สี่ทศวรรษ Hello Kitty

โน้ตบุ๊ค

จากกลิ่นอายของการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นสุภาพบุรุษ "โดราเอมอน" ที่เพิ่งนำเสนอสู่สายตาคุณผู้อ่านไปเมื่อปักษ์ก่อน ทำให้ "บันนี่" อดนึกถึงการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นที่เป็นสุภาพสตรีไม่ได้ นั่นคือ "คิตตี้" ผู้สวยหวาน ชนะใจสตรีทั้งวัยเด็ก วัยสาว และวัยดำทั่วโลกมานานถึงสี่ทศวรรษ

"คิตตี้" ไม่ใช่การ์ตูนแมวเด็กหรือสาวน้อยอีกต่อไปแล้วนะคะ เพราะปีนี้ "คิตตี้" มีอายุครบ ๔๐ ปีเต็มบริบูรณ์พอดี "คิตตี้" เป็นการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น แต่ผู้ประพันธ์เรื่อง "Hello Kitty" ยูโกะ ชิมิซึ ได้วางพล็อตเรื่องให้ "คิตตี้" เกิดในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากเธอชื่นชอบประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก

ยูโกะ ชิมิซึ เกิดที่จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปะมุซาชิโนะ คณะศิลปศาสตร์และการออกแบบ สาขาภาพสีน้ำมัน เข้าทำงานครั้งแรกที่บริษัทยามานาชิซิลด์ เซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือ ซาริโอ้) ฝ่ายดีไซน์ ในปี 1974 ยูโกะได้สร้างตัวละครต่างๆขึ้นมามากมาย อาทิ Hello Kitty , Happiness Balloon , Koro-Chan หลังจากให้กำเนิดบุตรแล้ว เธอได้ลาออกจากบริษัทซานริโอ มาตั้งบริษัทของตนเอง ในปี 2002 ประกอบอาชีพนักวาดอิสระ ตีพิมพ์หนังสือภาพต่างๆ อาทิ Kitty no Otsukai , Okashi no Kitty , Kitty no ABC Book.

ยูโกะ ชิมิซึ ผู้สร้างตัวละครแมวหลายเรื่องในวงการการ์ตูนเป็นคนชอบแมวเช่นกัน เธอมีแมวตัวแรกเมื่ออายุ 3 ขวบ ตอนนั้นคุณแม่ป่วย ส่วนคุณพ่อทำงานหนัก กลัวเธอเหงา จึงพาลูกแมวสามสีตัวเล็กๆมาให้เลี้ยง ชื่อ "ทามะจัง" ยูโกะดูแลแมวอย่างดี คอยทำความสะอาดกระบะทรายสำหรับขับถ่ายอย่างจริงจัง กลางคืนก็นอนด้วยกัน จึงเป็นเพื่อนที่อบอุ่นใจมากในวัยเด็ก หลังจากนั้นยูโกะก็ใช้ชีวิตกับแมวอีกหลายตัว จนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย หลังจากแต่งงานและมีลูกสาว วันหนึ่งลูกสาวของยูโกะได้เก็บแมวตัวหนึ่งมาเลี้ยง มีชื่อว่า "พีจัง" เป็นลูกแมวสีขาว ซึ่งน่าจะเป็นต้นแบบของ "คิตตี้" ตามความคิดของยูโกะว่าแมวขาวเป็นแมวที่น่ารักที่สุด

สำหรับจุดกำเนิดของคิตตี้นั้นยูโกะได้สร้างสรรค์ให้เป็นตัวการ์ตูนลักษณะคล้ายแมวพันธุ์บ๊อบเทลเพศเมียสีขาว มีลักษณะเด่น คือ ผูกโบแดงที่หูซ้ายและไม่มีปาก มีชื่อเต็มว่า "คิตตี้ ไวท์" เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ.1974 ซึ่งเป็นวันเกิดของยูโกะเองแถบชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ซึ่งมีหลังคาสีแดงกับครอบครัว มีส่วนสูงเท่ากับแอปเปิ้ล 5 ผล และน้ำหนักเท่ากับแอปเปิ้ล 3 ผล เลือดกรุ๊ป เอ ชอบสีชมพู มีอุปนิสัยร่าเริง อบอุ่นและใจดี ด้านงานอดิเรก ชอบสะสมของเล็กของน้อย และทำขนมหวานเก่ง โดยมีเมนูโปรดเป็นของหวานอย่าง พายแอปเปิ้ลฝีมือแม่ ฮ็อตเค้ก และพุดดิ้ง วิชาที่ "คิตตี้" ชอบเรียนในโรงเรียน คือ ภาษาอังกฤษ ดนตรี และศิลปะ มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักเปียโนหรือกวี มีสัตว์เลี้ยงเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซีย ชื่อ "ชาร์มมี่ คิตตี้" และหนูแฮมสเตอร์ ชื่อ "ซูการ์"

การ์ตูน "คิตตี้" มีชื่อเรื่องว่า "Hello Kitty" เนื่องจากยูโกะได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายชื่อดังของนักประพันธ์ ลีวิส แครอล ในเรื่อง Through The Looking Glass ที่อลิสตัวเอกของเรื่องนั้นเล่นกับแมวที่ชื่อ "คิตตี้" นอกจากนั้น ชินทาโร่ ซูจิ ผู้ก่อตั้งบริษัทซานริโอระบุว่าปรัชญาในการทำงาน คือความต้องการจะสื่อสารกับสังคม จึงเป็นที่มาของการเติมคำว่า "Hello" นำหน้า "Kitty"

จุดเด่นของ "คิตตี้" อีกอย่างคือเป็นการ์ตูนแมวที่ไม่มีปาก นั่นเป็นความตั้งใจของยูโกะที่ออกแบบเช่นนั้น เพราะง่ายต่อการรับรู้ของคนมองในความรู้สึกที่แท้จริงของคิตตี้ ทำให้มีอารมณ์ร่วมไปกับตัวการ์ตูนเองว่ากำลังมีความสุขหรือเศร้า

คิตตี้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ.2517 เป็นกระเป๋าผ้าใบใส่เหรียญสตางค์ จากนั้น ในปี 2519 ไปโด่งดังในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการค้าไปทั่วโลก โดยขยายสินค้าออกไปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา หรือเสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมทั้งเครื่องบินแอร์บัส รุ่น A-33-200

นอกจากนั้น "คิตตี้" ยังถูกนำไปผลิตเป็นละครโทรทัศน์กว่า 30 ตอน ตั้งแต่ พ.ศ.2542-2544 และยังมีสวนสนุกในร่มที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดจากคิตตี้อย่าง "ซานริโอพูโรแลนด์" และ "ฮาร์โมนีแลนด์" อีกด้วย

แม้กลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้า "เฮลโล คิตตี้" จะเป็นเยาวชน แต่กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ก็หันมาสนใจเฮลโล คิตตี้กันมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากมีสินค้ากว่า 50,000 รายการ ใน 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งทำกำไรให้บริษัทราว 15,000 ล้านบาท "คิตตี้" ทำงานหนักและมีผลงานโดดเด่นมากขนาดนี้ สมควรได้รับรางวัลและของขวัญจากทั้งเจ้าของบริษัท ลูกค้า และแฟนพันธุ์แท้ในโอกาสมีอายุครบ 40 ปี ด้วยความรักและชื่นชมตลอดไปนะคะ

สุขสันต์วันเกิดค่ะ คุณ "คิตตี้"