"ป่าบ้านดงห้วยเย็น"...

ป่าชุมชนเพื่อชุมชน
หญิงไทยรายงาน

ผมประนมมือโน้มตัวลงกราบต่อ หลวงพ่อสุวรรณพัฒนามหามงคล ที่สถิต ณ บ้านดงห้วยเย็น ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

ผู้คนบ้านดงห้วยเย็น นับถือกราบไหว้เช่นกัน

ทั้งก็เคารพต่อเทพาอารักษ์เจ้าป่าเจ้าเขาด้วย

ด้านหลังพระพุทธรูปเหลืองอร่าม เป็นพื้นที่ป่าอันสมบูรณ์ของดอยกาน ซึ่งคนต่างถิ่นฐานอย่างตัวผม ไม่อาจมองออกว่า เคยเสื่อมโทรมมาก่อน

อดีตที่ผ่านมานานแล้ว ผืนป่าบ้านดงห้วยเย็น มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ทั้งมีสัตว์ป่าหลากชนิดอาศัยชุกชุม มีต้นไม้มีค่ามากมายเติบโต อย่างสัก ประดู่ มะค่าโมง จึงกลายเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่ใช้ในการเกษตรในหมู่บ้านดงห้วยเย็น

ในปี 2524 นายทุนขอเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้ เพื่อทำเหมืองแร่ พร้อมให้ชาวบ้านที่มีที่ทำกินในบริเวณเหมืองแร่ ทำการเช่าช่วงจากนายทุนต่อ ในระหว่างการสำรวจแร่นั้น นายทุนได้ทำการลักลอบตัดต้นไม้ออกไป สร้างความไม่พอใจ และความขัดแย้งแก่ชาวบ้าน แต่ก็ไม่มีใครไปขัดขวางการกระทำได้ เพราะนายทุนเป็นผู้มีอิทธิพล สร้างความน่าเกรงกลัวอย่างมาก ซึ่งหลังจากได้สำรวจ พบว่ามีแร่เพียงเล็กน้อย ทำให้เปิดสัมปทานไม่ได้

นายทุนจึงขายที่ทำกินของชาวบ้านให้นายทุนใหม่ ชาวบ้านไม่ยอมให้นายทุนขายที่ทำกินต่อ จึงเกิดปัญหาเรื่องที่ดิน ระหว่างนายทุนกับชาวบ้าน ต่อเมื่อนายทุนได้ถอยตัวออกไปจากพื้นที่แล้ว ชาวบ้านจำนวนมาก จึงพากันเข้าไปบุกรุกป่าไม้ เพื่อทำมาหากิน ทำให้สภาพผืนป่าเกิดความแห้งแล้ง และยังขาดแคลนแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านจดจำแม่นยำ

หนทางแก้ไข คือต้องฟื้นฟูสภาพป่าอีกครั้ง

จากการร่วมแรงของผู้นำ และผู้คนในชุมชน

ความขจีของผืนป่า ได้เกิดขึ้นให้เห็นเต็มตา

กมล แสงหงส์ ผู้ใหญ่หนุ่มหล่อวัยสามสิบต้นๆ บอกกับผมและเพื่อนนักข่าวว่า...ป่าไม้เป็นทุกอย่างของชาวบ้าน เป็นทั้งโรงเรียน เป็นธนาคาร หรือเป็นโรงพยาบาล ชาวบ้านดงห้วยเย็นที่นี่ ต่างมีความผูกพันกับป่าไม้ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ในผืนป่ามีสมุนไพรนานาชนิด ซึ่งถ่ายทอดความรู้กันภายในหมู่บ้าน รวมถึงการอนุรักษ์ร่วมกัน

"เดิมพื้นที่ป่ามีเพียง 560 ไร่ครับ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นพันไร่ หลังจากท่านผู้ว่าฯ ให้เลิกการสัมปทานเหมืองแร่ไปแล้ว ชาวบ้านได้ใช้เรื่องหลักของความเชื่อ ความศรัทธา ต่อเทวดาอารักษ์เจ้าป่าเจ้าเขา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามป่า โดยทุกๆปีวันแรม 9 ค่ำ เดือน 8 จะมีพิธีกรรมบวงสรวง เพื่อขอขมาและขอบคุณ ต่อเทพาอารักษ์ที่ดูแลผืนป่า ในพิธีนั้น...ได้มีการบวชป่า การสืบชะตาป่าต้นน้ำ และประเพณีฟังธรรมปลาช่อน" ผู้ใหญ่ไฟแรงเกริ่น

ป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น เป็นป่าเต็งรังอันสมบูรณ์ มีต้นไม้ที่พบทั่วไป ได้แก่ เต็ง รัง พลวง มะกอกป่า ติ้ว สัก คูณ แดง งิ้วป่า มะค่าแต้ มะเกลือ จามจุรี มะค่าโมง ประดู่ ไผ่ชนิดต่างๆ และพืชสมุนไพร จึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพร แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือแหล่งนันทนาการ โดยชาวบ้านบ้านดงห้วยเย็น ร่วมใจกันเสียสละ กำลังกายกำลังทรัพย์ มาทำการพลิกผืนป่า จากสภาพเสื่อมโทรม ให้กลับเป็นป่าที่สมบูรณ์

เมื่อเร็วๆนี้มีการผลักดัน ให้ป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น เข้าประกวดในโครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" โดยเป็นโครงการของ กรมป่าไม้ ที่ได้ร่วมมือกับทาง บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 เพื่อร่วมมือในการขับเคลื่อน และพัฒนาป่าชุมชน ให้เกิดระบบการจัดการที่ดี ตลอดจนร่วมเผยแพร่ ผลงานของชุมชน อันนำมาซึ่งการปลุกกระแส หรือปลูกฝังทัศนคติ ในการอนุรักษ์ป่าชุมชน

และวัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุด เพื่อให้เกิดการนำแนวทางพระราชดำริ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เกี่ยวกับการพัฒนาป่า ซึ่งนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ ให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

ล่าสุด...กรรมการป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น ส่งเข้าประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ และรับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศ ระดับประเทศประจำปี 2557

ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บุญทิวา ด่านศมสถิต ในฐานะที่ให้การสนับสนุนการประกวด กล่าวว่า

"วิสัยทัศน์ข้อหนึ่งของเรา คือ ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายว่า จะช่วยลดภาวะโลกร้อน หรือลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1. ลดจากแหล่งกำเนิด ด้วยการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น หรือใช้เทคโนโลยี-อุปกรณ์ ในการกำจัด-ควบคุม การปล่อยมลพิษออกมา กระทั่งการมาบำบัด-การใช้ซ้ำได้อีก...

2. เพิ่มแหล่งกักเก็บ เราจึงทำเป็นโครงการ 'คนรักษ์ป่า...ป่ารักชุมชน' โดยแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากที่สุด คือต้นไม้ เราจึงมาเน้นในเรื่องของป่าชุมชนที่ชุมชนเป็นเจ้าของ และชุมชุนเป็นคนใช้ประโยชน์เอง และที่สำคัญเราเน้นความยั่งยืนเป็นหลัก รวมถึงให้เกิดการต่อยอด-ขยายผลออกไป หรือมีการเลียบแบบกันในสิ่งที่ทำดี ซึ่งในสิ่งที่เราให้ทุกๆที่ เราไม่เคยให้ตามใจเราเลย แต่เราให้ตามใจที่เค้าอยากได้กัน"

ป่าชุมชนชนะเลิศ ระดับประเทศประจำปี 2557... "ป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น" ดำเนินงานส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วม จากคณะกรรมการป่าชุมชน ที่มีการประชุมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยได้จัดชุดออกลาดตะเวนและสำรวจพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อป้องกันการตัดไม้และบุกรุกที่ทำกินเดือนละ 2 ครั้ง รวมทั้งประสานความร่วมมือ จากหน่วยงานภายนอก ที่จะทำให้การบริหารการจัดการป่า มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และที่สำคัญมีการกำหนดกฎระเบียบ ในเรื่องการใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างชัดเจน จึงทำให้พื้นที่ป่าอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ก่อนที่ผมจะได้เรียนรู้ในป่าชุมชน ด้วยการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ พี่แป๊ด-บุญทิวา ยังได้เผยความรู้สึกลึกๆที่มีต่อป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็นว่า

"พี่มาป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ ครั้งแรกมาเพื่อตัดสินการประกวด ว่าตรงตามเงื่อนไขของเราหรือเปล่า ซึ่งในครั้งแรกที่มาก็ประทับใจที่ว่า ผู้นำเค้าเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ อายุก็เพียงสามสิบต้นๆเท่านั้นเอง แต่กลับได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี จากผู้ที่มีความอาวุโสกว่า ร่วมถึงชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือ...นั่นเป็นประการแรก ส่วนประการที่สอง คือหน่วยงานต่างๆในละแวกนี้ ต่างก็ให้ความร่วมมือกันด้วย พี่ว่ามันเห็นได้ยากมากเลยนะ นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า ผู้นำเค้าสามารถดึงดูดคนมาช่วยได้ โดยที่ไม่ได้มีการเกณฑ์คนมาก่อน แต่พร้อมใจกันมาช่วยเค้า พี่จึงประทับใจความร่วมมือ ที่ทำให้ชุมชนได้เข้มแข็งขึ้น"

ในการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ คุณตาตา น้อยอนันต์ อาสานำทางและให้ความรู้กับพวกเรา โดยเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ในสมัยก่อน ที่ว่ามีนายทุนมาสัมปทานทำเหมืองแร่ แล้วพาคนลักลอบตัดไม้เข้ามาด้วย พร้อมกับมาหลอกชาวบ้านของลายเซ็น เพื่อขออนุญาตเข้าสำรวจพื้นที่ พอหลังๆมาก็เอาเงินให้ชาวบ้าน กลับกลายเป็นการโอนที่ซื้อที่ ชาวบ้านต่อต้านครั้งใหญ่ ด้วยการเดินขบวนไปจวนผู้ว่าฯ และมีคำสั่งยกเลิกการสัมปทานออกมา

ตอนนั้น ตาตา เสียใจ ที่รักษาธรรมชาติไม่ได้

เดชะบุญ เปลี่ยนวิกฤต กลายเป็นโอกาสทัน

จากนั้นชาวบ้านเริ่มพลิกฟื้นผืนป่า พร้อมกับเชื่อว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักรักษา รวมถึงจัดพิธีกรรมต่างๆเกี่ยวกับป่า หลังจากที่ชาวบ้านได้ช่วยกันดูแลรักษา ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า จึงค่อยๆกลับฟื้นคืนมาเหมือนเมื่อก่อน อย่างเรื่องปริมาณน้ำที่เคยหาย ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากพอ จนสามารถต่อจากตาน้ำ ออกไปทำเป็นประปาภูเขา

เส้นทางเดินเท้าอันคับแคบ เพราะมีต้นไม้ขึ้นลุกล้ำเข้ามา กระทั่งผมไม่สามารถเห็นได้ว่า เคยเป็นเส้นทางรถบรรทุก ที่สมัยก่อนใช้ในการขนแร่ แล้วก็ยังมิได้ล่วงรู้อีกว่า ที่อยู่ใกล้ชิดกับตัวผมนั่นเอง ก็มีสมุนไพรที่หายากเช่นกัน อย่างต้นกลึงกล่อม...มีสรรพคุณแก้ร้อนใน ลดไข้ ขับพิษ และมีสารบางชนิดต้านเชื้อเอสไอวี ซึ่งสรรพคุณประการหลังนั้น ผมคงไม่ต้องการใช้แน่นอน ส่วนรางจืด...มีสรรพคุณถอนพิษ ขับสารพิษ ขับน้ำตาลในเลือด

แต่ที่ประหลาดใจสุดสุด คือ ส่วนของลำต้นรางจืด จุดกันยุงได้ด้วย ก็เห็นคุณตาตา เดินถือส่ายไปส่ายมา แถมส่งกลิ่นหอมจางๆออกมาด้วย

เดินกลับออกจากป่าชุมชน กับเสียงของคุณตาในวัยชรา ยังก้องในโสตประสาทของผมว่า "การนำปรัชญาของในหลวงมาใช้ ทำให้ผู้คนที่บ้านดงห้วยเย็น ต่างมีกำลังใจมาช่วยกันฟื้นฟูป่า แล้วก็อยากให้ในหลวงหรือพระเทพฯ...มาดูสักครั้ง"