เผชิญหน้ากับปัจจุบัน

หากมีคำถาม ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากทำอะไรหรือแก้ไขสิ่งใดมากที่สุด
บทความ "เนื้อใน" ภาพยนต์และวรรณกรรม

๘ นาที คือ เวลาที่โคลเตอร์ต้องหาตัวคนร้ายให้พบ

๘ นาที คือ เวลาที่โคลเตอร์ต้องปลดชนวนระเบิดให้สำเร็จ

๘ นาที คือ เวลาที่โคลเตอร์ได้พบรักกับผู้หญิงคนหนึ่งและต้องช่วยชีวิตเธอให้ได้

และแม้ว่า เวลา ๘ นาทีนั้น อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสมมติที่ตั้งอยู่ในปฏิบัติการ Source Code เทคโนโลยีก้าวล้ำและลับสุดยอดของอเมริกา เพื่อหยุดยั้งวินาศกรรมรุนแรงทั้งหลาย ซึ่งโคลเตอร์สามารถเดินทางย้อนเวลาไปสู่นาทีก่อนเกิดเหตุระเบิดรถไฟกลางเมืองชิคาโก้ ที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างสะเทือนขวัญได้ซ้ำๆ จนกว่าเขาจะสืบหาต้นตอของระเบิดพบ และระงับเหตุได้สำเร็จ

๘ นาทีของเวลาคู่ขนานนั้น โคลเตอร์จะแฝงอยู่ในร่างของชายคนหนึ่งที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิด โดยอาศัยเสี้ยวความทรงจำ ๘ นาทีสุดท้ายของชายผู้นั้น โคลเตอร์ต้องเร่งปฏิบัติภารกิจภายในเวลาอันจำกัด และตายด้วยแรงระเบิดพร้อมกับชายผู้นั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ตลอดห้วง ๘ นาที ของการทำหน้าที่ของโคลเตอร์ อาจเป็นเรื่องจริง หรือเพียงภาพลวงตาก็ตาม แต่เขามีความคิด ความรู้สึก และหัวใจที่ปรารถนาเอาชีวิตรอดอย่างเต็มเปี่ยม ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเขาจึงเริ่มรู้สึกผิดสังเกต ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่ ทำไมเขาจึงถูกเลือกให้มารับผิดชอบงานนี้ ในเมื่อความทรงจำสุดท้ายของเขาและเขาก็เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง เขายังปฏิบัติหน้าที่เป็นกัปตันฝูงบินจู่โจม กองทัพสหรัฐอเมริกาอยู่นี่นา...เขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?

มิใช่เพียงโคลเตอร์เท่านั้นที่ต้องการคำตอบ

ผู้ชมอย่างผมก็กระหายใคร่รู้เช่นกัน

เมื่อเวลาในการชมภาพยนตร์เรื่อง Source Code ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งความจริงถูกเปิดเผย ผมถึงกับผงะและเศร้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับโคลเตอร์

ที่แท้แล้ว เขาไม่ต่างจากหนูทดลองไร้ค่าตัวหนึ่ง หากปฏิบัติการล้มเหลวหรือจบสิ้นหน้าที่ก็อาจถูกกำจัดทิ้ง โดยหามีใครแยแสความรู้สึกของเขาสักนิด

เหตุผลนี้เองที่ส่งให้โคลเตอร์ทุ่มเทเพื่อภารกิจอย่างเต็มที่ เพราะขณะเขาพยายามช่วยเหลือชีวิตผู้โดยสารนับพันบนรถไฟ เขาก็พยายามช่วยเหลือชีวิตตัวเองและหญิงสาวที่เขาพบอย่างสุดความสามารถไปพร้อมๆกัน

เศษเวลา ๘ นาที อาจดูเล็กน้อย มองไม่เห็น มันพอแค่ทำเรื่องขี้ปะติ๋วในชีวิตประจำวันของเรา...เข้าห้องน้ำ ลวกบะหมี่ ชงกาแฟ ฟังเพลงได้อย่างมากไม่เกินสองเพลง หรือแค่เดินไปปากซอย

แตกต่างจาก ๘ นาที สำหรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตกับญาติๆ สำหรับการทำข้อสอบที่แสนยาก สำหรับการตอกบัตรเข้างาน สำหรับไปให้ทันขึ้นเครื่อง

ห้วงเวลาเท่ากันกลับทวีมูลค่าขึ้นทันใด ด้วยเงื่อนไขของสิ่งที่เราบรรจุมันลงไป ก็เพราะเราตระหนักดีว่า เมื่อห้วงเวลาหนึ่งผ่านพ้นไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกร้องคืน หรือแก้ไขมันได้อีก (ไม่ว่าจะอย่างไร)

และเพราะข้อเท็จจริงนี้ ผมจึงมอง Source Code เป็นเพียงจินตนาการเหนือจริง หากขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าตัวหนังได้กระซิบถึงสัจจะบางอย่างแก่เรา โดยไม่ยัดเยียดด้วยบทพรรณนาถึงอภิปรัชญาหนักๆ

“คุณค่าของเวลา”...ใช่แล้วครับ

คุณค่าของเวลาบนโลกจริง

คุณค่าของเวลาที่ใช้ไปแล้ว

คุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่

หากมีคำถาม ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากทำอะไรหรือแก้ไขสิ่งใดมากที่สุด โอ...มันเยอะจริงๆเลือกไม่ถูก

ด้วยหนึ่งชีวิตของคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อประสบความสำเร็จ โดยปราศจากบาดแผล หรือตัดสินใจถูกต้องไปเสียทุกเรื่อง ทุกครั้ง ราวกับว่าเราต้องลองผิดลองถูก ลิ้มรสความผิดพลาดเพื่อเรียนรู้ความถูกต้อง วนเวียนอย่างนั้น จนกว่าชีวิตจะหาไม่

แต่ถ้าต้องตอบละก็...ผมขอเลือกไม่กลับไปแก้ไขอะไรเลย

มิได้ตอบเอาเท่นะครับ ผมคิดแบบนั้นจริงๆ

เพราะปัจจุบัน คือผลผลิตของอดีต และอดีตทอดสายป่านไปถึงอนาคตเสมอ

เหมือนคณิตศาสตร์เด็กประถม ๓ - ๒ = ๑ หากเราเปลี่ยนโจทย์เป็น ๓ + ๒ = ? หรือ ๔ - ๒ = ? คำตอบก็ต้องเปลี่ยนไป และแน่นอน การแก้ไขโจทย์ย่อมทำให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย เราต้องตัดตัวเลขและเครื่องหมายเก่าบางอันออกไป (เอาไปทิ้งไหนล่ะ?) พร้อมๆ กับต้องหาเครื่องหมายและตัวเลขใหม่มาเพิ่ม (จากไหนล่ะ?) แล้วคำตอบที่ไม่เหมือนเดิม ย่อมมาจากการคิดคำนวณด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างจากเดิม

โจทย์คณิตศาสตร์ก็คล้ายอดีตของเรา กว่าเราจะได้คำตอบของปัจจุบัน เราต้องพบเจอกับเหตุการณ์และบุคคลในรูปแบบหนึ่งมา เมื่อเราย้อนกลับไปตัดหรือเพิ่มเหตุการณ์และบุคคลในอดีตเสียใหม่ วันนี้ของเราย่อมไม่เหมือนเดิม จะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงก็ตาม แต่มันต้องกระทบกระเทือนถึงบรรดาสิ่งรอบข้างเรา และหลีกไม่พ้นที่จะส่งย้อนถึงเราอย่างไม่ต้องสงสัย

แล้วจะคร่ำครวญอยากแก้ไขอดีตทำไม ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ และแก้ไขยากกว่าการทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเป็นไหนๆ

ข้อมูลภาพยนตร์

Source Code แฝงร่าง ขวางนรก

กำกับภาพยนตร์ : ดันแคน โจนส์