วิถีชีวิตของ"คนกับน้ำ" ยังมีความหวังและรอยยิ้ม

ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

จากวงสนทนาของเพื่อนนักวิจัยและชมรมดูนกที่มารวมตัวกัน กล่าวเปรียบเทียบให้ได้ยินว่า "น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก" แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ก็ได้คำที่เรียกกลุ่มนกประจำถิ่น และนกอพยพบินย้ายถิ่นแหล่งหากินว่า "นกน้ำ" ทำให้สงสัยและเกิดคำถามขึ้นมาว่า บัดนี้"น้ำ"เป็นของนกด้วยแล้วหรือ แล้ววันที่จะเกิดปรากฏการณ์ "ปลา" จะขึ้นไปกินดาวบนฟากฟ้า (ตามคำคมคนโบราณ) จะเป็นอย่างไร

จังหวัดนครสวรรค์ และ จังหวัดอุทัยธานี ประสบภัยน้ำท่วมหนักเมื่อปลายปี 2554 เกือบทุกพื้นที่ ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยว นครสวรรค์อาจโชคดีกว่าพื้นที่อื่นๆ เพราะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว โดยได้รับความร่วมมือจากชาวเมืองในพื้นที่ หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน จนใกล้จะ#กลับเข้าสู่สภาพวะปกติแล้ว และพร้อมต้อนรับนักกท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้มากลับเยือนถิ่น "เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ"

นครสวรรค์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคกลางและภาคเหนือ จึงเป็น ประตูสู่ภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาคเหนือตอนล่าง มีความสำคัญคือเป็นจุดบรรจบกันของ แม่น้ำปิง-วัง-ยม-น่าน จึงได้ชื่อว่า "เมืองสี่แคว" หรือ "เมืองปากน้ำโพ" ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของบึงน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ บึงบอระเพ็ด ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ ปลา และนกนานาชนิด เนื่องจากมีแหล่งอาหารมาก ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 9,597 ตารางกิโลเมตร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดในประเทศ จึงได้กำหนดให้จัดกิจกรรม นำคณะสื่อมวลชนเดินทาง (MEDIA FAM TRIP) ไปสำรวจเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ ชัยนาท-อุทัยธานี-นครสรรค์ และร่วมงานแถลงข่าวใน โครงการ "เที่ยวหัวใจใหม่ ในบึงบอระเพ็ด สวรรค์นกน้ำ" โดยมอบหมายให้ ศูนย์ประสานงานสื่อท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม (ศปสท.) ซึ่งมี ทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ และโสภา ไชยคำ เป็นผู้ประสานงานเชิญสื่อมวลชนและกลุ่มสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว โดยมี จิราณี พูนนายม ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานตลาดในประเทศ ร่วมเดินทางไปด้วย

การเดินทางในครั้งนี้ "อาทร จุลโลบล" "ไมตรี ลิมปิชาติ" และ "มานพ คำหอม" สื่อมวลชน(รุ่นใหญ่) ให้เกียรติร่วมเดินทางไปสำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดที่เป็นทางผ่านและเคยประสบภัยน้ำท่วมด้วยเริ่มกันที่ ชัยนาท คือ วัดปากคลองมะขามเฒ่า (เดิมชื่อวัดอู่ทอง) ตั้งอยู่ที่คลองท่าจีน เป็น จุดเริ่มต้นของแม่น้ำท่าจีน ซึ่งแยกออกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา สักการะ หุ่นขี้ผึ้งของ หลวงปู่ศุข พระเกจิอาจารย์ที่ผู้คนให้ความศรัทธา

กล่าวกันว่าหลวงปู่ศุขท่านมีวิชาอาคมแกร่งกล้าและรักษาโรคระบาดได้ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ได้มาทดสอบจนประจักษ์ชัดจริงด้วยตนเอง จึงได้ยอมตนเป็นศิษย์ของท่าน วัดแห่งนี้กรมทหารเรือได้จัดให้มีการทอดกฐินทุกปี นอกจากนี้ยังมี หลวงพ่อหินพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ของวัดแห่งนี้ ซึ่งวิหารกำลังบูรณะซ่อมแซมและเตรียมยกช่อฟ้า มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมาทำบุญอย่างต่อเนื่อง

ผ่านเข้าไปสู่ อุทัยธานี (เมืองพระชนกจักรี) เพื่อสักการะหุ่นขี้ผึ้งของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) พระเถระผู้มีชื่อเสียงและมีลูกศิษย์มากมาย ที่ วิหารแก้ว ของ วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา นั่งรถสามล้อพ่วงข้างคันละ 6 คน ไปเข้าเยี่ยมชม วิหารเงิน และ วิหารทอง อันงดงามวิจิตรราวกับสรวงสวรรค์ ล้อมรอบด้วยภาพสลักของเทวดามากมาย

แล้วเดินทางต่อไปที่ วัดอุโบสถาราม (เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์) เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริม แม่น้ำสะแกกรัง ของเกาะเทโพ ยังคงความงามของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีสิ่งที่น่าสนใจคือ จิตกรกรรมฝาผนัง ทั้งภายนอกและภายในของโบสถ์และวิหารที่ประณีตมาก แล้วมาชม "วิถีชีวิตของชาวเรือนแพ" แห่งลุ่มน้ำสะแกรัง ที่ยังคงดำรง วิถีชีวิตคนกับลำน้ำ อันเป็นเสน่ห์ที่ยากจะชมได้จากที่แห่งใดนอกจากอุทัยธานี

อุทัยธานี หรือ "เมืองชนกจักรี" ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นผืนป่าที่อนุรักษ์ที่ควรค่าแก่การดูแลรักษา และนำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยทุกคน มีหลักฐานพบว่า เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ ได้แก่ เมืองบึงคอกช้าง (ในสมัยทวาราวดี) เมืองโบราณบ้านใต้ เมืองโบราณบ้านคูเมือง และเมืองโบราณการุ้ง

อุทัยธานีมีสถานที่น่าสนใจทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และโบราณคดีหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชม และศึกษาหาความรู้ อีกทั้งยังมีสินค้าที่ระลึกประเภท หัตถกรรมและอาหารการกินมากมาย เช่น หน่อไม้รวก ข้าวเกรียบปลา ผลไม้แช่อิ่ม ผ้าทอ และเครื่องจักสาน ซึ่งสามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้

จากนั้นมุ่งตรงสู่ นครสวรรค์ ไปถึงก็เป็นเวลาใกล้ค่ำ ร่วม กิจกรรมล่องแพ และรับประทานอาหาร ชมบรรยากาศ "ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา" ฟังการบรรยายเรื่องราวความเป็นมาของเมืองนครสวรรค์ จากอดีตสู่ปัจจุบัน ในสมัยโบราณกาลเคยมีชื่อว่า "เมืองพระบาง" และ "เมืองชอนตะวัน" ฯลฯ รวมระยะทาง 4 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางไป-กลับรวม 2 ชั่วโมง เป็นกิจกรรมใหม่ ที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มา สัมผัสบรรยากาศยามเย็น ณ ที่แห่งนี้

ธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการ ททท. ด้านตลาดในประเทศ และ อภิชาติ อินทร์พงษ์พันธุ์ รองผู้ว่าการททท. ด้านบริหาร พร้อมด้วย สุภกิตติ์ พลจันทร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. และ คุณสุรชัย ศรีพลอย ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอุทัยธานี (ดูแลพื้นที่ จ.อุทัยธานี และจ.นครสวรรค์) ร่วมให้การต้อนรับ และในค่ำคืนนี้คนที่อยู่ในงานยังได้เห็นปรากฏการณ์ "สามผู้ยิ่งใหญ่" ร่วมกันร้องเพลง "เย้ยฟ้า ท้าดิน" ( 2 ท่านรองผู้ว่าฯ ททท. และ 1 คอลัมนิสต์-ไมตรี ลิมปิชาติ) ชวนให้คิดถึง นักร้องบอยแบรนด์วงดังของไทยคือ " D2B" จังเลยค่ะ จากนั้นจึงเข้าพักที่โรงแรมโบนีโต้ ชีโน้ส เป็นบูติค โฮลเต็ล ที่ได้ตกแต่งไว้ในสไตล์ "จีนน่ารัก"

ก่อนแยกย้ายกันเข้าห้องพัก คุณจำลอง บุญสอง บรรณาธิการ นสพ.โพสต์ทูเดย์ บอกไว้ว่าหากใครต้องการไปถ่ายภาพ "นกน้ำ" ที่ บึงบอระเพ็ดจะต้องออกไปกันตั้งแต่เช้าตรู่ (06:00 น.) ปรากฏกว่า เช้าวันรุ่งขึ้น เกือบทุกคนมารวมตัวพร้อมกันโดยที่ยังไม่รับประทานอาหารมื้อเช้า แต่ต้องการไปทำงานคือ บันทึกภาพของบรรดานกน้ำให้ได้ภาพที่ดีที่สุด

และเจ้านกประจำถิ่นที่ทุกคนหมายตาจะต้องบันทึกภาพไว้ให้ได้คือ นกอ้ายงั่ว เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ คอยาว ว่ายน้ำและดำน้ำเก่ง เพราะมีพังผืดที่ตีนเหมือนเป็ด ขณะหากินจะโผล่เฉพาะหัวและคอขึ้นมาเหนือน้ำ แลดูเหมือนงู หาอาหารโดยการใช้ปากแหลมพุ่งแทงทะลุตัวปลา เมื่อได้เหยื่อจะชูคอเหนือผิวน้ำ สลัดปลาขึ้นกลางอากาศแล้วอ้าปากงับกลืนลงคอไป

อาหารมื้อเช้าวันนี้ไปซอกแซกรับประทานกันที่ ร้านแม่ประยูร ต้มเลือดหมู เป็นร้านอร่อยคิวยาว อยู่ในซอย 7 ถนนหิมพานต์ ไม่ไกลจากบึงบอระเพ็ด อิ่มอร่อยกันพอแล้วจึงย้อนกลับไปที่บึงบอระเพ็ดกันอีกครั้ง

การแถลงข่าว "เที่ยวหัวใจใหม่ บึงบอระเพ็ด สวรรค์ของนกน้ำ" จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติและกลุ่มครอบครัว และปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติในระยะยาว โดยมี ชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ และปองพล อดิเรกสาร ผู้เสนอแนวคิดให้บึงบอระเพ็ดเป็นนครหลวงของนกน้ำ ที่ห้องประชุมเสือพ่นน้ำ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด

นกที่บึงบอระเพ็ด และ "นกน้ำ" มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณพืชน้ำ แมลง และสัตว์น้ำต่างๆ ให้พอเหมาะ ลองคิดดูนะ หากว่ามีจอก แหน หรือสาหร่ายจำนวนมากและหนาแน่นเกินไป พืชน้ำย่อมต้องแย่งออกซิเจนกัน ฝูงปลาและสัตว์น้ำต่างก็ต้องได้รับผลกระทบในการดำรงชีวิต เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การสูญพันธุ์ ซึ่งนอกเหนือไปจากการถูกมนุษย์จับไปเป็นอาหาร หรือนำไปขังไว้เป็น "ปลาตู้"

โครงการ"ดูนก ชมบึงบอระเพ็ด" ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดความสนใจในการดูนกและชมบึงบอระเพ็ดให้เป็นที่รู้จักในหมู่คนรุ่นใหม่ และผู้สนใจในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หวังขยายกลุ่มไปยังนักท่องเที่ยวทั่วไป ให้หันมาสนใจกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น

แบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 "มหัศจรรย์แห่งบึงน้ำ" อยู่ทางทิศตะวันตก เกาะแห่งชีวิต-ทะเลบัวสาย-โขดใหญ่-สะดือบึง ใช้เวลาล่องเรือ 1 ชั่วโมง เส้นทางที่ 2 "ตามรอยนกเจ้าฟ้าฯ" อยู่ทางทิศใต้ของบึง ชมนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินทร-กอสนุ่นกลางน้ำ-ผู้มาเยือน(แหลมตาเส็ง)-ดงนกปากห่าง(แหลมนา)-หนองกรวด-บ้านทุ่งแว่น-เขาพนมเศษ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง30 นาที

บึงบอระเพ็ดเป็นชื่อของทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในฐานะพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ทั้งสัตว์น้ำและปลาหลากหลายสายพันธุ์ที่หายากยิ่งในปัจจุบัน ปัจจุบันมีรายชื่อนกในบึงบอระเพ็ด 187 ชนิด เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ และอยู่ในเส้นทางอพยพของฝูงนกซึ่งบินหนีความหนาวเย็นในฤดูหนาวมาจากพื้นที่ทางตอนเหนือของโลก

ด้วยความพิเศษของบึงบอระเพ็ดที่เข้าถึงได้ง่าย และมีชุมชนท้องถิ่นซึ่งมีส่วนร่วมในด้านการท่องเที่ยวมี กิจกรรมการดูนกน้ำ ที่กลุ่มครอบครัวและเยาวชนสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาเป็นสื่อกลางในการสร้างจิตสำนึกในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ฝังรากลึกได้ในสังคมไทย

จากนั้นเข้าชมอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารเป็นรูปเรือกะแชงชม ภาพยนตร์การ์ตูน 3 มิติเรื่อง "เจ้าเสือตอน้อยผจญภัย" บอกเล่าเรื่องราวลูกปลาเสือตอกับ "ลุงเข้" จระเข้ใจดี ที่ช่วยกันตามหากลุ่มปลาเสือตอที่สูญพันธุ์ไปจากบึงบอระเพ็ด

ปลาเสือตอมี 3 สายพันธุ์ ตามลักษณะสีสันเฉพาะตัวที่โดดเด่นคือ (1) เสือตอลายใหญ่ (2) เสือตอลายเล็ก และ(3) เสือตอลายคู่ เป็นปลาที่มีที่มีสีสันสวยงาม และมี นิสัยขี้อาย อยู่กันเป็นกลุ่มและรักสงบ แต่หากพื้นที่อาศัยถูกรุกรานจากสัตว์ชนิดอื่น มันจะแสดงอาการก้าวร้าวและตรงเข้าต่อสู้กับผู้ที่รุกรานทันที ชอบว่ายน้ำตะแคง คล้ายกับ "แกล้งตาย" เป็นเสน่ห์ที่ทำให้มนุษย์ชื่นชอบและนำมาเลี้ยงไว้เป็นปลาตู้

ยังมี ปลาเสือพ่นน้ำนครสวรรค์ (หรือปลาเสือพ่นน้ำ) พบได้ในแหล่งน้ำที่จืดสนิท มีขนาดค่อนข้างเล็ก มีสีสันเหลือเข้มและสวยงาม เป็นปลาเก่าแก่คู่สายน้ำเมืองไทยมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ มักมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทย ชื่นชมความสวยงามกับอุปนิสัยน่ารักของมัน ปลาเสือพ่นน้ำมีรูปร่างแบบข้าง ส่วนหัวเล็ก มี จะงอยปาก ยื่นแหลม ครีบทุกครีบสั้นโดยเฉพาะครีบหาง หากินผิวน้ำ ปากกว้างเฉียงลงและดวงตากลม สายตาดีมาก สามารถมองเห็นแมลงที่เกาะซ่อนตัวอยู่ตามริมตลิ่งหรือกิ่งไม้

บริเวณ ริมเขื่อนใกล้ตลาดปากน้ำโพ จะมองเห็นถึง ความแตกต่างของสายน้ำทั้งสายได้อย่างชัดเจน โดย แม่น้ำปิง (ปิง+วัง) จะมีสีเขียวใส แต่ แม่น้ำน่าน (ยม+น่าน) จะมีสีแดงขุ่น เมื่อรวมตัวกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา สีน้ำจะค่อยๆ ผสมกลมกลืนเป็นสีเดียวกัน และจากฝั่งตลาดปากน้ำโพจะสามารถมองเห็น แหลมยม รวมทั้งฝั่งตรงข้ามมี "ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์และเจ้าแม่ทับทิม" เป็นอาคารทรงเก๋งจีนตั้งอยู่ มี ระฆังโบราณ จากพระเจ้ากรุงจีนถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 5 เก็บรักษาไว้ให้ได้ชมด้วยค่ะ และจากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือรับจ้าง ชมวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำทั้งสองฝั่งได้

ก่อนเดินทางกลับได้เข้าเยี่ยมชมพุทธสถาน วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าตะโก ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ใช้สถานที่ เพื่อสร้างวัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรูปลักษณ์เป็นเรือหลวงที่แฝงไปด้วยปรัชญาแห่งธรรมะ เรียกว่า ราชญาณนาวาทีฆายุมงคล มีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเช่น เจดีย์พุทธคยาและเจดีย์ศรีมหาราช วังนาคราช หลวงพ่อองค์ดำ ฯลฯ

โครงการกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดที่เคยประสบภัยน้ำท่วม จึงที่เป็นหนึ่งในความคาดหวังของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. และจังหวัดนครสวรรรค์ ที่จะผลักดันและร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือน "เมืองสวรรค์" แห่งนี้ดั่งเดิม