องศาที่ 72 : "พิการแต่กายไม่เป็นไร... ขอให้ใจยังเต็มร้อย"

ดูดี 360 องศา

ผมเพิ่งวางหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งลงด้วยจิตใจอันห่อเหี่ยว นั่นเพราะได้อ่านข่าวเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แกล้งปลอมตัวเป็นคนตาบอด แล้วเที่ยวไปเดินขอรับบริจาคตามที่ต่างๆ ก่อนจะอาศัยทีเผลอทำการล้วงกระเป๋าคนอื่นเขา

ความรู้สึกแรกที่ผมได้อ่านข่าวนั้นก็คือ ทำไมคนสมัยนี้ช่างใจร้ายกันเสียเหลือเกิน ถึงได้หาหนทางมาหลอกลวงกันต่างๆ นานา แล้วพวกเขาไม่รู้เลยหรือว่าการเล่นตลกกับความสงสาร เล่นตลกกับความรู้สึกของจิตใจคนอื่นนั้นมันเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัย ซ้ำร้ายพวกเขายังทำให้ภาพลักษณ์ของคนพิการต้องพลอยมัวหมองไปอีกด้วย ทั้งๆ ที่การเกิดเป็นคนพิการนั้นก็ช่างมีชีวิตที่ยากลำบากอยู่แล้ว

ผมเชื่อคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านคงรู้สึกเห็นใจคนพิการ ที่พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากว่าคนธรรมดาที่เกิดมามีอวัยวะครบทุกส่วน แต่ในความสงสาร ผมแน่ใจว่ามีหลายท่านที่อาจยังไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตนต่อผู้พิการอย่างอย่างไร ที่จะไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย หรือเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

การปฏิบัติต่อผู้พิการนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การพูดจา การแสดงออก หรือการสัมผัสต่อคนพิการนั้นเป็นสิ่งที่คนทั่วไปควรจะหาโอกาสเรียนรู้ เพื่อที่จะได้นำไปปฏิบัติกับผู้พิการได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผมได้ไปค้นคว้าและหาข้อมูลดีๆ มาฝากกันครับ

แรกเริ่มคืออย่าถาม หรืออย่าหาสาเหตุว่าเป็นเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต เพราะเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน หรือเพราะอุบัติเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องกลายมาเป็นคนพิการ เพราะไม่ว่าคุณจะหาคำพูดที่อ่อนหวานหรือสุภาพมากมายแค่ไหนก็ตามมาถามพวกเขา มันก็อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจหรือตอกย้ำความรู้สึกพวกเขาอยู่ดี

ดังนั้นเราอย่าไปรู้ในสิ่งที่เราไม่สมควรต้องรู้ ซึ่งถ้าหากเราไม่ใช่จิตแพทย์หรือคุณหมอที่ศึกษาทางด้านนี้มาโดยตรงและมีหน้าที่คอยรักษาผู้พิการ ผมว่าเราเพียงแต่เรียนรู้และหาหนทางที่จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเหมาะสม แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ต่อมาคืออย่านำเรื่องความพิการมาล้อเลียนเป็นเรื่องตลก จริงอยู่ว่าสมัยเรายังเด็ก เราอาจจะเคยเห็นเพื่อนคนหนึ่งเรียกเพื่อนอีกคนว่าไอ้เหล่หรือไอ้เป๋แล้วก็พากันตลกขบขัน แต่พอเราโตขึ้นมา เราจึงได้รู้ว่าการเรียกบุคคลอื่นด้วยสรรพนามแบบนั้นมันช่างเป็นการกระทำที่หยาบคายเอาเสียมากๆ และอาจจะเพิ่งรู้สึกเสียใจที่ร่วมตลกไปกับพวกเขาในวันนั้นด้วย

... คนพิการทุกคนมีชื่อ ดังนั้นเราก็ควรจะให้เกียรติด้วยการเรียกชื่อของพวกเขาครับ

ถัดมาคือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค แต่ในความเสมอภาคนั้นต้องมีความเอื้ออาทรเจือปนอยู่ด้วยในปริมาณที่เหมาะสม

ความเอื้ออาทรต่อคนพิการซึ่งคนที่มีร่างกายปกติอย่างเราๆ จะสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ก็คือ การลุกให้คนพิการนั่งบนรถประจำทาง ไม่ว่าเขาจะพิการทางสายตา ทางแขนหรือทางขาก็ตาม โดยไม่ต้องคำนึงว่าพวกเขาจะเรียกร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่ นอกจากนั้นยังอาจจะช่วยบอกทาง หากพบเจอคนที่พิการทางสายตา และยังอาจช่วยเหลือโดยการพาพวกเขาข้ามถนน ในบริเวณที่ปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปเลยแม้แต่นิดเดียว

น่าเสียดายที่ในเมืองไทยของเรายังไม่ได้มีมาตรการหรือมีแบบแผนที่เป็นรูปธรรม เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกแก่คนพิการเหมือนอย่างที่ต่างประเทศ ดังนั้นการใช้ชีวิตของคนพิการร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมไทยจึงยังมีข้อจำกัดและยังมีความลำบากอยู่บ้าง

แต่ผมเชื่อในน้ำใจของคนไทย เชื่อว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียดกับเรื่องการเมือง เรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง หรือกลุ้มใจกับเรื่องภัยธรรมชาติ แต่คนไทยหลายๆ คนยังคงมีน้ำใจเหลือเผื่อแผ่ให้เพื่อนมนุษย์ เพื่อนร่วมชาติ และเพื่อนร่วมโลกอยู่เสมอ .. แต่คนไทยหลายๆ คนที่ว่านั้นน่าจะยกเว้นพวกโจรห้าร้อยที่ผมอ่านเจอในข่าวดังที่เกริ่นมาข้างต้น

และสำหรับผู้พิการที่บังเอิญมาอ่านพบบทความของผมในตอนนี้ ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้พวกคุณทุกคนมีความสุขกับชีวิตและมีสุขภาพที่แข็งแรง ถึงร่างกายอาจจะพิการ... ก็ไม่เป็นไร อย่าปล่อยให้ใจของเราพิการไปด้วยก็แล้วกันครับ ...