กบในหนองน้ำ

วัยเยาว์-เยาว์วัย

ในหนองน้ำเล็กๆ มีฝูงลูกกบอยู่ หนึ่งในนั้นมีลูกกบตัวนึงชื่อ โอ่ง

โอ่งและพี่น้องอาศัยอยู่ในหนองน้ำนั้นอย่างมีความสุข จนกระทั่งถึงหน้าแล้ง ปีนั้นหน้าแล้งจัดกว่าทุกๆปี หนองน้ำนั้นค่อยๆหดแคบลงเรื่อย อาหารการกินก็หายากขึ้นทุกทีๆ

น้ำในหนองน้ำค่อยๆลดลง และกลายเป็นพื้นดินแตกระแหงมากขึ้นเรื่อยๆ โอ่งเห็นว่าอยู่อย่างนี้ไปคงไม่รอดแน่ๆ โอ่งจึงชักชวนพี่น้องให้ออกจากหนองน้ำเพื่อไปหาแหล่งที่อยู่ใหม่ แต่พี่น้องของโอ่งบอกว่า ไม่ไหวหรอก ถ้าออกไปก็ต้องตายแน่ๆ อยู่ที่หนองน้ำนี้เรายังรอดนะ

ในคืนนั้นเองโอ่งเลยตัดสินใจกระโดดออกจากหนองน้ำที่แห้งขอดนั้น เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่เพียงผู้เดียว

โอ่งไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ยามกลางวันโอ่งจะหาที่ร่มๆเพื่ออาศัยพักพิงใต้ร่มเงานั้น และยามค่ำคืนโอ่งจะออกมาเดินทางต่อ โอ่งอาศัยน้ำค้างเพียงเล็กน้อยที่ติดตามต้นไม้ถูตัว และดื่มกิน รู้สึกหมดแรง และล้มลง โอ่งคิดว่าโอ่งคงจะตายแน่ๆแล้วล่ะ

แต่เอ๊ะ โอ่งได้ยินเสียงกบร้องจากใกล้ๆนี่ โอ่งเลยแข็งใจโดดตามเสียงไป ในใจโอ่งคิดว่า อีกนิด อีกนิดน่า สู้ๆๆๆ

แล้วโอ่งก็มาเจอบึงใหญ่ ที่แม้น้ำจะแห้งไปบ้าง แต่ก็มีน้ำมากพอที่จะมีฝูงกบอยู่ได้เป็นร้อยๆตัวทีเดียว โอ่งดีใจสุดสุด รีบโดดลงน้ำไป อาหารก็อุดมสมบูรณ์ น้ำก็ใสสะอาดน่าอยู่เป็นที่สุด พอโอ่งเริ่มอิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจแล้ว โอ่งก็รู้สึกว่ามีสายตาที่กำลังจ้องโอ่งอยู่

โอ่งหันไปมอง จึงเห็นกบสาวสายจ้องอยู่ โอ่งจึงทักกบสาวไปอย่างอายๆว่า "สวัสดี" "สวัสดีจ๊ะ" กบสาวตอบกลับมา

โอ่งได้คุยกับกบสาวสักพัก จึงรู้ว่ากบสาวชื่อ มี่ และอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด มี่ ไม่เคยเห็นกบจากนอกบึงนี้เลย และโอ่งเป็นกบจากที่อื่นตัวแรกที่ มี่รู้จัก

โอ่งคุยถูกคอกับมี่ ไปไหนมาไหนด้วยกัน มี่พาไปรู้จักกบตัวอื่นๆ และโอ่งก็อาศัยที่บึงนั้นอย่างมีความสุข

และเมื่อหน้าฝนนั้นมาถึง โอ่งคิดถึงพี่น้องมาก เลยบอกกับมี่ว่าจะกลับไปที่หนองน้ำบ้านเกิด เพื่อไปชวนพี่น้องมาอยู่ด้วยที่บึงนี้ พอหน้าแล้งพี่น้องจะได้ไม่ลำบากอีก

แล้วโอ่งก็เดินทางกลับมาที่หนองน้ำ ที่จริงระยะทางจากบึงมาถึงหนองน้ำนั้นไม่ไกลกันเลย โอ่งเดินทางแค่วันเดียวก็ถึงหนองน้ำแล้ว แต่ครั้งก่อนคงเพราะโอ่งทั้งร้อน ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย เลยทำให้เดินทางได้ช้า แต่ตอนนี้เป็นหน้าฝน ฝนตกบ่อยมากทำให้ดินชุ่มชื้น มีน้ำขังเป็นแอ่ง ทำให้โอ่งเดินทางได้สะดวกมากขึ้น

แต่เมื่อโอ่งเดินทางมาถึงหนองน้ำบ้านเกิด โอ่งพบว่าไม่เหลือกบใดๆเลยที่นั่น คุณนกกระจอกบอกกับโอ่งว่า หน้าแล้งที่ผ่านมา น้ำแห้งขอดจนกลายเป็นผืนดินไปหมดเลย

กบหลายๆตัวก็ยังเอาแต่รอๆๆๆ ไม่ยอมออกเดินทางหาที่อยู่ใหม่ รอจนตัวเองล้มตายลง แต่บางตัวเมื่อน้ำแห้งก็ออกไปหาที่อยู่ใหม่ แต่ก็สายเสียแล้ว เพราะแล้งจัดเหลือเกิน จนไม่เหลือแม้แต่น้ำค้างยามค่ำคืนให้ได้ดื่มกิน

โอ่งเสียใจมาก แต่ก็เดินทางกลับไปยังบึงใหญ่ที่ มี่ รออยู่

พอโอ่งแก่ชรา โอ่งสอนลูกหลานเสมอว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้น เราต้องสู้ ต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง อย่าเอาแต่รอคอยความช่วยเหลือจากใคร เพราะบางทีความช่วยเหลือนั้นอาจจะมาช้าเกินไปก็เป็นได้