"ช้างต้นมงคลชัย"

สิ่งมหัศจรรย์คู่วัดอัมพวัน
ประสบการณ์ลี้ลับ

เมื่อคราวที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปทำบุญถวายผ้าไตรจีวรและสังฆทานแด่ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม แห่งวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ครั้งนั้นนอกจากจะอิ่มใจและอิ่มในบุญกุศลที่ได้สร้างและได้กราบหลวงพ่อสมปรารถนาแล้ว ก่อนจะกลับจึงเดินสำรวจบริเวณรอบๆวัดไปเรื่อยจนมาถึงข้างอุโบสถ ไปสะดุดกับช้างเชือกใหญ่ที่งามสง่ามาก ไม่ทราบถึงที่มา แต่เมื่อรู้แล้วก็ยิ่งทึ่งกับที่มาอันน่าอัศจรรย์

ช้างตัวนี้ทราบประวัติว่ามาจากโรงแรมดุสิตธานี แต่มาอยู่ที่วัดอัมพวันได้อย่างไร นี่สิน่าประหลาดนัก เพราะก่อนที่จะมีการอัญเชิญท่านมานั้น หลวงพ่อจรัญท่านมีนิมิตว่าจะมีช้างของสมเด็จพระนเรศวรฯเข้ามาในวัด ซึ่งหลวงพ่อยังสงสัยว่า "ช้างเข้ามายังไง" ช้างก็บอกว่า "จะมาอยู่กับหลวงพ่อ" หลวงพ่อก็บอกต่ออีกว่า "จะมาอยู่ที่วัดนี้อย่างไร เดี๋ยวก็กินกอไผ่หมด กินต้นไม้หมดน่ะซี" หลังจาก 7 วันผ่านไปขณะที่หลวงพ่อกำลังฉันภัตตาหารอยู่บนศาลา ได้มีชายคนหนึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมดุสิตธานี มาถึงเขาก็แหวกคนเข้ามากราบพร้อมถวายช้าง 3 ตัว เป็นช้างทองเหลืองเนื้อสัมฤทธิ์ และได้เล่าความเป็นไปให้ฟังว่า เขาต้องการนำช้างมาถวายหลวงพ่อ เป็นช้างดอกไม้ตัวใหญ่มาก ที่สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับชาวต่างประเทศในการประชุมธนาคารโลกที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 7-18 ตุลาคม พ.ศ.2534 เมื่อการประชุมธนาคารโลกเสร็จแล้ว ก็ไม่รู้จะนำไปตั้งไว้ที่ไหน มีคนอยากได้แต่เขาไม่ให้ และเขาเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับช้าง ได้อ่านประวัติของหลวงพ่อจรัญพบว่าท่านเคยเรียนคาถาช้างปราบช้างตกน้ำมันกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จึงคิดว่าพระองค์นี้น่าจะเข้าท่า จึงขับรถมาหาซึ่งก็เป็นการมาวัดเป็นครั้งแรกอีกด้วย

หลวงพ่อจรัญเมื่อทราบความท่านก็นิ่งอึ้งไม่คิดว่านิมิตจะเกิดขึ้นจริง แต่ท่านก็ยินดีให้เอามาได้เลย ซึ่งเจ้าของช้างก็ตกลงว่าจะนำช้างมามอบให้ในวันอาทิตย์ แต่เมื่อหลวงพ่อท่านนั่งภาวนาปรากฏว่าเทพเจ้าของช้างบอกว่าช้างจะมาวันพฤหัสบดี หลวงพ่อจึงบอกลูกศิษย์ให้ทำบายศรีรับช้างต้นมงคลชัย ซึ่งจะมาในวันพฤหัสบดี แม้ลูกศิษย์จะเถียงว่าเขาจะมาวันอาทิตย์ แต่หลวงพ่อยังย้ำว่าให้ทำรับวันพฤหัสบดี เมื่อวันพฤหัสบดีมาถึงเวลาบ่ายสี่โมง ช้างก็มาถึงจริงๆ ทั้งขบวนที่นำช้างมาก็ต้องแปลกใจที่เห็นมีพิธีรับช้างใหญ่โตเหมือนกับรู้ว่าช้างจะมาวันนี้ ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้บอกเลื่อนว่าจะเอาช้างมาวันพฤหัสบดี

เรื่องราวอันประหลาดเกี่ยวกับ "ช้างต้นมงคลชัย" นี้ มีเหตุการณ์ซึ่งเป็นนิมิตมงคลมาตั้งแต่ก่อนจะมีการสร้างเพื่อนำมาแสดงในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นี้เสียด้วยซ้ำ นั่นคือเมื่อฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมดุสิตธานีต้องรับหน้าที่ตกแต่งสถานที่ ซึ่งจะทำเป็นห้องงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการประชุมเวิลด์แบงก์ ซึ่งต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร จะใช้อะไรมาจัดห้องให้ดูสวยงาม เพราะห้องใหญ่มาก ผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงจึงได้ติดต่อกับอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเคยทำงานอยู่ที่กรมศิลปากร โดยปรึกษาว่าให้ช่วยหาอะไรสักอย่างมาแต่งห้องงานเลี้ยงนี้ ที่สำคัญคือต้องเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ อาจารย์ท่านนั้นรับปาก แต่ก็ขอเวลาคิดก่อนว่าจะทำอะไรดี ซึ่งเวลานั้นท่านยังคิดไม่ออกจนใกล้วันที่จะต้องให้คำตอบ ก่อนนอนคืนนั้นท่านได้จุดธูปบอกพระพิฆเนศเมื่อหลับไปในคืนนั้นท่านก็ฝันเห็นช้างตัวใหญ่อยู่กลางห้องประชุม ท่านสะดุ้งตื่นในตอนตีสามและรีบลุกขึ้นมาร่างภาพที่ฝันเก็บไว้ทันที พอรุ่งเช้าจึงโทร.บอกทางผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยง ซึ่งก็ตอบตกลงเห็นด้วย โดยจะเป็นเหตุบังเอิญเหมือนมีอะไรมาดลหรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาโรงแรมดุสิตธานีมักทำอะไรที่เกี่ยวกับช้างอยู่เสมอ

ส่วนลักษณะของช้างนั้นตกลงว่าให้เอาแบบช้างทรงพระนเรศวรฯที่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ปั้นไว้ตอนที่ท่านสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯ ที่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นลักษณะช้างเอี้ยวตัวชูงวงยกขาเล็กน้อย คล้ายช้างใจดีกำลังเล่นทักทายผู้คน ซึ่งเหมาะกับงานที่จะใช้ต้อนรับแขกพอดี เพราะทางโรงแรมต้องการแบบช้างที่เป็นตัวแทนของคนไทย

เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงนำช้างไปตั้งบนแท่นไม้ ซึ่งได้ทำมอเตอร์สำหรับให้ช้างหมุนตัว แล้วใช้ดอกกล้วยไม้มาติดที่ช้างทั้งตัว ดูสวยงามมาก ในส่วนมอเตอร์ก็ได้ทำการทดลองล่วงหน้าแล้วก็ทำงานเป็นปกติ แต่พอเริ่มงานจริงๆ มอเตอร์กลับไม่ทำงาน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีผู้รู้บอกว่า เป็นเพราะช้างเป็นของสูง เทพท่านไม่ยอมให้ช้างหมุนโชว์ ฝรั่งต้องเป็นฝ่ายเดินดูรอบๆเอง นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ประหลาดเมื่อจะนำช้างกลับโรงแรมหลังงานเลิก ซึ่งต้องใช้พนักงานยกช้างถึง 50 คน เพื่อยกช้างลงจากแท่น แต่กลับยกไม่ได้เพราะช้างหนักมาก ทั้งๆที่เมื่อตอนยกขึ้นแท่นยังยกได้ กระทั่งผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงต้องจุดธูปอัญเชิญกลับ ก็ปรากฏว่ายกได้สบาย เมื่อนำกลับมายังโรงแรมก็นำไปตั้งไว้ที่ศาลดุสิต เพราะไม่รู้จะนำไปไว้ที่ไหน แต่ไม่ต้องการทำลายเพียงแต่ต้องการหาที่ที่เหมาะสมเพื่อนำช้างไปไว้

จนในที่สุดได้ตัดสินใจนำช้างมาไว้ที่วัดอัมพวัน และนัดหลวงพ่อจรัญว่าจะนำมาในวันอาทิตย์ แต่ปรากฏว่าวันอาทิตย์พนักงานไม่ว่าง ไปได้ในวันพฤหัส ถ้าไม่ไปวันพฤหัสก็ต้องเลื่อนไปอีกหลายวัน ในใจคนที่จะนำช้างไปถวายก็กังวล เพราะนัดกับหลวงพ่อไว้แล้ว เกรงท่านจะตำหนิว่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่สรุปก็คือต้องนำมาถวายในวันพฤหัสอยู่ดี เมื่อไปถึงวัดก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะทางวัดมีพิธีรับช้าง ทำบายศรี ตั้งรูปช้างและเตรียมสังฆทานถวายช้างกันเอิกเกริก คนที่นำช้างมาต่างก็งุนงงว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าช้างจะมาวันนี้ ในภายหลังจึงทราบว่าหลวงพ่อจรัญท่านอธิษฐานเสี่ยงทายว่าถ้าเป็นช้างของพระนเรศวรฯให้มาวันพฤหัส

เรื่องที่เล่ามานี้เห็นเป็นเรื่องดูอัศจรรย์ เมื่อใดที่ไปเยือนวัดอัมพวันก็ขอให้ไปเที่ยวชมสักการะองค์ช้างต้นมงคลชัย เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรฯได้ภายในโรงช้าง ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆอุโบสถ เพื่อนำความเป็นสิริมงคลกลับไปด้วย