มังสวิรัติย้อนยุค

เรื่องจากต่างแดน

เวลาดูหนังฮอลลีวู้ดย้อนยุคโบราณ เรามักจะคุ้นตากับภาพงานเลี้ยงฉลองที่เน้นการดื่มกินกันอย่างมโหฬาร บนโต๊ะมีอาหารกองสุมกันเป็นภูเขาเลากา และส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ชิ้นโตๆ ยกแทะกันเป็นขาๆ ทำให้คิดไปว่า คนในยุคนั้นคงกินกันแต่เนื้อสัตว์หรือเปล่านะ...แต่ภาพเหล่านี้อาจไม่ถูกต้องซะทีเดียวนัก เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนโบราณก็มีวิถีการกินอาหารมังสวิรัติกันไม่น้อยเลยค่ะ

มีงานวิจัยใหม่ที่ทำให้ทราบว่า ชาวไอยคุปต์ในยุคโบราณ นิยมบริโภคอาหารจากพืชผักเป็นส่วนใหญ่ แหล่งข้อมูลจาก Inside Science รายงานว่า จากการศึกษาคาร์บอนอะตอมในร่างของมัมมี่อียิปต์โบราณ ทำให้ทราบว่า ชาวไอยคุปต์กินผัก ผลไม้ และธัญพืชเป็นอาหารหลัก นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ทำการสำรวจมัมมี่ของอียิปต์โบราณ 45 ร่าง แต่แทนที่จะโฟกัสไปที่โปรตีนคอลลาเจนที่มีอยู่ในเส้นผมเหมือนการศึกษาทั่วๆไป คราวนี้นักวิทยาศาสตร์กลับมุ่งไปศึกษาดูที่ฟันและกระดูก นอกจากนั้นยังศึกษาในหลายๆจุดที่แตกต่างจากการศึกษาที่เคยมีมา โดยผลการศึกษาทำให้ล่วงรู้ว่าชาวอียิปต์โบราณเขากินอะไรกันบ้าง ซึ่งหมายถึงตลอดช่วงอายุขัย ไม่ใช่เฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น

แม้แม่น้ำไนล์จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลา แต่ชาวไอยคุปต์ก็ยังนิยมกันพืชผักมากกว่า เราทราบกันดีว่า ชาวอียิปต์โบราณให้ความเคารพและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำไนล์ โดยเฉพาะการจับปลา ซึ่งพวกเขารู้วิธีจับปลามากมาย ดังที่ปรากฏในภาพบนฝาผนัง ภาพวาด อักษรโบราณ และรูปแกะสลัก ทำให้คนรุ่นหลังอาจจะคิดไปว่า ชาวอียิปต์โบราณคงจะกินปลากันเป็นล่ำเป็นสัน แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาดูไอโซโทปในมัมมี่ กลับไม่มีสัญญาณสำคัญใดๆ เลยที่จะบ่งบอกถึงการบริโภคปลาในปริมาณมาก แถมนักวิทยาศาสตร์ยังรู้ด้วยว่าปลาบางสายพันธุ์ก็ไม่ได้ถูกนำมารับประทานด้วยซ้ำ อันเนื่องมาจากเหตุผลทางศาสนา

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Archaeologist Science เปิดเผยว่า ชาวอียิปต์โบราณส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ บริโภคผัก ผลไม้เป็นหลัก เช่นเดียวกับคนโบราณชนชาติอื่นๆที่นิยมบริโภคอาหารที่ทำจากข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์กันเป็นส่วนใหญ่

การวิจัยยังทำให้ทราบอีกด้วยว่า จากยุคโบราณเป็นต้นมา ชาวอียิปต์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการกินอย่างที่หลายคนเข้าใจ พวกเขายังคงบริโภคอาหารมังสวิรัติมาเรื่อยๆ และเพิ่มมากขึ้นในระหว่างช่วง 3,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนกระทั่ง ค.ศ.600

จะเห็นได้ว่า แต่ละสังคมก็มีเหตุผลของตนเองในการกินมังสวิรัติ และคนโบราณก็ยังมีเหตุผลด้านจริยธรรมที่จะละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ชาวไอยคุปต์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนเชื้อชาติ ศาสนาอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นคริสเตียน ยิว และ อิสลาม

หากมองย้อนกลับไปในอดีต การกินมังสวิรัติมีอยู่แทบทุกสังคมนับตั้งแต่ในหมู่นักรบ นักสู้ผู้กล้า ไปจนถึงชนชั้นสูงในรั้วในวัง ดังตัวอย่างเช่น...

- นักล่ายุคหินเก่า แทบจะเรียกได้ว่าเป็นมังสวิรัติเต็มตัว ถึงแม้จะหันมากินอาหารเนื้อสัตว์มากขึ้นในระหว่างยุคหินใหม่ก็ตาม

- กลาดิเอเตอร์ นักสู้โบราณในโรม (อย่าง พระเอกแมกซิมัส จากเรื่อง Gladiator) จำเป็นต้องเพาะร่างกายให้บึกบึน เพราะมันหมายถึงความอยู่รอดของชีวิต กลาดิเอเตอร์ส่วนใหญ่จึงกินอาหารคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เพราะให้พลังงานสูง เพิ่มพละกำลังวังชา

- ในประเทศจีน อาหารมังสวิรัติเป็นที่นิยมทั่วไปในช่วงราชวงศ์เหนือและใต้ ซึ่งจริงๆแล้วการกินมังสวิรัติของคนจีนในยุคราชวงศ์ชิง มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือกินผักกับเนื้อสัตว์สลับกัน กินอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ และแบบที่ไม่กินเนื้อสัตว์เลย

- คนในยุคอารยธรรมโบราณของอเมริกา ก็เน้นอาหารมังสวิรัติเป็นส่วนใหญ่ แม้จะบริโภคเนื้อสัตว์ด้วย แต่ก็ไม่ได้กินเนื้อสัตว์เป็นหลัก อย่างเช่น ชนเผ่ามายา นิยมบริโภคข้าวโพดเป็นหลัก ในขณะที่ชาวอินคาบริโภคมันฝรั่ง ผัก และผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์

คนโบราณให้บทเรียนอันมีค่ากับพวกเรามาเนิ่นนานในแง่ที่ว่า "อาหารเป็นยา ยาเป็นอาหาร" และมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีกระแสสีเขียว ไม่มีเทศกาลกินเจ ไม่มีเกษตรกรรมยั่งยืน มีแต่การดำรงชีวิตที่เป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น

นักปราชญ์ในยุคโบราณส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนแนวคิดทฤษฎีมังสวิรัติ และยังปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดอีกด้วย เหตุผลของการสนับสนุนให้ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น นักปราชญ์หลายท่านได้กล่าวไว้ เช่น...

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ยอดอัจฉริยะ... "ไม่มีอะไรที่จะยังประโยชน์ให้สุขภาพของมนุษย์ และเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตอยู่บนโลกมากเท่ากับการวิวัฒนาการสู่อาหารมังสวิรัติ"

ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี ปราชญ์ชาวอิตาเลี่ยน... "มนุษย์เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าอย่างแท้จริง เพราะความโหดร้ายทารุณของเขาเหนือกว่าสัตว์เหล่านั้น เขาอยู่บนความตายของผู้อื่น ตัวเขาคือสุสาน อนึ่ง ตัวข้าพเจ้าเองได้ตั้งสัจจะเลิกกินเนื้อสัตว์ ย่อมจะเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ เมื่อมนุษย์เห็นการฆาตกรรมสัตว์เป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงเท่าๆกับการฆ่ามนุษย์ด้วยกัน"

ลีโอ ตอลสตอย ปราชญ์ชาวรัสเซีย... "ตราบใดที่ร่างกายของเรายังเป็นหลุมฝังศพ ที่มีชีวิตของสัตว์ที่ถูกสังหาร เราจะหวังให้สภาพอุดมคติในโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน"

เพลโต้ ปรัชญาเมธีชาวกรีก... "เนื้อสัตว์เป็นสาเหตุแห่งโรคภัยและสงคราม"

เซเนก้า นักปราชญ์ชาวโรมัน... "อาหารบริสุทธิ์ (จากคาวเลือดและเนื้อ) นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างปัญญาด้วย"