โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ

เยาวชนสร้างสรรค์

ฝางชนูปถัมภ์...โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น

ทาง บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เชิญสื่อมวลชนร่วม Trip Itinerary เข้าเยี่ยมชม โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนถ้วยพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษา ในโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ” ครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “ตามรอยเท้าพ่อ...กับฮอนด้า” โดยทางโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้มีชีวิต ที่ได้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และการบำบัดน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่ถ่ายทอดโดยนักเรียนและคณะครู จากการลงมือปฏิบัติจริงสู่ชุมชน

โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ตั้งอยู่เลขที่ 205 หมู่ที่ 7 ตำบลสันทราย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการอนุมัติจากกรมสามัญศึกษา ให้เปิดทำการสอนในปี พ.ศ. 2504 มีเนื้อที่โรงเรียนรวม 188 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา โดยสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (จังหวัดเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ปัจจุบัน ฐิตติณัฐ ศักดิ์ธนานนท์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน

โดยพันธกิจหลักของโรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ คือ การพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก ได้จัดการหลักสูตรเรียนการสอน ที่เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมพัฒนากระบวนการบริหาร และการจัดการด้วยระบบคุณภาพ โดยให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และเครือข่ายในชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการอย่างเป็นระบบ จากโครงการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม ทำให้โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น สามารถปลูกฝังการอนุรักษ์ หวงแหน และป้องกันตามแนวพระราชดำริ ให้แก่นักเรียนทั้งในและนอกสถาบัน อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้หน่วยงานอื่นๆ ที่มีสภาพปัญหาคล้ายคลึงกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

การจัดกิจกรรมครอบคลุมทุกด้าน เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน โดยมีการปรับการเรียนรู้แบบบูรณาการ ทางผู้บริหารได้กำหนดนโยบายและเป้าหมาย ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของโรงเรียน ซึ่งมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับโครงการ โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 6 อาทิ กิจกรรมหลักสูตรการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม กิจกรรมเกษตรผสมผสาน กิจกรรมปุ๋ยหมักชีวภาพ กิจกรรมบ่อดักไขมัน กิจกรรมการจัดการพลังงาน กิจกรรมภูมิปัญาท้องถิ่น กิจกรรมปลูกหญ้าแฝกและทำฝายแม้ว กิจกรรมกระดาษรีไซเคิล กิจกรรมการจัดการขยะ กิจกรรมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชน

สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากสื่อมวล คือ กิจกรรมเกษตรผสมผสาน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ กิจกรรมสวนกล้วยน้ำหว้า เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกผัก และหมูหลุม โดยนักเรียนชั้น ม. 3/1 พัฒนพงษ์ คงเพ็ชร อายุ 15 ปี เป็นตัวแทนของเพื่อนๆเล่า ว่า “เกาหลีเหนือมีนักวิจัยคนหนึ่ง ศึกษาพฤติกรรมหมูหลุมนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จ จากนั้นรณรงค์ให้ชาวบ้านเลี้ยงภายในบ้าน เพื่อนำมูลมาทำเป็นปุ๋ย นอกจากนำเนื้อไปจำหน่าย ในประเทศไทยผู้ที่นำการเลี้ยงหมูหลุมเข้ามา คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยส่งให้คนไทยจำนวน 4 คน ไปศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงหมูหลุม ในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา คนเริ่มรู้จักการเลี้ยงหมูหลุมมากขึ้น ประโยชน์ในการเลี้ยงหมูหลุม จะไม่มีกลิ่น ไม่มีแมลงวัน

...หลังจากได้ความรู้ในการเลี้ยงหมูหลุม ผมได้นำกลับไปใช้เลี้ยงหมูที่บ้านครับ ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ก็ค้านว่า จะดีเหรอ!!!เพราะเลี้ยงหมูมันมีกลิ่นนะ ต่อเมื่อทราบถึงประโยชน์ว่า จะไม่มีกลิ่น ไม่ต้องกำจัดน้ำเสีย พื้นคอกไม่เฉอะแฉะ ก็สนใจมาเลี้ยงหมูหลุมกัน การเลี้ยงหมูต้องขุดหลุมลึกประมาณ 1 เมตร แล้วพื้นผสมด้วยแกลบ มูลสัตว์ ดินแดง เปลือกไข่ เศษใบไม้ เกลือทะเล และน้ำจุรินทรีย์ ภายหลังก็ได้ปุ๋ยใช้ในสวนส้มหรือลิ้นจี่ เพราะด้วยอาชีพที่บ้านทำสวนครับ เมื่อก่อนเสียเงินเยอะเพื่อซื้อปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยชีวภาพ ตั้งแต่ทางบ้านได้เลี้ยงหมูหลุม ก็ประหยัดเงินซื้อปุ๋ยไปได้มาก ส่วนพืชผักในสวนยังมาเป็นอาหารให้หมูได้ ตัวอย่างเอาปุ๋ยไปปลูกกล้วย แล้วก็เอาหยวกกล้วยเป็นอาหารสัตว์ ประโยชน์ที่ได้รับต่อมา คือ เราขายกล้วยได้ ขายเนื้อหมูได้ ถือเป็นการนำประโยชน์มาใช้ครบวงจร”

ส่วนกิจกรรมปุ๋ยหมักชีวภาพ เกิดขึ้นจากกลุ่มนักเรียน ที่มีความตระหนักในสิ่งแวดล้อม อยากให้โรงเรียนสวยงามน่าอยู่ โดยร่วมมือนำเศษใบไม้ใบหญ้า ที่มีอยู่มากมากภายในโรงเรียน นำมาทำการย่อยสลาย จนกระทั่งได้เป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ไปใส่ในแปลงไม้ดอกในโรงเรียน และแจกจ่ายให้กับชุมชนได้ใช้ ซึ่งนักเรียนชั้น ม. 4/2 ฟาง-จุฬาวรรณ นามะสนธิ อายุ 15 ปี อาสาเป็นตัวแทนกลุ่ม เล่าถึงกระบวนการทำปุ๋ย ว่า “ด้วยพื้นที่ของโรงเรียนกว้างขวาง มีเศษใบไม้เป็นจำนวนมาก มีการทำลายด้วยการเผาทิ้ง ทำให้หน้าดินเสื่อมสภาพ เราเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อม จึงนำเศษใบไม้ใบหญ้ามาทำปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวิชา CAS-Creative Action Service แล้วก็มีการออกไปบริการชุมชนด้วย

...วิธีการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เริ่มต้นด้วยการนำใบไม้ไปโม่ ในจำนวนหนึ่งตันต่อปุ๋ยคอก 200 กิโลกรัม แล้วใส่สารเร่งซุปเปอร์ พค.1 หนึ่งซองต่อปุ๋ยหนึ่งตัน จากนั้นคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วพ่นน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ หมักทิ้งไว้ประมาณหนึ่งเดือน ก็ได้ปุ๋ยหมักชีวภาพ นำไปใช้หรือแจกจ่ายในชุมชน โดยส่วนตัวที่บ้านมีอาชีพทำนา ก็นำหลักการทำปุ๋ยไปทำที่บ้าน ทางโรงเรียนให้สารเร่งซุปเปอร์ พค.1 ไปด้วย ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็เห็นดีด้วยค่ะ ประหยัดเงินซื้อปุ๋ยมาใช้ได้พอสมควร”

และกิจกรรมการปลูกหญ้แฝกและฝายแม้ว ด้วยโรงเรียนมีพื้นที่กว้างขวาง การดูแลรักษาทำได้ลำบาก ทำให้ดินแข็ง ไม่ร่วนซุย และไม่อุ้มน้ำเวลาฝนตก อีกทั้งแนวของสระน้ำแห้งแล้งง่าย และคันคลองในโรงเรียนมีกลิ่นเหม็น การปลูกหญ้าแฝกและทำฝายแม้ว เป็นแนวทางที่โรงเรียนนำมาใช้แก้ปัญหา อามิต-เจษฎา แสงสุวรรณ์ อายุ 17 ปี เรียนอยู่ชั้น ม. 6/1 มาเล่าถึงประเภทของฝายและการทำฝาย ว่า “ผมเห็นโครงการพระราชดำริต่างๆของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วมาพิจารณาถึงสภาพพื้นที่ในโรงเรียน สามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้มาก เนื่องจากพื้นที่เป็นต้นน้ำของประเทศ ควรรักษาความชุ่มชื้นและหน้าดินให้กับผืนป่า แล้วป่าไม้ก็ให้ความร่มรื่นกับชุมชน เป็นประโยชน์ที่มีความเกี่ยวเนื่องต่อกัน ผมเรียนรู้การทำฝายทั้งในและนอกพื้นที่มาครับ โดยโรงเรียนได้เป็นพื้นที่ต้นแบบการทำฝาย ให้กับเยาวชนได้เข้ามาทำการศึกษา ส่วนนอกพื้นที่ก็ออกไปช่วยทำฝาย ถือเป็นการพัฒนาพื้นที่ในชุมชน

...เรื่องรูปแบบของฝายมี 3 ประเภท ได้แก่ ฝายต้นน้ำแบบถาวร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนฝายต้นน้ำแบบกึ่งถาวร สร้างด้วยหิน คอนกรีต และเหล็ก และฝายผสมผสานหรือฝายแม้ว อาทิ ฝายผสมผสานแบบคอกหมูแบบหินทิ้ง ฝายผสมผสานแบบคอกหมูแกนกระสอบ ฝายผสมผสานแบบตาข่าย ฝายผสมผสานแบบกระสอบ ฝายผสมผสานแบบคอกหมูแบบแกนดิน ฝายผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้าน และฝายประเภทหลังเหมาะกับพื้นที่แถวนี้ โดยใช้ไม้ไผ่เป็นแกนยึดแล้วทำเป็นกรอบ ภายในบรรจุพวกวัสดุตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถลดการพังทลายของดิน ลดความรุนแรงของกระแสน้ำ พร้อมกับกักเก็บตะกอนหรือวัสดุต่างๆ แถวๆนี้จะมีฝายกึ่งถาวรไม่ค่อยมาก เพราะมีค่าใช้จ่ายในการฝายทำสูง”

เมื่อเสร็จสิ้นการชมกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ก็ต้องขอบใจน้องๆที่ให้การต้อนรับ โดยเฉพาะ เปรย-ศศิกุนต์ บุญหมื่น อายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม. 5/ 9 ที่มาคอยเป็นไกด์พาแนะนำกิจกรรมต่างๆ น้องเปรย...เล่าถึงประสบการณ์ให้ฟัง ว่า “หนูเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนวัดนวลวรดิษฐ์ กรุงเทพฯ มาเรียนปีแรกที่ โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ เชียงใหม่ ด้วยตัวคุณพ่อย้ายมาทำงานที่เชียงใหม่ จึงย้ายโรงเรียนมาดูแลและเป็นเพื่อนกับคุณพ่อค่ะ หนูสนใจงานด้านประชาสัมพันธ์ เพราะถ้าเรามัวแต่เขินอาย จะทำให้ไม่รู้จักคนอื่นๆ ตอนเด็กๆหนูไปดัดฟัน ทำให้พูดไม่ชัด แล้วเมื่อเห็นลูกพี่ลูกน้องด้วยกัน ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ของโรงแรม คุณน้าก็ทำทัวร์ต่างประเทศ จึงสนใจงานด้านประชาสัมพันธ์มากขึ้น โดยฝึกฝนการพูดและการใช้ภาษาต่างๆในสื่อสาร สำหรับโคงการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน ก็มีการบีบีบอกเพื่อนๆที่โรงเรียนเก่า เพื่อนๆต่างสนใจอยากทำบ้าง เพียงแต่พื้นที่โรงเรียนในกรุงเทพฯจำกัด ส่วนหนึ่งหนูดีใจที่ย้ายมาเรียนโรงเรียนนี้ ด้วยได้รับรู้ประสบการณ์โดยตรง เกี่ยวกับการรักษาสภาพแวดล้อม ขณะที่โรงเรียนเก่าได้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคมค่ะ”

โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้บูรณาการหลักสูตรการเรียนรู้ ด้านสิ่งแวดล้อมในทุกสาระวิชา โดยให้นักเรียนรับผิดชอบในฐานการเรียนรู้ กระทั่งเกิดจิตสาธารณะในชุมชน และจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มาจากการลงมือปฏิบัติจริงของนักเรียน ด้วยการขับเคลื่อนของผู้บริหาร คณะอาจารย์ และนักเรียน โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์กลายเป็นศูนย์กลาง การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ ของชุมชนอย่างแท้จริงครับ