งสะเด็ดน้ำมัน คลุมด้วย พลาสติกเพื่อรักษาความกรอบ จากนั้นทำน้ำยำสูตรเด็ดราดลงไปในแคบหมูให้ทั่ว รับประกันความอร่อยโดยแก้มอิ่มค่ะ นอกจากนี้ยังมี ทอดมันปลากราย,ต้มยำพุงปลา,หัวปลาหม้อไฟ มีน้ำดื่มสมุนไพรเช่น น้ำตะไคร้ น้ำมะตูมให้เลือกสั่งมาลองชิมค่ะ ภายในร้านกว้างขวาง นั่งสบาย ตกแต่งสวยงามแบบบ้านไทยสมัยโบราณ สะอาดสะอ้าน ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ มีทั้งซุ้มและตัวร้าน ชุดโต๊ะเก้าอี้เป็นไม้เนื้อเก่า ด้านข้างร้านประดับรูปภาพเก่าและของโบราณหลายชิ้นดูมีเสน่ห์น่ารัก ร้านเรือนพี่เรือนน้อง เปิด ตั้งแต่ เวลา 7.00 น-17.00 น. หยุดทุกวันที่ 25-26 ของทุกเดือน..... หนาวนี้เที่ยวเหนือช่วงปีใหม่ อย่าลืมแวะไปทาน "ขนมเส้น"ให้ความสุขยืนยาวไม่รู้จบกันนะเจ๊า