ผ้าหม้อห้อม บ้านทุ่งโฮ้ง

เส้นไหมใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

"หม้อห้อม" เป็นภาษาพื้นเมืองรวมคำว่า "หม้อ" กับ "ห้อม" ซึ่งคำว่าหม้อ หมายถึง ภาชนะชนิดหนึ่ง ส่วนคำว่าห้อม หมายถึง พืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ต้นห้อม หรือต้นคราม ให้สีน้ำเงินหรือกรมท่าในการย้อมผ้า ชาวทุ่งโฮ้ง จังหวัดแพร่ นำเอาส่วนที่เป็นลำต้น และใบมาหมักในหม้อที่บรรจุน้ำตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ทำให้ได้น้ำสีคราม แล้วนำมาย้อมผ้าขาวให้เป็นผ้าคราม ความเป็นมาของการทำผ้าหม้อห้อมมีการทำสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เพราะป้าเหลือง ทองสุข ผู้ที่ทำผ้าหม้อฮ่อมอยู่ในปัจจุบันก็ทำสืบทอดมาจากแม่มาประมาณ 40 กว่าปีแล้ว และถ่ายทอด สู่รุ่นลูกต่อไป ผ้าสีครามล้ำค่าจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษนี้ เป็นผ้าพื้นเมืองที่สำคัญของจังหวัดแพร่ คำว่าหม้อห้อม เขียนได้หลายแบบ เช่น ม่อฮ่อม ,ม่อห้อม,หม้อฮ่อม,หม้อห้อม ทุกคำล้วนมีความหมายเดียวกัน คือ เสื้อผ้าที่มีสีครามที่เกิดจากภูมิปัญญาช่างย้อม เป็นการใช้ผ้าฝ้ายที่ได้จากการทอ ย้อมด้วยสีครามที่ได้จากต้นฮ่อมหรือต้นคราม ได้ผ้ามีสีเดียวกันตลอดทั้งผืน ปัจจุบันนำมาตัดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กางเกง กระโปรง เสื้อ ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2548 และได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2548 มีสมาชิกเริ่มจัดตั้งจำนวน 7 คน ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 25 คน มีที่ทำการอยู่บ้านเลขที่ 291 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ สมาชิกส่วนใหญ่นำเอาภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษของคนพวนบ้านทุ่งโฮ้ง ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่นในการทำผ้าหม้อห้อมสีธรรมชาติ ซึ่งได้จากธรรมชาติเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำหัตถกรรมสิ่งทอย้อมสีห้อมธรรมชาติ เป็นการพัฒนาผ้าหม้อห้อมให้ไปสู่สากล และรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าหม้อห้อมให้ยั่งยืน และสืบทอดต่อไป

ชาวทุ่งโฮ้ง ซึ่งอยู่ที่บ้านทุ่งโฮ้ง ถนนยันตรกิจโกศล อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร พัฒนาปรับปรุงสินค้ามาโดยตลอดจึงสร้างชื่อเสียงผ้าหม้อห้อมได้อย่างรวดเร็ว ถ้าพูดคำว่าหม้อห้อมแท้หมายถึงเสื้อหม้อห้อมที่ย้อมเสื้อผ้าดิบเอาในหมู่บ้านในชุมชน นอกจากนี้ยังมีหม้อห้อมที่นำผ้าที่ย้อมสำเร็จแล้วจากโรงงานมาตัดเย็บ ความหลากหลายของหม้อห้อมก็อยู่ที่กรรมวิธีการย้อม ย้อมเย็นก่อน ต่อด้วยการ "ชุบซ้ำ" (ภาษาเฉพาะคนขายหม้อห้อม หมายถึงการย้อมร้อนด้วยสีเคมีทับ) ผู้ย้อมแต่ละคนก็มีเทคนิคเฉพาะตัว รูปแบบเสื้อผ้าปรับจากเสื้อกุยเฮง เตี่ยวสะดอ (กางเกงขาก๊วยหูรูด) มีการตกแต่งลวดลายด้วยวิธีต่างๆ เช่น ลายบาติกของม้ง หรือ ผ้าตีนจก ผ้าทอพื้นเมือง

ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาหม้อห้อมสามแบบคือ หม้อห้อมสังเคราะห์ หม้อห้อมธรรมชาติ และ หม้อห้อมที่นำเนื้อผ้าทั้งสองแบบมาใช้ผสมผสานกัน ซึ่งเป็นโอกาสให้ลูกค้าเลือกได้ตามรสนิยม ตามโอกาสแห่งการใช้สอย หม้อห้อมสังเคราะห์ ก็มีทั้งใช้ผ้าย้อมมาจากโรงงาน หรือ ผ้าดิบมาย้อมเอง บ้างก็ย้อมแบบบาติก เย็บแล้วก็ผ่านกรรมวิธีฟอกให้นุ่ม ฟอกกันสีตก มีรูปแบบมากมาย ตามระดับราคาที่ผู้ซื้อต้องการ หม้อห้อมธรรมชาติ ก็มีความแตกต่างในแต่ละร้าน ในเนื้อผ้า ลวดลายเทคนิคการทอ มีทั้งมัดย้อม จุ่มย้อม หรือ สกรีนลายด้วยหม้อห้อมธรรมชาติ ตามความถนัดและบุคลิกของเจ้าของร้าน ซึ่งหลายร้านก็จะระบุไปถึงประเภทผ้า วิธีการย้อม สีที่ใช้ย้อม รวมทั้งวิธีใช้วิธีซัก การดูแลรักษา ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้สะดวกขึ้น

โดยธรรมชาติแล้วคุณสมบัติของสีครามที่ใช้ย้อมผ้าหม้อห้อมนั้นสีจะตก จึงพูดได้ว่า "หม้อห้อมแท้สีต้องตก" แต่มีกรรมวิธีที่ช่วยให้สีครามตกน้อยลงได้โดยการแช่น้ำเกลือหรือหัวน้ำส้มไว้ 1 คืน ก่อนซักครั้งแรก หลังจากนนั้นก็ซักตามปกติโดยแยกซักออกจากผ้าที่มีสีอ่อน ผ้าหม้อห้อมยิ่งซักก็ยิ่งสวย ซึ่งสีจะตกอยู่ประมาณ 4-5 ครั้ง จากนั้นสีครามก็อยู่ตัว คุณก็จะได้ผ้าหม้อห้อมย้อมครามที่มีสีสวยไว้สวมใส่ในทุกเทศกาลค่ะ