เกษียณสำราญ

เศรษฐกิจประจำบ้าน

จากข้อมูลการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2557 นี้ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ประมาณ 10 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.3 ของประชากรทั้งหมด (จำนวน 64.8 ล้านคน) และอีก 20 ปีข้างหน้า คือ ในปี 2577 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์คือจะมีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 29 หรือประมาณ 19 ล้านคน ขณะที่จำนวนประชากรไทยกำลังอยู่ในสภาพคงตัว แต่โครงสร้างของประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามเกณฑ์แล้วผู้สูงวัยจะเริ่มนับจากวัยหลังเกษียณนั่นเอง

ช่วงนี้เพิ่งผ่านฤดูกาลของการเกษียณอายุการทำงานของบรรดาข้าราชการไทยไปไม่นาน ความเศร้าเสียใจและความอาลัยอาวรณ์แก่รุ่นน้องที่ยังทำงานอยู่ต่อรุ่นพี่ที่ถึงวัยต้องพักผ่อนกับการตรากตรำทำงานมาเป็นเวลาหลายปี มักเกิดขึ้นเป็นประจำในทุกๆปี ผู้ที่เกษียณอายุบางคนถ้าเตรียมพร้อมการวางแผนการเงินที่ดี โดยสะสมมาตลอดระยะเวลาการทำงานแล้ว ย่อมมีความสุขเป็นเวลาของการพักผ่อนและได้รางวัลชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจตรงข้ามกับบางคนที่รอหวังเงินก้อนเงินเก็บที่เป็นเงินออมภาคบังคับของหน่วยงาน นำมาใช้จ่ายหรือพยายามขยายช่องทางการทำมาหากินโดยหวังเงินก้อนจำนวนนี้ หรือบางคนอาจถูกหักลบกับการเป็นหนี้เงินกู้ต่างๆ เช่นหนี้สหกรณ์ด้วยแล้ว อาจจะเหลือจำนวนอีกไม่มากนัก และถ้าตลอดมาไม่มีช่องทางอื่นที่ทำสะสมเพิ่มเติมไว้ด้วยแล้ว คนสองจำพวกหลังนี้จึงน่าเป็นห่วง ปัจจุบันนี้สามารถตรวจสอบบำเหน็จบำนาญได้ด้วยตนเองด้วยวิธีแสนง่าย โดยการเข้าเว็บไซต์ http://www.fpo.go.th/S-l/Source/GPCalculate/ GPCalculate.php ก็จะสามารถรู้ได้ว่าเมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้บำเหน็จ บำนาญเป็นจำนวนเงินเท่าไร

ชีวิตภายหลังเกษียณของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ผู้ที่สะสมไว้มาก มีการวางแผนการใช้ชีวิตไว้ล่วงหน้าแล้ว อาจจะไม่ต้องทำงานเลยก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่ ก็ยังอยากหาโน่นหานี่ทำอยู่ ได้เงินบ้าง สมองจะได้ไม่เสื่อมถอยไป หรือทำแล้วมีความสุขไม่ต้องเอาเงิน คอยรับส่งลูกหลานก็เป็นความสุขใจ หลายคนก็ไปทำบุญ เข้าหาทางธรรมมากขึ้น สร้างความสงบทางจิตใจให้กับตนเอง การได้พูดคุยกับผู้ที่เกษียณไปแล้ว ว่าหลังจากเกษียณแล้ว ทำกิจกรรมอะไรบ้าง หรือมีข้อควรระลึกถึงในเรื่องใดบ้างถ้าเกษียณไปแล้ว เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนชีวิตภายหลังเกษียณของตนเองได้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีวิธีการอื่นๆอีก สำหรับผู้สูงวัยที่หลังเกษียณจะมีความสุขในการใช้ชีวิตได้อย่างสำราญ รวมทั้งครอบครัวที่มีผู้สูงวัยอยู่ จะปฏิบัติตนกับท่านและอยู่ร่วมกับท่านให้ทั้งเราและท่านมีความสุขร่วมกันอย่างไรดี ลองมาดูกัน

สมัยนี้เป็นโลกของเทคโนโลยี มีช่องทางการสื่อสารได้สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ สังคมโซเชียลมีเดีย ไลน์ เฟชบุ๊ค อินสตาแกรม ผลกระทบของการสื่อสารแบบสังคมก้มหน้านี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือ ทำให้เราติดต่อกันได้สะดวกรวดเร็ว อยากจะคุยกันเมื่อไรตอนไหนก็ได้ สามารถถ่ายรูปและโพสต์ให้คนเห็นว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ ความรู้สึกตอนนี้เป็นอย่างไร สุข เศร้า เหงา เซ็ง กล้าที่จะแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นรับรู้มากขึ้น ถ้ารู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ถูกที่ ถูกเวลา ย่อมจะส่งผลกระทบในด้านที่ดี ผู้สูงวัยถ้าใช้สังคมโซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์ ใช้ติดต่อพูดคุยกับลูกหลานจะช่วยไม่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัยได้ ผู้สูงอายุต้องเข้าใจในเรื่องนี้ ควรจะหาโอกาสในการหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับวัย และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เข้ากับลูกหลาน ลูกหลานเองก็ควรช่วยแนะนำให้ท่านได้เรียนรู้วิธีการใช้ประโยชน์ของสังคมโซเชียล ช่วยให้ท่านรู้จักสังคมใหม่ๆได้ เช่น เข้าชมรมหรือกลุ่มต่างๆที่เปิดไว้แบ่งปันความรู้หรือสร้างสัมพันธ์ จะทำให้ไม่รู้สึกเหงาได้ และมีเพื่อนในสังคมวัยเดียวกันมากขึ้น หารูปแบบการคิดค่าบริการการใช้ระบบสัญญาณแบบต่างๆให้เหมาะสมกับการใช้งานของท่าน จะได้ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย และกลายเป็นภาระให้กับท่านมากขึ้น ส่วนข้อเสียของโลกโซเชียลนี้ก็คือ ทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง คนส่วนใหญ่มักใช้มากไปจนเกินขอบเขต เช่น เวลานั่งทานข้าว แทนที่จะคุยกันระหว่างคนในครอบครัว กลับกลายเป็นนั่งกดโทรศัพท์มือถือ เล่นไอแพด และถ้าผู้สูงอายุบางคนไม่รู้จักสังคมโซเชียลด้วยแล้ว ก็จะทำให้ท่านรู้สึกเหงาขึ้นมาได้ ปฏิสัมพันธ์กันแบบแต่ก่อนเริ่มจางหายไป และถ้าท่านยิ่งต้องอยู่บ้านทุกวันๆ ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรทดแทน ลูกหลานขาดความเอาใจใส่ดูแล อาจจะทำให้ท่านเป็นโรคซึมเศร้าได้ ดังนั้น ถ้าสังคมก้มหน้าแก้ไขลำบาก อย่างน้อยการก้มหน้าใส่โทรศัพท์ก็ขอให้เป็นคนใกล้ชิด คนในครอบครัวก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ สุขภาพ พอเริ่มอายุมาก ร่างกายย่อมเสื่อมสภาพลงเป็นเรื่องธรรมดา โรคของผู้สูงวัยที่พบกันทั่วไป ได้แก่ โรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะเพศหญิง หลังจากหมดวัยประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน จึงควรเลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ผักใบเขียว นม งาดำ เป็นต้น รวมทั้งให้ร่างกายได้รับวิตามินดีด้วย การออกกำลังกายเบาๆในตอนเช้า เช่น การเดิน เพื่อให้ได้รับแดดอ่อนๆ ก็ช่วยเสริมสร้างวิตามินดีให้กับร่างกายได้ โรคต่อมาที่พบบ่อย คือ โรคความดันโลหิตสูง ต้องยอมรับว่า ผู้สูงวัยจะเริ่มมีความเครียดมากขึ้นหลังจากเกษียณ ผู้สูงวัยอาจจะยังเสียดายตำแหน่งหน้าที่การงานที่ได้รับเกียรติยกย่องจากผู้อาวุโสน้อยกว่า แต่ภายหลังเกษียณแล้ว ไม่ได้ทำงาน อาจจะรู้สึกว่าคุณค่าตัวเองลดน้อยลง ไม่ได้รับการเคารพยกย่องเหมือนเคย และการไม่ได้ควบคุมอาหาร ยังทานอาหารรสจัดอย่างสม่ำเสมอ ขาดการออกกำลังกาย ดังนั้น การเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ปลาและดื่มนมไขมันต่ำ ออกกำลังกาย ลดน้ำหนักส่วนเกิน และรู้จักคลายเครียด โรคต้อกระจก เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์แก้วตาจะขุ่นเพิ่มขึ้น จึงมีผลให้การมองเห็นลดลง วิธีการรักษาในปัจจุบัน ทำได้เพียงการลอกหรือผ่าตัดเอาต้อกระจกออก โรคสมองเสื่อม โรคนี้จะพบเห็นเพิ่มขึ้น มีปัญหาด้านความคิด ความทรงจำ โรคนี้เมื่อเป็นแล้ว ยากต่อการรักษา ทำได้แต่ทานยาเพื่อประคับประคองอาการมากกว่า ชีวิตหลังเกษียณ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลถือว่าต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเราไม่สามารถประมาณการหรือวางแผนได้เลย ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมากหรือน้อยอย่างไร ถ้าไม่เป็นอะไรก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง คงต้องเตรียมเงินไว้หลักล้านบาท โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง ล้วนใช้เงินมากในการรักษา ส่วนโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคเหล่านี้ไม่ร้ายแรงมาก แต่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ต้องกินยาต่อเนื่องตลอดชีวิต ค่ายาก็คงไม่น้อยเช่นกัน

ดังนั้น จึงควรเตรียมตัวเพื่อรองรับปัญหาด้านสุขภาพแต่เนิ่นๆ อย่างแรกคือเตรียมร่างกายให้พร้อม ดูแลร่างกายให้ลดความเสี่ยงจากโรคภัยต่างๆ ต่อมาสิ่งที่ต้องเตรียมคือ เตรียมเงิน ไม่ว่าจะเตรียมเป็นเงินก้อนเพื่อเป็นกองทุนค่ารักษาพยาบาล หรือทำประกันสุขภาพ การเตรียมเงินก้อนต้องเพิ่มเป้าหมายของเงินส่วนนี้ลงไปในเป้าหมายเงินกองทุนเพื่อการเกษียณอายุจะได้วางแผนการลงทุนได้ ส่วนประกันสุขภาพก็ต้องซื้อก่อนที่จะมีปัญหาสุขภาพ และต้องเตรียมเงินเพื่อใช้จ่ายเบี้ยประกันยามที่เราเกษียณอายุไปแล้วด้วย ถ้าพยายามป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ด้วยวิธีการง่ายๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานในสิ่งที่ร่างกายขาดให้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่เครียด หากิจกรรมทำเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ก็จะไม่ต้องควักกระเป๋าเสียเงินค่าหาหมอให้เปลืองเลย

สิ่งต่อไปที่ผู้เกษียณส่วนใหญ่คำนึงถึง คือ การทำให้รายได้งอกเงยขึ้น และจะไม่รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้เกษียณได้มีอิสระทางความคิดอย่างเต็มที่ว่า ตนเองชอบอะไร อยากทำอะไร ผู้ที่ถนัดทำงานจากที่เคยทำงานประจำอยู่ เช่น ด้านบัญชี ก็อาจรับงานบัญชีมาทำ หรือผู้ที่ชอบทำอาหาร ทำขนม ก็ทำอาหารกล่อง หรือขนมส่งขาย ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของตนเองที่จะเลือกทำ มีความสุขสนุกกับงานที่ทำ เพราะเป็นวัยที่ไม่ควรทำงานอย่างหักโหมอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือ ต้องหาวิธีที่จะหาเงินให้เพิ่มขึ้น มากกว่าใช้เงินให้มันร่อยหรอลงไปทุกที และถ้ายังหาช่องทางสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นไม่ได้ วิธีใช้อย่างประหยัดจึงจำเป็นอย่างมากเลยทีเดียว จากที่เคยกล่าวไว้ในฉบับที่แล้วว่า บางทีการฝากเงินออมไว้กับธนาคารอาจจะไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมในการทำเงินงอกเงยโดยหวังจากดอกเบี้ยของธนาคาร เพราะเมื่อหักหลบลบกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี อย่างน้อยร้อยละ 3 แทบจะไม่ได้มีเงินเพิ่มเติมเลย ถ้ามีเงินเก็บหรือสามารถออมเงินได้ในแต่ละเดือน ควรนำไปลงทุนพวกกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่นำเงินไปหวังกับดอกเบี้ยธนาคารจะดีกว่า หรือการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง เช่น กองทุนร้อยละ หุ้นร้อยละ 20 พันธบัตรร้อยละ 30 ฝากธนาคารร้อยละ 10 และทองคำแท่งร้อยละ 20 จะเห็นได้ว่าทองคำก็เป็นทางเลือกในการออมอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความน่าสนใจ ข้อดีของการซื้อทองคำ เช่น มีความปลอดภัย มีราคาซื้อขายที่ประกาศให้ทราบอย่างแน่ชัดในแต่ละวัน เป็นการรักษาความมั่งคั่งให้กับผู้ถือครองในระยะยาว

ในยามเกิดสงครามต่อให้มีเงินเป็นล้าน ก็อาจมีมูลค่าไม่เท่ากับมีทองคำเพียง 1 บาท เพราะประเทศอื่นจะไม่เห็นมูลค่าของเงินบาท แต่ทองคำเป็นสากลสามารถใช้ได้ทั่วโลก และจากการเปรียบเทียบการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำกับอัตราเงินเฟ้อ การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำจะมากกว่าการเพิ่มขึ้นขึ้นของอัตราเงินเฟ้อเสมอ ทองคำมีสภาพคล่องสูง เนื่องจาก ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณสามารถนำไปขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายผ่านทางร้านค้าทองทั่วไปในราคารับซื้อซึ่งได้กำหนดไว้ในแต่ละวัน มีความเป็นอิสระจากผลตอบแทนของหลักทรัพย์ประเภทอื่น ผู้ที่มีเงินเก็บอยู่แล้ว หาซื้อทองคำในยามที่ราคาถูกลง และสามารถนำไปขายเมื่อราคาขึ้นได้ โดยปกติแล้วราคาทองคำจะขึ้นอยู่กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อค่าเงินดอลลาร์ลดลง ราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าค่าเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น ราคาทองคำก็จะลดต่ำลง หรือเทียบกับราคาน้ำมันโลก ซึ่งส่วนใหญ่ราคาทองคำจะปรับไปในทิศทางเดียวกันกับราคาน้ำมันโลก คือ ถ้าราคาน้ำมันโลกลดลง ราคาทองคำก็จะปรับลดลง ถ้าราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น ราคาทองคำก็จะปรับเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น ถ้ามีเงินพอที่จะหาซื้อทองคำเก็บไว้บ้างก็น่าจะดี ถ้าต้องการลงทุนก็ควรซื้อเป็นทองคำแท่ง เพราะไม่ต้องเสียค่าบำเหน็จ แต่ถ้าซื้อทองคำรูปพรรณ ก็นำมาใส่เป็นเครื่องประดับติดตัวได้แต่ถ้านำไปขายราคาอาจจะลดลง แต่ถึงอย่างไรกำไรจากการลงทุนทองคำอีกข้อหนึ่ง คือ ไม่ต้องเสียภาษี

การใช้ชีวิตอย่างเกษียณสำราญนั้น ก็คือ การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้นั่นเอง นั่นคือ ความพอประมาณ ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป คือพยายามเก็บออม ใช้สอยอย่างประหยัด แต่ไม่ได้เอาแต่เก็บจนไม่ให้ความสุขใส่ตัวเลย ความมีเหตุผล การตัดสินใจจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ เช่น การลงทุนเพื่ออยากให้ได้เงินมากๆ แต่ไม่หาความรู้หาข้อมูลให้เป็นประโยชน์ เมื่อลงทุนไป แทนที่จะได้มากลับกลายเป็นเสียไป การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล วางแผนล่วงหน้าพร้อมตั้งรับอยู่เสมอ การวางแผนทั้งก่อนและหลังเกษียณ ย่อมทำให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าผู้ที่ไม่ได้วางแผนชีวิตไว้