ในน้ำมีปลาที่กัมปงชนัง

วิถีอาเซียน-วิถีไทย

แต่โบราณนานมา คนไทยคุ้นชินกับคำกล่าวที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ทว่าปัจจุบันแทบจะนึกภาพอันบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์บนแผ่นดินนี้ได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะในน้ำมีปลา จะมีก็แต่ชาวประมงไทยต้องเดินทางไปจับปลาในน่านน้ำของเพื่อนบ้าน หรือไม่ก็นำเข้าปลามาจากเขมร

ความอุดมสมบูรณ์จนได้ชื่อเป็นแหล่งปลาชุมของประเทศกัมพูชามาจากทะเลสาบเขมรที่กว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมหลายจังหวัด น้ำและปลาจึงเปรียบเสมือนมหาสมบัติอันล้ำค่าที่ชาวกัมพูชาสามารถตักตวงทำมาหากินตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ถึงรุ่นลูก หลาน เหลน เป็นมรดกที่คนรุ่นก่อนฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้รักษาสืบไปชั่วนิรันดร์

ทะเลสาบเขมร หรือ โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบที่มีความกว้างใหญ่ติดอันดับโลก และเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชาวกัมพูชา กินพื้นที่เกือบ 70,000 ตารางกิโลเมตร แต่ในฤดูน้ำหลาก จะขยายอาณาบริเวณขึ้นอีกเท่าตัว จากรายงานเอกสารการท่องเที่ยวกัมพูชา ใน พ.ศ.2544 ระบุว่าพลเมืองที่อาศัยอยู่รายรอบทะเลสาบ จำนวนถึง 3 ล้าน 5 แสนคน คิดเป็นความหนาแน่นของประชากร 57 คนต่อตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหลายจังหวัด อาทิ กัมปงธม เสียมเรียบ พระตะบอง โพธิสัตว์ และกัมปงชนัง ทำให้จังหวัดเหล่านี้ได้อาศัยเป็นแหล่งทำมาหากิน ประกอบอาชีพส่วนใหญ่จากการประมง เพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจ สามารถล่องเรือชมหมู่บ้านลอยน้ำ และวิถีชีวิตชาวประมงซึ่งสร้างที่พักอาศัยอยู่กลางทะเลสาบมานานนับหลายสิบปี

กัมปงชนัง มาจากกัมปง หมายถึง ท่า ชนัง หมายถึง หม้อดิน รวมความแล้วแปลว่า ท่าหม้อดิน ซึ่งแต่เดิมชาวกัมปงชนังมีอาชีพปั้นหม้อขาย เพราะมีดินเหนียวที่มีคุณภาพเหมาะกับการปั้นมากกว่าที่อื่นใด ปัจจุบันถึงแม้หม้อดินจะห่างไกลจากชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว แต่ก็ยังมีให้เห็นตามถนนหมายเลข5ที่จะผ่านไปยังพนมเปญ และในตลาดกัมปงชนัง อาชีพที่ชาวเมืองหันมายึดเป็นหนทางทำมาหากินกลับเป็นการประมงวิถีชีวิตที่สามารถสัมผัสได้ คือ สะพานปลาขนาดย่อมที่ให้เรือแต่ละลำเข้ามาเทียบ เข่งปลา และตราชั่ง เสียงโหวกเหวกของการสนทนาที่ท่าเรือ

ทะเสสาบเขมรเป็นประดุจเส้นเลือดใหญ่ของชาวกัมพูชา นอกจากเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ยังเป็นแหล่งปลาชุกชุม แหล่งน้ำสำหรับทำนา ทำสวน รวมถึงเป็นเส้นทางเดินเรือภายในประเทศ และที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง เรือประมงเป็นเรือธรรมดาๆ ไม่มีเครื่องยนต์กลไกเหมือนเรือไทย อุปกรณ์จับปลายังเป็นแบบพื้นๆ เช่น อวน ข่าย เบ็ด ทะเลสาบของกัมพูชาเลี้ยงชีวิตผู้คนมานานนับหลายชั่วอายุคน สงบงามอยู่บนพื้นที่ส่วนกลางของประเทศ เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นแหล่งปลาชุกชุม แหล่งดินตะกอนพัดพาอันอุดม ก่อให้เกิดอาชีพต่างๆรายรอบริมน้ำ และยังเป็นแหล่งอารยธรรมมาแต่บรรพกาล โดยนักโบราณคดีสืบค้นได้ว่า ทะเลสาบเขมรเป็นแหล่งน้ำที่ก่อให้เกิดชุมชนในยุคเก่าก่อน หลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานได้ก็คือ นครวัด นครธม รวมทั้งปราสาทหินต่างที่กระจัดกระจายอยู่ในเมืองเสียมเรียบ และจังหวัดในภาคอีสานของไทย

กษัตริย์เขมรผู้เป็นเสมือนต้นธารอารยธรรม ลุ่มน้ำทะเลสาบ เป็นผู้สร้างสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ก็คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงเป็นโอรสของพระเจ้าธรณีนทรวรมันที่ 2และพระนางจุฑามณี ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากวงศ์กษัตริย์ขอม ประสูติ เมื่อ พ.ศ.1670 เมื่อพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ ราชสมบัติถูกแย่งชิง ทำให้ต้องรอคอยถึง 15 ปี จึงแย่งราชสมบัติกลับคืนมาได้ และสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงพระปรีชาสามารถจนยึดอาณาจักรจำปาได้ ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น แม้จะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรด้วย ดังนั้น พระพักตร์สลักหินขนาดใหญ่ในนครธม จึงเชื่อว่าเป็นพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ประชากรของกัมพูชากว่าสิบล้านคนในปัจจุบัน มีเชื้อชาติขแมร์ถึงร้อยละ 90 อีกร้อยละ10 เป็นจีน จาม และชนกลุ่มน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการหล่อหลอมจากเบ้าหลอมวัฒนธรรมเดียวกัน คือ อารยธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบ นอกจากชาวขแมร์แล้ว รองลงมา คือ พวกลัวะ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือใกล้เวียดนาม และลาว นอกจากนี้ยังมีชาวขแมร์ เชื้อสายจาม ที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบ เบ้าหลอมที่ก่อให้เกิดอารยธรรมบริเวณทะเลสาบยังคงปรากฏในช่วงราวต้นเดือนพฤศจิกายน น้ำนองตลิ่ง ชาวขแมร์จะมีพิธีฉลองด้วยการจัดพิธีแข่งเรือ จำนวนหลายร้อยลำ เรือจะล่องลอยมาจากทั่วทุกทิศเพื่อแข่งขันต่อพระพักตร์กษัตริย์และราชินี ทางการกำลังเตรียมการที่จะผลักดันให้ทะเลสาบเขมรซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก แบบเดียวกับที่นครธม เป็นมรดกโลกทางด้านแหล่งวัฒนธรรม

เมื่อเรือแล่นผ่านมาถึงท่าเรือเมืองเสียมเรียบ จะมองเห็นอีกมุมของวิถีชีวิตแม่ค้าปลา ชาวประมง และลูกค้าที่รอซื้อปลาไปปรุงอาหาร กลิ่นคาวคละคลุ้ง ส่วนใหญ่เป็นปลาชนิดมีเกล็ด ประเภทปลาตะเพียน ปลาสร้อย ทะเลสาบเขมรเป็นแหล่งปลากรอบชั้นเยี่ยมที่ส่งเข้ามาขายเมืองไทยปีละไม่น้อย ปลาย่างกรอบเขมรมีชื่อเสียงมาช้านาน ปลาเขมรที่ขึ้นชื่อ มีปลากรอบ และปลาฮก หรือปลาร้าเขมร ซึ่งมีกลิ่นกวนใจมากกว่าปลาร้าไทย กรรมวิธีง่ายๆ นำปลาตัวเล็กๆมาเด็ดหัวทิ้ง แล้วเทลงตะเข่ง หรือกระบุง ใช้เท้าเหยียบให้แหลก จากนั้นทิ้งไว้จนปลาใกล้แห้ง จึงเอาเกลือโรย นำไปหมักในโอ่ง ชาวเขมรนิยมนำน้ำปลาฮกมาปรุงรส เหมือนคนไทยใส่น้ำปลาในอาหาร

ชาวประมงในเขมร กับชาวประมงในไทย แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวกแรกจะจับปลาขายในช่วงฤดูกาลว่างงานไร่นา เป็นพวกมือสมัครเล่นที่จะทำประมงเป็นอาชีพเสริม ส่วนอีกพวกจะจับปลาขายอย่างเดียว ไม่ประกอบอาชีพอื่นใด มีบ้านอยู่บนเรือนแพลอยเรือจับปลาหากินไปวันๆ โดยไม่สนใจโลกภายนอก ไม่ต้องการรับรู้ข่าวสาร ไม่สนใจการบ้านการเมือง เพราะชีวิตขอเพียงมีแหล่งปลาให้จับ นำปลามาเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน มีความเรียบง่าย สงบ อยู่ท่ามกลางท้องน้ำเคล้ากลิ่นคาวปลา ในหมู่บ้านชาวประมงซึ่งมีหัวหน้าคอยดูแลให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ในอดีต เสียมเรียบหรือเสียมราฐนี้ เคยเป็นรัฐหนึ่งของสยาม ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ามามีอำนาจ สยามจึงต้องตัดแขนเพื่อรักษากายให้กับฝรั่งเศสไป ชาวขแมร์เรียก เสียมเรียบ มีความหมายว่าสยามแพ้อย่างราบเรียบ เกิดจากสงครามสยามกับชาวขแมร์ในยุคหนึ่ง ซึ่งไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นสงครามใด พ.ศ.ไหน แต่คงให้ความรู้สึกทางใจกับชาวขแมร์เอง

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เคยเสด็จเสียมราฐ เมื่อ พ.ศ.2467 ได้นิพนธ์ไว้ในนิราศนครวัด ความตอนหนึ่งว่า "การรับส่งคนโดยสารไปเมืองเสียมราฐ เมืองพระตะบอง มีเรือไฟทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อม เวลาน้ำมากก็เดินเรือขนาดใหญ่ ถ้าน้ำลดก็เดินเรือขนาดย่อม แต่เดินไม่ได้ตลอดปี ในระหว่างเดือนมกราคมจนถึงกรกฎาคมน้ำลงขอด ที่ปากทะเลสาบตื้น ต้องหยุดเดินเรืออยู่หกเดือน แต่ในหกเดือนนั้นเป็นเวลาที่ปลาชุมในท้องทะเลสาบ พวกราษฎรพากันไปจับปลา นัยว่าผู้คนมากมายราวกับไปตั้งเมืองในท้องทะเลสาบ ทำปลาย่างกรอบไปขายในที่ต่างๆ ที่ส่งเข้าไปยังเมืองไทยก็ปีละมากๆ"

นอกจากเสียมเรียบแล้ว ยังมีพระตะบอง และศรีโสภณ ที่เคยอยู่ในความดูแลของไทย โดยเฉพาะพระตะบองซึ่งมีความน่าสนใจในฐานะเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นชื่อที่คนไทยเรียกขาน แต่ชาวขแมร์เรียก บัตบองหรือ บัตตัมบอง แปลว่า กระบองหายไปอย่างปัจจุบันทันด่วน กระบองนั้นเป็นของนายพลตากูเฮ ซึ่งมีอนุสาวรีย์สร้างเป็นที่ระลึกให้ สายสัมพันธ์ของสยามกับพระตะบองฝังรากลึกมายาวนาน เจ้านายฝ่ายไทยที่ไปปกครองพระตะบองคนแรก คือ พระยาอภัยภูเบศร ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายแบน เป็นพระยาอภัยภูเบศรคนแรก ท่านผู้นี้กลายเป็นต้นสกุลอภัยภูเบศร ต่อมาพ่อของ นายควง อภัยวงศ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของประเทศไทย คือ พระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) ได้รับแต่งตั้งเป็นพระยาอภัยภูเบศรคนสุดท้าย ก่อนที่ไทยจะเสียดินแดน มณฑลบูรพา ประกอบด้วยเสียมเรียบ พระตะบอง และศรีโสภณ ให้กับฝรั่งเศสไป

ปัจจุบันคนไทยสามารถเลือกเดินทางเข้าเขมรได้ทั้งทางรถ เรือ และเครื่องบิน ขึ้นอยู่กับงบประมาณ เวลา และลักษณะนิสัย ผู้ที่ชอบพิสมัยสนใจที่จะไปล่องทะเลสาบเขมร สามารถผ่านเข้าทางอรัญประเทศ ปอยเปต ศรีโสภณ เข้าเสียมเรียบ ด้วยระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร หรือผ่านปอยเปต พระตะบอง แล้วล่องเรือไปตามทะเลสาบ ไปขึ้นที่ท่าเรือเมืองเสียมเรียบ แล้วนั่งรถเข้าตัวเมือง จากปอยเปตไปเสียมเรียบ มีทั้งรถตู้ และสองแถว ราคาตามแต่ตกลงกับคนขับ ยังมีอีกหลายเส้นทางที่ผู้สนใจจะเดินทาง สามารถศึกษาหารายละเอียดได้

แต่โดยทั่วไป ชายไทย และเขมร ต่างเดินทางไปมาหาสู่กันเสมอ ชาวบ้านชาวแดนสามารถเดินทางเข้าออกได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า แต่ถ้าเป็นคนพื้นที่อื่นต้องทำใบผ่านแดน และต้องมีพาสส์ปอร์ต วีซ่า สำหรับการไปท่องเที่ยวหรือค้างแรม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง