ชีวิต "เสมา" ใน "ขุนศึก" ของ...อั้ม-อธิชาติ

มุมดีๆของชีวิต

"ขุนศึก" บทประพันธ์ของ ไม้เมืองเดิม ที่ได้รับการยกย่องคุณค่ามาโดยตลอด ในครั้งนี้ ทางบริษัท ทีวีซีน จำกัด โดยผู้จัดคนเก่ง พี่ปิ่น-ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ นำมาสร้างเป็นละครได้อย่างลงตัวอีกครั้ง ซึ่งได้มีนักแสดงคุณภาพ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบทเป็นเสมา และ พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบทเป็นเรไร ละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ จะได้สัมผัสกับความรักที่มั่นคง ความรักชาติบ้านเมือง หรือความงดงามของคนไทยสมัยก่อน

มาฟังเบื้องหลังของ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่มาให้สัมภาษณ์อย่างกันเอง ถึงเรื่องราวการทำงาน การเตรียมพร้อม และทัศนะต่างๆที่น่าสนใจกันครับ

ผลงานละครยิ่งใหญ่

"ดีใจนะครับ ที่ได้รับบทในละครเรื่อง 'ขุนศึก' เป็นบทประพันธ์ที่สนุกมาก ซึ่งตัวละคร 'เสมา' ก็อิงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ เริ่มตั้งแต่เป็นลูกช่างตีเหล็กธรรมดา แล้วด้วยความรักชาติบ้านเมือง จึงเข้าไปเป็นทหารต่อสู้เพื่อประเทศชาติ แต่ก็ยังมีใจรักกับแม่หญิง 'เรไร' ที่จริงแล้วก็เหมือนกับดอกฟ้า แล้วเสมาก็พยายามทำทุกอย่าง ด้วยเป็นคนมีความมุมานะ มีความพยายาม มีความสามารถ ทำให้ชีวิตได้เลื่อนขึ้นตามลำดับยศ และวันหนึ่งชีวิตก็ผกผัน ด้วยความที่เป็นคนกตัญญู เป็นคนดี เชื่อมั่นในการกระทำสิ่งดี จึงกลับมายืนในจุดที่ดีอีกครั้ง"

บท "เสมา" ใน "ขุนศึก"

"ด้วยเป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ ทำให้ต้องทำความเข้าใจคนในสมัยก่อน ซึ่งในสมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยี หรือความสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นการที่แอบรักผู้หญิงคนหนึ่งนั้น ก็จะรักและคิดถึงอย่างมากๆ ไม่เหมือนกับในสมัยนี้ ที่คิดถึงก็โทร.หากัน หรือส่งข้อความถึงกัน สมัยก่อนกว่าจะพบเจอแต่ละครั้ง...ก็ยาก แม้การเดินทางก็ใช้การขี่ม้าหรือเดินเท้า ทุกๆอย่างมันต้องใช้เวลาทั้งหมด ฉะนั้นเมื่อผ่านอุปสรรคมาได้ทุกอย่าง จนกระทั่งได้พบรัก...ถือเป็นความยิ่งใหญ่อย่างมาก ที่สำคัญต้องเป็นคนที่รักกันจริง คนในสมัยก่อนจึงมีความอดทนสูง ถ้าถามว่า ส่วนที่คล้ายคลึงของเสมากับตัวผม คงเป็นเรื่องที่ชอบศิลปะการต่อสู้นะ โดยส่วนตัวผมชอบอะไรแบบนี้ แล้วก็ในเรื่องของความรักชาติ รักในความถูกต้อง ตัวเสมาเองรักในความถูกต้อง ไม่ยอมให้คนอื่นดูถูกตัวเรา หรือไม่ให้เกียรติคนรอบข้าง"

"เรไร"...งามอย่างหญิงไทย

"แม่หญิง 'เรไร' เป็นผู้หญิงที่ฉลาดแต่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมา มีจิตใจที่ยึดมั่นในความถูกต้อง แล้วยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูก อย่างเช่น มีความรักให้กับเสมา ซึ่งทางคุณพ่อก็ไม่ได้เห็นดีด้วย เพราะว่าเป็นลูกของช่างตีเหล็ก มีฐานะชนชั้นแตกต่างกันมาก แล้วยังต้องมาโดนใส่ร้ายป้ายสีจากคนอื่นที่มาชอบเรไร แต่แม่หญิงเรไรยังสู้แบบนิ่งเงียบ เพื่อความถูกต้อง เพื่อความรักของตน แล้วเป็นคนที่มีความเรียบร้อย แต่ไม่ถึงเป็นกุลสตรีที่แบบผ้าพับไว้ จริงๆแล้วเรื่องราวความรักในสมัยก่อน ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอด บ้างก็มีเรื่องราวของพ่อแม่กีดกัน เพียงแต่ว่ ผู้หญิงในสมัยก่อนเป็นคนเรียบร้อย แล้วอาจไม่ได้แสดงออกมาต่อต้าน แต่ยังยึดมั่นในความรู้สึกหรือความรักของตัวเอง เรียกว่ามั่นคงในความรัก"

น่าประทับใจให้ติดตาม

"คงเป็นเรื่องของงานสร้างที่ยิ่งใหญ่ มีคิวแอ็คชั่นต่างๆในเรื่องมากมาย โดยเฉพาะในด้านของเพลงดาบ เราจะใช้เพลงดาบจริงๆ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษคนไทย อย่าง เพลงดาบอาทมาฏ เพลงดาบพุทไธสวรรค์ เพลงดาบเหนือ รวมไปถึงมวยคาดเชือก ทุกอย่างที่กล่าวมานำใส่ในคิว เพื่อให้เห็นศิลปะการป้องกันตัว จริงๆแล้วเรื่องของแม่ไม้มวยไทย ถือเป็นมรดกอันดับ 1ของคนไทย ซึ่งต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาเรียนกัน เราเลยถ่ายทอดออกมาให้สวยงามและใช้ได้จริง ไม่ใช่เพื่อการถ่ายทำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น รวมถึงเรื่องราวความรักระหว่างรบ ของตัวละคร 'เสมา' กับ 'เรไร' ที่เป็นความรักที่มั่นคงต่อกัน อีกทั้งประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน ที่เด็กรุ่นหลังๆอาจทราบประวัติเพียงคร่าวๆ ในเรื่องก็จะมีการบรรยายให้เข้าใจมากขึ้น ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร"

ความสำคัญของประวัติศาสตร์

"ประวัติศาสตร์...เป็นสิ่งที่คู่ควรกับชนชาติและเชื้อชาตินั้นๆเลย การที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินนั้น คือเราอยู่ในแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเรา ได้ทำการต่อสู้ ยืนหยัด เสียสละเลือดเนื้อ แล้วเราก็เป็นหนึ่งในลูกหลานที่สืบทอดมา การที่ได้รับรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เราจะรู้สึกรักในชาติ สำนึกในแผ่นดินเกิด และบุญคุณของบรรพชนไทย รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในอดีต ซึ่งในสมัยก่อนการรบแต่ละครั้ง...ไม่ได้ง่าย ต้องขี่ม้าขี่ช้างออกไปรบเป็นเดือนเป็นปี ทั้งที่พักก็พักแรมกันตามทาง ตามทุ่งนา ตามป่าเขา เราต้องคิดย้อนไปว่า เมื่อไม่มีความสะดวกสบาย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแหล่งน้ำดีๆ จึงทำให้ความเป็นอยู่ยากเข็ญ เลยอยากให้รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทย ในองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์"

ศักยภาพพร้อมทำงาน

"อย่างแรก...ต้องไปเรียนเป็นเวิร์คช็อป อย่างพวกมวยไทยโบราณ จริงๆแล้วก็เคยเรียนเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ในครั้งนี้เลยเป็นการทบทวน หรือทำการฝึกซ้อมกันใหม่ ทั้งเพลงดาบที่ใช้ในการแสดง การเตรียมความพร้อมต่างๆ กับทีมงานที่ต้องเข้าฉากแสดงด้วยกัน แล้วยังต้องไปเรียนการขี่ม้า ที่สำคัญเรื่องของร่างกาย ละครเรื่องนี้ต้องใช้ร่างกายเยอะ ความพร้อมในด้านความแข็งแรง...ก็ต้องมีด้วย อย่างเวลาว่างก็ต้องหาเวลาให้ตัวเอง นอกจากพักผ่อนแล้วต้องออกกำลังกาย ก็ถือเป็นการเตรียมพร้อม สำหรับการทำงานในวันรุ่งขึ้น

...ส่วนเรื่องของบทพูดในละคร ก็เป็นภาษาที่พูดในสมัยโบราณ ทีแรกหลายคนยังไม่ค่อยชินปาก ก็จะพูดลำบากกันหน่อย จึงมาอาศัยการท่องจำ แล้วพยายามถ่ายทอดออกมา ซึ่งมันไม่ง่ายเหมือนกับบทธรรมดาทั่วไป ที่เราสามารถพูดหรือทำความเข้าใจได้เลย ก็ต้องท่องๆไปตามบท จะจำเป็นคำของปัจจุบันมาใช้...ก็คงไม่ได้ ในการแสดงจะแสดงด้วยตัวเอง ด้วยเป็นงานที่ชอบก็อยากทำเอง เวลาดูแล้วก็เออ!!!เราทำได้ เราไหว ลองซักซ้อมดู แล้วก็ทำเลย คืองานต้องเริ่มมาจากความชอบ เมื่อรู้สึกชอบก็อยากจะทำ พอได้เห็นภาพออกมา ก็เออ!!!รู้สึกภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งได้เคยแสดงแบบนี้ เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งในการทำงาน"

มาตรฐานการทำงาน

"หลักการทำงานคือ เราต้องรับผิดชอบในงาน ผมคิดว่า เราต้องถ่ายทอดงานออกมาให้ดีหรือสมจริง เริ่มจากตัวเราที่ร่างกายต้องพร้อมก่อน สำหรับการเรียนรู้ในคิวต่างๆ ที่จะถ่ายทำกันในวันต่อๆไป ทั้งบทต่างๆก็ต้องให้ติดเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของตัวเราเอง แล้วก็เรื่องของเวลา...ต้องทุ่มเทกันเต็มที่ โดยเฉพาะละครขุนศึกเรื่องนี้ มีคิวที่ต้องทำงาน 4-5 วันต่ออาทิตย์ ฉะนั้นต้องให้เวลากันมากหน่อย แม้เป็นวันหยุดก็ต้องเตรียมร่างกาย จริงๆแล้วเรื่องการดูแลตัวเอง หรือการเตรียมร่างกายนั้น เหมือนเป็นการลงทุนกับตัวเองอย่างหนึ่ง การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยทำให้เรามีความสุขอีกแบบหนึ่ง ก็เริ่มดูแลร่างกายมาตั้งนานแล้ว ณ ปัจจุบันก็ยังได้รับสิ่งตอบแทนนั้นอยู่ ไม่ว่าเราจะไปทำอะไร หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ร่างกายเราก็พร้อมรับมืออยู่เสมอ ไม่ได้ต้องไปเริ่มตอนเมื่อจะต้องทำงาน

...อย่างเช่นง่ายๆ หากงานที่ต้องใช้ร่างกายหนักๆ ถ้าค่อยไปเริ่มฟิตร่างกาย...มันจะไม่ทัน แต่ร่างกายพร้อมมาแล้วส่วนหนึ่ง ก็เลยเป็นกำไรของเราก็ว่าได้ จากที่เริ่มออกกำลังกายมาโดยตลอด อีกอย่างจะส่งผลต่อสภาพจิตใจ เพราะเป็นการผ่อนคลายได้อย่างหนึ่งด้วย อาหารการกินเป็นส่วนหนึ่งที่ตามมา ตอนแรกๆไม่ได้จะสตริ๊คว่า อะไรทานหรือไม่ทาน ต่อเมื่อสุขภาพของเราดีแล้ว ก็รู้สึกเออ!!!ในเมื่อสามารถดูแลภายนอกร่างกายได้ ฉะนั้นต้องดูแลส่วนที่จะทานเข้าไปข้างในด้วย ซึ่งก็สามารถทำได้ไม่ยาก โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เรียกว่า ทานให้สมดุล ที่ไม่มีประโยชน์ก็ทานแต่น้อย หรือเลี่ยงที่จะไม่ทานเลย เพราะกว่าจะเบิร์นออกไปต้องใช้เวลา ทำให้ต้องมาเหนื่อยในภายหลัง ก็ให้คิดตั้งแต่ก่อนที่จะนำเข้าปาก"

คุณค่าของ "ขุนศึก"

"พอหลังจากที่ได้อ่านบท แล้วได้ยินเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ เข้าใจความเป็นอมตะ คือชีวิตมนุษย์ ที่เป็นธรรมชาติของคน เมื่อมีเกิดก็มีดับ เมื่อมีสูงก็มีต่ำ ด้วยในเรื่องมีความต่างด้านศักดิ์ศรี ต่อเมื่อวันหนึ่งคนเราได้พยายาม การตอบแทนจากผลของความพยายามก็จะมีติดตัวตลอดไป อย่างการยึดมั่นในความดี มั่นคงในความรัก มันเป็นแก่นของชีวิตมนุษย์...แค่นั้นเอง ก็อยากจะฝากทุกๆคน ติดตามละครเรื่อง 'ขุนศึก' ด้วย เป็นบทประพันธ์อมตะ ซึ่งมีการมาทำกันใหม่ เกิดอรรถรสแบบใหม่ มีแอ๊คชั่นที่สมจริง ทั้งเรื่องราวความรัก 'เสมา' กับ 'เรไร' ในพ.ศ.ปัจจุบันนี้ จะถูกใจมากน้อยแค่ไหน อยากให้ติดตามชมกันนะครับ"

เสร็จสิ้นการพูดคุยกับพระเอกขุนศึก มาฟังความรู้สึกของผู้จัดกันบ้าง พี่ปิ่น-ณัฏฐนันท์ แห่ง ทีวีซีน เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี ว่า "พอเห็นงบ...เป็นลม (หัวเราะ) ก็แล้วแต่ช่องจะพิจารณา เฉพาะตัวประกอบสิบกว่าล้าน ในกรุงเทพฯถ่ายกัน 10 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเมืองกาญฯ แถวทองผาภูมิ สระบุรี ในชีวิตไม่เคยเหนื่อยมากขนาดนี้ แต่ทีมงานอาจจะเหนื่อยกว่าพี่นะ เราเหนื่อยที่ต้องคิดจัดการ จะหาใครมาช่วยเรื่องภาพ แสง สี ซีจี เพลง ก็จะต้องจ้างคนที่ทำหนัง ทำเพลงประกอบต่างๆ โชคดีเรามีคนเก่งมาช่วยงานเยอะ คือแต่ละคนมาจากทางด้านนั้นๆโดยตรง พี่ว่า ก็คุ้มค่าที่จะได้เห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆ ในแง่มุมของการทำละครอิงประวัติศาสตร์ จะให้ทำแบบเดิมๆ...เด็กรุ่นใหม่อาจไม่ดูกัน เพราะไม่มีความตื่นเต้น

...ตอนแรกคิดถึงขนาดใช้สลิง...ใช้โน่นใช้นี่ให้อั้ม คิดไปแบบ จา พนม เลย แต่เวลาทำจริงๆแล้ว
อั้มนี่...จา พนม ก็จา พนม เถอะ ไม่เคยต้องใช้สลิงเลย แล้วไม่ใช้แสตนด์อินด้วย แบบเหยียบคนขึ้นไปฟันคนบนหลังม้าได้ ตอนจะเปิดกล้องก็มีคนบอกไม่ใช่...อั้มขาวไป หรืออย่างนั้นอย่างนี้ สมัยก่อนที่โกวิทเล่นเป็นเสมา เขาก็ขาวเหมือนกันแบบนี้เลย ฉะนั้นรู้ได้ไงว่า เสมา...ดำหรือขาว เอาเป็นว่า...เอาความเหมาะสมดีกว่า ซึ่งทั้งหล่อ เล่นบู๊ได้ ดราม่าได้ ไม่มีใครหรอก...อั้ม พี่คิดว่าได้ลงตัวแล้วทุกอย่าง พลอยมารับบทเรไรก็สวยงาม เบนซ์ในบทร้ายๆก็ถนัด แล้วยังพ่วงความสวยมาอีกด้วย สรุปแล้วค่อนข้างลงตัวมากๆ"

อดใจรออีกไม่นานหรอกครับ กับละครอิงประวัติศาสตร์ "ขุนศึก" ซึ่งทุ่มทุนการสร้างอย่างมหาศาลเรื่องหนึ่ง จะออนแอร์ทางช่อง 3 เท่านั้นนะครับ