จากระบำถึงงานศิลป์บาหลี

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

สถานะแห่งเมืองท่องเที่ยวที่เป็นเกาะ มีความสวยงามของธรรมชาติที่ผสมกลมกลืนอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ชายหาดที่สวยงามและขาวสะอาดตา ป่าที่อุดมสมบูรณ์ และการดำเนินชีวิต ส่งผลให้บาหลีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จักตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เหล่าศิลปินชาวยุโรปที่เดินทางมาเยือนต่างหลงใหลในความงดงามและผลิตผลงานภาพเขียนและภาพวาดไปเผยแพร่ ทำให้ใครก็อยากมาเยือนสวรรค์บนดินแห่งนี้สักครั้งในชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกกว่า 1 ล้านคนต่อปี หลั่งไหลเดินทางไปที่บาหลี ในจำนวนนี้เป็นชาวออสเตรเลียน และญี่ปุ่นมากสุด

เวลาที่เหมาะสมของการทัศนาจรบาหลี จะอยู่ระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน แต่ควรระวังช่วงที่จะไปเดินชนกับชาวออสซี่ที่นิยมมาเที่ยวบาหลีอย่างมากระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน รวมทั้งช่วงคริสต์มาส และปีใหม่ ซึ่งที่พักจะมีราคาแพงกว่าปกติ และมักจะถูกจองล่วงหน้าจนเต็มหมดทุกหนแห่งทีเดียว

บาหลี คือ หนึ่งในเกาะกว่าหมื่นแห่งที่ตั้งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย อยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา ใต้จากเส้นศูนย์สูตร8องศา มีฐานะเป็นรัฐ มีผู้ปกครองตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นเกาะสุดท้ายทางฝั่งตะวันออกที่มีสภาพแวดล้อมเป็นแบบป่าฝนของเอเชีย เกาะเล็กๆแห่งนี้มีเนื้อที่เพียง ห้าพันกว่าตารางกิโลเมตร แต่กลับมีภูมิประเทศที่หลากหลายมาก ทั้งภูเขาสูง ภูเขาไฟ ป่า และหาดทรายขาวละเอียด ประชากรราว 3 ล้านคน ยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม มีความรักและหวงแหนวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ มีความเชื่อในจิตวิญญาณ นับถือบรรพบุรุษ ตลอดจนวิญญาณของผู้ล่วงลับ นับถือศาสนาฮินดูเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ จึงยังยึดมั่นอยู่กับสังคมชนชั้นวรรณะ ซึ่งมี 4 วรรณะแบบอินเดีย โดยเฉพาะวรรณะศูทร ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่สุดของเกาะ

เทศกาลและงานประเพณีต่างๆถือเป็นส่วนสำคัญในวิถีชีวิตของคนบาหลี ทุกวันจะมีงานฉลองทำบุญประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง โดยชาวบาหลีจะแต่งตัวแบบพื้นเมืองดั้งเดิมสวยงามแล้วจัดเครื่องไหว้บูชาไปวัดกัน ฝ่ายหญิงจะเป็นคนทูนของไหว้ไว้บนศีรษะ เนื่องจากมีวัดหลายร้อยวัดในบาหลี จึงแน่ใจได้ว่าช่วงใดก็ตามที่นักท่องเที่ยวไปเยือนจะมีงานฉลองทำบุญประจำปีของวัดใดวัดหนึ่งเสมอ การกำหนดวันฉลองและเทศกาลต่างๆที่นั่นจะยึดปฏิทินตามจันทรคติ จึงทำให้วันสำคัญๆไม่ตรงกับปฏิทินสากลในแต่ละปี ควรสอบถามเป็นครั้งคราวเมื่อจะเดินทางไปเยือน หรือสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์การท่องเที่ยวบาหลี www.balitourism authority.net

บาหลีเป็นเมืองแห่งการแสดง และร่ายรำ สามารถหาชมได้ทั่วไป มีระบำได้ชมมากมาย อาทิ ระบำบารอง ซึ่งรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวเพราะจัดให้ชมเป็นประจำ เรื่องราวการต่อสู้ระหว่างธรรมะและปีศาจบารอง ระบำคะชักหรือระบำลิง เป็นระบำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในบาหลี ตัดตอนมาจากรามเกียรติ์ เล่าเรื่องตอนพระรามกับพลวานร ที่ตามไปช่วยนางสีดาจากราวันนาหรือทศกัณฐ์ ใช้ตัวแสดงจำนวนมาก โดยเฉพาะพลลิงจะนุ่งผ้าตาหมากรุกเปลือยท่อนบน ทัดดอกชบาแดงข้างหู เลกอง การแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าหญิง สังหยางหรือระบำลุยไฟ บาริส การแสดงเกี่ยวกับการเตรียมตัวออกศึก รวมถึงระบำที่สวยงามอย่างระบำผึ้ง ระบำหน้ากาก เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทพนิยาย สำหรับชาวบาหลี หน้ากากถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วายังกุลิต การแสดงหุ่นเชิดคล้ายกับหนังตะลุง ประกอบเครื่องดนตรี 4 ชิ้น ใช้หุ่นกว่า 60 ตัว ตามโรงแรมระดับสี่ดาว ห้าดาว มีการแสดงระบำต่างๆให้ชม

ดินแดนแห่งนี้ยังเป็นสวรรค์สำหรับนักช็อป โดยเฉพาะถ้าชื่นชอบกับของที่ระลึกประเภทศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองซึ่งมีราคาย่อมเยา เหมาะจะเป็นของฝากคนทางบ้าน โดยเฉพาะที่พลาดไม่ได้เลย คือ ผ้า สาวชาวบาหลีสามารถทอผ้ากันได้เกือบทุกคน เนื่องจากหน้าที่หนึ่งของแม่ชาวบาหลีก็คือ สอนลูกสาวให้ทอผ้าซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดมาเป็นเวลาช้านาน ผ้าพื้นเมืองของบาหลีมีหลายลักษณะ อาทิ

อิกัต เป็นผ้าในแบบดั้งเดิมของชาวบาหลี มีกรรมวิธีการทอแบบโบราณ ใช้นุ่งเป็นผ้าโสร่งตัวนอก หรือชุดที่ใส่ในพิธีกรรมสำคัญเท่านั้น

เกริงชิง เป็นผ้าอิกัตชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงมากในบาหลี ทอในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ชื่อว่า เทงกะนัน เป็นผ้าที่ทอยาก และมีราคาสูงมาก

ซองเก็ต เป็นวิธีการทอผ้าที่ใช้ทองหรือเงินมาทอเป็นผ้าธรรมดาหรืออิกัต มีความยาวประมาณ2เมตร ผู้ชายใช้นุ่งเป็นโสร่งตัวนอก และผู้หญิงมักใช้เป็นผ้าคลุมเมื่อมีงานเลี้ยงฉลอง หรืองานพิธีสำคัญ

ปราดา คือ ผ้าเขียนลายทอง ในสมัยก่อนจะใช้ทองจริงๆ แต่ปัจจุบันจะใช้สีทองวิทยาศาสตร์วาดลงบนผ้าโพลีเอสเตอร์ มักใช้ทำพัด ร่ม หรือตกแต่งอาคาร สถานที่ และใช้ทำเครื่องแต่งกายของนักแสดงเต้นระบำ

เปลังกิ เรียกง่ายๆเป็นภาษาไทยก็คือ ผ้ามัดย้อมนั่นเอง มีลวดลายสวยงามสไตล์บาหลี และมักจะทำจากผ้าไหม

บาติค เป็นผ้าที่เขียนลายด้วยขี้ผึ้งเหลว แล้วนำไปย้อมสีให้เกิดเป็นลวดลาย นักท่องเที่ยวมักจะหาซื้อผ้าบาติคที่บาหลี โดยความจริงแล้ว บาติคมีกำเนิดจากชวา และส่วนใหญ่ทำมาจากโรงงานนอกบาหลีมากกว่า

ซุมบ้า เป็นผ้าทอลวดลายแบบพริมิทีฟจากเกาะซุมบ้า ของแท้จะมีราคาสูง แต่มีของเลียนแบบในบาหลีจำนวนมาก ราคาย่อมเยากว่า

ของฝากจากบาหลีที่นักช็อปจะไม่พลาดเลยก็คือ ของเก่า นักสะสมของเก่าที่นิยมวัตถุโบราณหาซื้อได้ที่บาหลี แต่ต้องระวังห้ามนำวัตถุโบราณที่มีอายุมากกว่า50ปีออกนอกประเทศ ถือเป็นสินค้าผิดกฎหมายเชียวแหละ ภาพวาดก็ไม่เลว เพราะภาพวาดของบาหลีมีความสวยงามไม่เหมือนใคร ผู้ชื่นชอบภาพวาดสวยๆ มักจะหอบหิ้วงานฝีมือของจิตรกรชาวบาหลีกลับมาตกแต่งบ้าน ตามด้วยเครื่องเซรามิคประเภทถ้วยชาม ของประดับตกแต่งบ้าน เครื่องประดับประเภทเครื่องเงินเครื่องทอง หรือเครื่องประดับสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบบาหลี เป็นการผสมผสานระหว่างฝีมือดั้งเดิมกับความทันสมัยในปัจจุบัน

แต่ของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุดที่นักท่องเที่ยวหอบหิ้วกลับมาบ้านได้ไม่ยากและเป็นที่นิยมมาก คือ ไม้แกะสลักเป็นหน้าตัวละครหลากหลายอารมณ์สีสันสะดุดตา

งานศิลปะที่ขึ้นชื่อสำหรับผู้นิยมการแกะสลัก มีงานไม้ และหินแกะสลักขนาดเล็กที่เป็นของที่ระลึกซื้อติดมือกลับมาฝากคนทางบ้านในราคาย่อมเยา เป็นที่ถูกใจนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป ถ้าไม่กังวลว่าอาจจะต้องแบกน้ำหนักขึ้นเครื่องมากสักหน่อย

นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์สปาอะโรมาเทอราปี กระเป๋าถักสาน ตะกร้าและสินค้าพื้นเมืองแฮนด์เมดสไตล์อินโดนีเซีย

ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวที่พากันไปดื่มด่ำกับธรรมชาติของบาหลีในปัจจุบันกำลังนิยมบรรยากาศการเข้าสปาเป็นอย่างมาก นอกจากจะติดใจกับการตกแต่งร้านเลียนแบบธรรมชาติรายรอบด้วยหินสลักงดงาม ยังได้ลงไปแช่ตัวในบ่อน้ำที่หอมกรุ่นสบายทั้งกาย สบายทั้งใจ ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมของชาวบาหลีจะใช้สมุนไพรแบบบาหลีที่มีชื่อเรียกว่า ลูลูร์ ผนวกกับส่วนประกอบเช่นน้ำมันหอมระเหยนานาชนิด สปาแบบบาหลีจึงมีชื่อเสียงก้องโลก รวมทั้งการนวดตัวแบบชาวบาหลีที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆสัมพันธ์กัน ช่วยล้างพิษในร่างกาย และมีการขัดตัวด้วยสมุนไพรทำให้ผิวพรรณสดใส โรงแรมชั้นหนึ่งในบาหลีปัจจุบันมักจะมีบริการสปาควบคู่ไปด้วยเสมอ

ไปบาหลีถ้าไม่ได้ลิ้มลองรสอาหารทะเลก็คงเหมือนมาไม่ถึงบาหลี บริเวณที่ขายอาหารทะเลสดๆ มีชื่อของที่นี่คือ จิมบารัน และซานดิดาสา ส่วนอาหารขึ้นชื่อคือ บาบิ กูลิง หรือหมูหันกรอบและเบเบค เบตูตู หรือเป็ดอบรมควันแสนอร่อย ขนมหวานก็ต้องลิ้มลองข้าวเหนียวดำเปียก และกล้วยทอด ลอดช่อง และรวมมิตร บาหลียังมีผลไม้คล้ายคลึงกับเมืองไทย ผลไม้ขึ้นชื่อได้แก่ สลักที่คล้ายกับระกำหรือสละของไทย แต่เปลือกไร้หนามแหลมและรสชาติหวานกลมกล่อมเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีทุเรียนที่บาหลีนิยมรับประทานแบบสุกงอม รวมทั้งยังมีขนุนและกล้วยชนิดต่างๆวางขายตามตลาด และมังคุดจะอยู่ในฤดูกาลประมาณช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคม

บาหลีเป็นแบบอย่างหรือโมเดลการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มุ่งขายอัตลักษณ์ จนกลายเป็นเสมือนสินค้าที่นานาประเทศให้การยอมรับ และทำรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการอย่างมหาศาล คนบาหลียังคงภาคภูมิใจในความดั้งเดิมที่อาจดูล้าหลังในสายตาของชาวโลก มาจนถึงทุกวันนี้

เป็นบทพิสูจน์ว่า ความเป็นตัวของตัวเองไม่ตามกระแสการพัฒนาจนเกินเลย ยังคงขายได้ตลอดกาล