...พัฒนาตามแนวพระราชดำริเชิงบูรณาการ

สกู๊ปพิเศษ

การฝึกอบรมวิทยากรและการนำเสนอ เพื่อเผยแพร่และขยายผลการพัฒนา ตามแนวพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ วพร. รุ่นที่ 3 และการ ฝึกอบรมวิทยากรและการนำเสนอ เพื่อเผยแพร่และขยายผลการพัฒนา ตามแนวพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ วพร.ท. รุ่นที่ 1

วันต่อมาที่ปรึกษาสำนักงาน กปร. เฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ ให้เกียรติบรรยายหัวข้อ การสืบสานการพัฒนาตามแนวพระราชดำริเชิงบูรณาการ ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ได้แก่...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ วันที่ 5 ธันวาคม 2470 ณ เมืองเคมบริดจ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2476 เสด็จฯไปทรงศึกษา ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งการประสูติและการศึกษานั้น เหมือนกับว่า...จะอยู่ต่างประเทศทั้งหมด เมื่อทรงพระชนมายุ 2 พรรษา พระบิดาเสด็จทิวงคต พระองค์จึงอยู่ในครอบครัวอีกแบบ คือ มีแม่เป็นสามัญชน ที่สอนลูกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญอย่างมาก ในการพระราชทานสิ่งต่างๆ

พระองค์ท่านศึกษาในเมืองไทยก่อน เรียนชั้นอนุบาลที่มาร์แตเดอีฯ โดยสมเด็จย่า...จะให้หิวกระติกใบหนึ่ง ในกระติกนั้น...มีนม ฉะนั้นโครงการโคนม จึงอยู่ในพระหฤทัยท่าน กระทั่งเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ จึงพระราชทานโครงการ ส่วนใหญ่เป็นลักษณะสาธารณสุข เพื่อให้คนไทยยืนด้วยขาตนเอง หรือมีความแข็งแรง ในอันดับแรกก่อน

ด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเลือกเสด็จฯไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์โปรดศึกษาด้านวิทยาศาสตร์มาก ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยมีปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ฉะนั้นแนวคิดที่พระราชทาน จะคำนึงให้เกิดผลขึ้นมา และสามารถวัดได้จากความสุข โดยสรุปแล้วความสุขมี 3 ส่วน คือ มีเงินที่พอเหมาะพอควร มีความสุขด้านจิตใจ และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จึงเกิดความสุขมวลรวมขึ้น

ความสุขเชื่อมโยงสู่ความพอเพียง ดังที่คณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย กราบบังคมทูลถาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา มีพระราชประสงค์สิ่งใด ที่จะให้คนไทย ร่วมทูลเกล้าฯถวาย ให้พระองค์มีความสุข ทรงพระราชทานพระราชดำรัสว่า "...ความสุข คือ พอเพียง นั่นเอง เพราะว่า ถ้าคนเขาพอเพียง คนเขามีความสุข เราก็มีความสุข ถ้าคนที่อยากได้โน่นได้นี่มาก เราเห็นแล้วมันไม่พอเพียง เราไม่มีความสุข ความสุขของคน แสดงออกมาด้วยความพอเพียง..."

คำว่า... "ครอง" ในแนวคิดที่พระราชทาน จะใช้คำว่าครองเป็นหลัก กระทั่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็เกิดจากคำว่าครอง คือการทำร่วมกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ได้มีการบังคับต่อกัน โดยอาศัยหลักประชาธิปไตย เพื่อการบูรณาการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการพระราชทานโครงการ เพื่อเสริมกับรัฐบาล ดังนั้น เป้าหมายแรกของโครงการพระราชดำริ อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล ซึ่งทางรัฐบาลยังให้บริการไม่ถึง หรือพื้นที่ชายแดนเป็นหลัก ที่สำคัญทรงเลือกทำเพราะอยากให้ประชาชนมีความสุข มีชีวิตที่ดี ทั้งทรงเลือกทำมากกว่าที่ควรจะเป็น

"ธรรม"...ความสมดุลและยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยอมรับในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เพราะไม่มีอะไรที่เหมือนเดิม การเกิด แก่ เจ็บ และตาย เป็นความสมดุลอย่างหนึ่ง หรือเป็นธรรม...ธรรมะอย่างหนึ่ง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริก็เช่นกัน จะศึกษาในสิ่งที่ขาดหาย หรือจากการใช้ที่ไม่เกิดในความเหมาะสม

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคิดในแบบธรรมดาๆ ทำให้เกิดความสมดุลในตัวเอง โดยรู้ความเป็นมาดั้งเดิม พระองค์ท่านจึงมักมีพระราชดำริว่า ถ้าจะปลูกป่า ต้องดูสภาพพื้นที่ให้เสร็จ ต้องดูไม้ท้องถิ่นเป็นหลัก ก็จะทำให้การดูแลง่ายขึ้น การเจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น การบำรุงรักษาก็ง่ายขึ้น รวมถึงลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลง แต่จุดสมดุลจะต้องคงอยู่ โดยพิจารณาด้วยทางสายกลาง ใช้วิธีธรรมดา...ธรรมชาติ มาแก้ไขปัญหาที่พบเห็น ซึ่งจะเริ่มแก้จากจุดเล็กๆไปก่อน แก้จากหัวหน้าครอบครัว แก้จากครอบครัว แก้จากชุมชน และแก้จากสังคม เพื่อให้เกิดฐานรากที่เข้มแข็งขึ้น แล้วค่อยๆขยายฐานรากออกไป ถึงแม้จะมีโครงการสี่พันกว่า อันดับแรกจะต้องมองก่อนว่า คนที่จะทำโครงการต้องมีความพร้อม ตั้งแต่สุขภาพร่างกายและจิตใจ และสุดท้ายก็คือ...ความรู้ ที่สามารถไปแลกเปลี่ยนต่อกันได้ หรือเปิดโอกาสให้ซึ่งกันและกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงมีพระราชดำรัสว่า เมื่อให้ความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการสาธิตให้เห็นด้วย โดยสาธิตในศูนย์ศึกษาฯ ขณะเดียวกันทางสำนักงาน กปร. ยังมีการคัดเลือกตัวอย่าง ที่ทำสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง...มาเสริม และนี่เป็นตัวอย่างต่อไปว่า หากเกิดความเข้มแข็ง ก็อาจเกิดศูนย์ศึกษาเหมือนกัน และกระจายตัวออกไป

ศูนย์ศึกษาฯเป็นเพียงจุดเล็ก แต่เป็นตัวแทนสภาพปัญหา ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย อย่างเช่นศูนย์ศึกษาห้วยฮ่องไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนของปัญหา การบุกรุกทำลายป่าต้นน้ำ โดยในการทำโครงการ พระองค์ท่าน...จะใช้หลักธรรมชาติ ในการพัฒนาประเทศ อันดับแรก คือ ภูมิสังคม อย่างรู้ด้านภูมิศาสตร์ พื้นที่ต่ำควรมีน้ำ พื้นที่สูงควรเป็นป่า พร้อมรับรู้ด้านสังคม รวมถึงการระเบิดจากข้างใน เพื่อการสร้างความเข้าใจ

ถึงแม้ว่า...โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะส่งผลที่ดีได้เพียงใด แต่จุดสุดท้ายจะอยู่ที่ "ทศพิธราชธรรม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ทศพิธราชธรรม คือ ทาน...การให้วัตถุทานและธรรมทาน ศีล...ความประพฤตดีงาม ปริจจาคะ...การสละของเล็ก เพื่อประโยชน์ที่ใหญ่กว่า อาชชวะ...ความซื่อตรง มัททวะ...ความอ่อนโยนทั้งกายและใจ ตปะ...ความบำเพ็ญเพื่อให้กิเลสเบาบาง อักโกธะ...ความไม่โกรธ อวิหิงสา...ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ขันติ...ความอดทน ขันติธรรม และอวิโรธนะ...ความไม่ประพฤติผิดธรรม

โครงการต่างๆของพระองค์ท่าน เกี่ยวข้องกับดิน น้ำ ลม และไฟ ที่มีความเกี่ยวโยงต่อกัน ซึ่งการทรงงานของพระองค์ท่าน ยึดทางสายกลาง มีเหตุมีผล มีความพอประมาณ โดยสามารถวัดจากตัวเองได้หมด บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจ และสุดท้ายในการทรงงาน จะมีคุณธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อเกิดความสมดุลที่มั่นคงยั่งยืน

ดังนั้น เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม...ธรรมชาติ ธรรมดา และทศพิธราชธรรม จนกระทั่งเข้ามาสู่...เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม

ปิดท้ายก่อนเดินทางดูงานต่างประเทศ มีการบรรยายเรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรดินตามแนวพระราชดำริ จากอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงการบรรยายในหัวข้อ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามแนวพระราชดำริ และ การฝึกปฏิบัติการเป็นวิทยากรกระบวนการ โดยอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย