ข่าวดังในโลกไอทีตอนนี้มี 3 ข่าว คือ Windows 9, iPhone 6 กับ Apple Watch ซึ่งเป็นของบริษัทไอทีชั้นนำระดับ 2 ค่าย ฝ่ายแรกคือ Microsoft ซึ่งข่าวว่า Windows 9 คงวางจำหน่ายในอีกไม่นานนี้

ส่วนiPhone 6 กับ Apple Watch เป็นกลุ่มสินค้าใหม่ของ Apple โดยเฉพาะ Apple Watch เป็นสินค้ากลุ่มใหม่ต่อจาก iPod ที่เปิดตัวมาเมื่อปี 2010

แต่เพราะ iPhone 6 เปิดตัวก่อน ถึงแม้จะยังไม่มีขายในบ้านเราตอนนี้ แต่ก็มีของจริงมาให้ผู้บริโภค (ในประเทศอื่น) ใช้กันแล้ว ผมก็เลยหยิบเรื่องนี้มานำเสนอคุณผู้อ่านนะครับ

iPhone 6 ออกมากี่รุ่น

สมัย iPhone 5 ออกวางตลาดใหม่ๆ รุ่นแรกเป็น iPhone 5 ธรรมด๊า ธรรมดา จากนั้นอีกไม่นานก็ออก iPhone 5C กับ 5S ออกมา ซึ่งรุ่นใหม่ที่ออกมานี่น่าใช้มาก ไม่ว่าจะเป็น 5C รุ่นประหยัดแบบสีสวยๆ หรือ 5S ที่มีสไตล์หรูหราแบบ Metallic

มาถึงสมัย iPhone 6 เขาออกมาทีเดียว 2 รุ่นตั้งแรกเลยครับ (คงต้องการให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกมากขึ้น) นั่นก็คือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus

แต่ละรุ่นเป็นอย่างไรเรามาดูกัน

iPhone 6

ขอเริ่มที่ iPhone 6 ธรรมดาๆก่อนนะครับ เจ้ารุ่นนี้มีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว เมื่อวัดตามแนวทแยง (กว้างกว่า iPhone 5) ส่วนขนาดตัวเครื่องแบบกว้าง ยาว และหนาก็ 6.7 x 13.81 x 0.69 เซนติเมตร (เรียกว่า บางกว่า iPhone 5 จนรู้สึกได้) ส่วนน้ำหนักก็ 129 กรัม (หนักกว่า iPhone 5S แต่เบากว่า iPhone 5C)

นอกจากเรื่องขนาดที่ต่างจาก iPhone 6 Plus แล้วก็มีเรื่องของระยะเวลาในการใช้งานด้วยแบตเตอรี่อีกด้วยที่ต่างกันคือ

1. ระยะเวลาในการสนทนา เมื่อมีการเชื่อมต่อระบบ 3G เอาไว้คือ 14 ชั่วโมง

2. ถ้าต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน 3G สามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมง

3. ถ้าต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน LTE (มาตรฐานที่เหนือกว่า 3G บางคนเรียก 3.9G) สามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมงเช่นกัน

4. เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ 11 ชั่วโมงต่อเนื่อง

5. เล่นวิดีโอได้ 11 ชั่วโมง

6. ฟังเพลงได้นาน 50 ชั่วโมง

พวกนี้คือคุณสมบัติเฉพาะของ iPhone 6 ครับ เดี๋ยวเรามาดู iPhone 6 Plus กัน

iPhone 6 Plus

สำหรับ iPhone 6 Plus นี่มีขนาดหน้าจอกว้างตามแนวทแยง 5.5 นิ้ว เรียกว่าใหญ่สะใจกันเลยทีเดียว ส่วนขนาดตัวเครื่องแบบ กว้างคูณยาวคูณหนาก็ 7.78 x 15.81 x 0.71 เซนติเมตร (ก็ยังบางกว่า iPhone 5 อยู่ดี) ส่วนน้ำหนักก็ 172 กรัม (ก็เครื่องจอกว้าง ก็ต้องหนักกว่ารุ่นพี่เป็นธรรมดา)

สิ่งที่แตกต่างจาก iPhone 6 อีกเรื่องคือพวกเวลาการใช้งาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. ระยะเวลาในการสนทนา เมื่อมีการเชื่อมต่อระบบ 3G เอาไว้คือ 24 ชั่วโมง

2. ถ้าต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน 3G สามารถใช้งานได้ 12 ชั่วโมง

3. ถ้าต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน LTE สามารถใช้งานได้ 12 ชั่วโมงเช่นกัน

4. เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ 12 ชั่วโมงต่อเนื่องเหมือนกัน

5. เล่นวิดีโอได้ 14 ชั่วโมง

6. ฟังเพลงได้นาน 80 ชั่วโมง

สำหรับเรื่องต่อไปเป็นภาพรวมของ iPhone 6 ทั้ง 2 รุ่นที่เหมือนกันนะครับ

ภาพรวมของ iPhone 6 และ 6 Plus

เข้าใจว่า iPhone 6 กับ iPhone 6 Plus คงเป็นเหมือนพี่น้องฝาแฝด ก็เลยทำให้พวกอุปกรณ์ภายในเหมือนกันราวกับแกะออกมาจากบล็อคเดียวกันดังนี้ครับ

1. ชิปประมวลผลใช้รุ่น A8 แบบ 64 บิต (ในขณะที่ iPhone 5 ใช้ A6 หรือ A7) ทำให้ iPhone 6 ทำงานได้เร็วกว่า

2. ใช้ M8 เป็นชิปประมวลผลร่วม (สำหรับ iPhone 5 ใช้ M7) ทำให้การแสดงภาพเคลื่อนไหวของ iPhone 6 ทำงานได้ดีกว่า

3. สำหรับการบันทึกภาพวิดีโอก็มีระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวระดับภาพยนตร์ซึ่งไม่มีใน IPhone รุ่นก่อนหน้า (ทำให้ภาพวิดีโอที่บันทึกด้วย iPhone 6 ดูแล้วภาพนิ่งกว่า)

4. ยังมีระบบออโต้โฟกัสต่อเนื่องสำหรับวิดีโออีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใน iPhone 5

5. ระบบใหม่ใน iPhone 6 อีกเรื่องคือ NFC (Near Field Communication) ซึ่งเป็นระบบสื่อสารระยะสั้นมากๆ (ห่างได้ไม่เกิน 4 เซนติเมตร) นิยมใช้สำหรับการจ่ายเงินผ่านทางเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ หรือไม่ก็ใช้รับส่วนลดในการซื้อสินค้าก็ได้

พวกนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับให้คุณผู้อ่านตัดสินใจ เผื่อ iPhone 6 เข้ามาบ้านเราเมื่อไหร่ จะได้ใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจซื้อมาไว้ในครอบครองครับ

ใครสนใจก็รอนิดหน่อยละกัน คิดว่าไม่นานเกินรอคงจะมีให้เห็นในบ้านเราอย่างแน่นอน

เกือบลืมเรื่องสำคัญ เข้าใจว่าราคาตอนนี้ (ตอนที่เขียนต้นฉบับ) อยู่ในระดับเกินเอื้อมสำหรับใครหลายๆคน เพราะเห็นว่าราคาอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นได้ (ผมเห็นราคาแล้วหนาวไปถึงขั้วหัวใจเลยเชียว) คงต้องรอหน่อยนะครับ เพราะพอของเข้ามาบ้านเราอย่างเป็นทางการ ราคาน่าจะลดลงมากกว่านี้ ^_^