รู้ทันเกมออนไลน์

ภาคภัยร้าย
หญิงไทยไอที

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวดังที่คุณผู้อ่านน่าจะเคยได้ยินแล้วเกิดสงสัยว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นอย่างแน่นอน นั่นก็คือข่าวเกมออนไลน์ชื่อดัง เรียกเก็บเงินค่าเพชรเป็นแสนบาทผ่านมือถือค่ายดังที่มีคนใช้กันเยอะๆ

เพื่อให้ทันยุคทันกระแส (ถึงจะช้าไปนิดก็เถอะ) ผมก็เลยขอหยิบเรื่องเกมออนไลน์ (ภาคภัยร้าย) มาขยายให้คุณผู้อ่านได้พิจารณากันเผื่อใครที่มีลูกหลานติดเกมจะได้ระมัดระวังไม่ให้ลูกหลานติดอยู่ในวังวนเกมออนไลน์จนเกิดภัยขึ้นภายหลัง (รวมไปถึงเกมออฟไลน์แบบที่ไม่มีเน็ตก็เล่นได้)

ต้นกำเนิดของเกมออนไลน์

ถ้าจะย้อนเรื่องราวของเกมออนไลน์จริงๆ ต้องเริ่มตั้งแต่ปี 1973 (พ.ศ.2516) โดยนักศึกษาฝึกงานที่นาสา (อเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย) ได้เขียนเกมในรูปแบบเขาวงกตผ่านระบบเครือข่ายขนาดเล็ก (คือเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องติดต่อกันผ่านสายสัญญาณ) ถ้าจะเรียกว่าเกมนี้เป็นเกมออนไลน์เกมแรกที่เล่นแบบ FPS หรือ First Person Shooter ก็คงไม่ผิดนัก

สำหรับ FPS ถ้าใครนึกไม่ออกให้ลองเล่นเกมแบบที่ไม่เห็นหน้าตัวละครดูครับ คือเรื่องทั้งเรื่อง จะเห็นแค่มือของละครเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกมโหดๆ ทั้งเรื่องมีแต่ยิงกันด้วยอาวุธนานับชนิดเท่าที่คนเขียนเกมจะคิดได้

ข้อควรระวังเมื่อเล่นเกมออนไลน์

เนื่องจากบทความคราวนี้เป็นภาคภัยร้าย ดังนั้น ผมก็เลยขอนำเสนอสิ่งที่ควรระวังในการเล่นเกมออนไลน์เอาไว้ให้คุณผู้อ่านพิจารณา ส่วนคราวหน้าจะเป็นภาคข่าวดี (ต้องบอกไว้ก่อน เดี๋ยวใครจะคิดว่าเล่นเกมมีแต่เรื่องไม่ดี) ซึ่งผมค้นๆคว้าๆที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเขาบอกกันมา พอสรุปได้ดังนี้

1. ทำให้เสียสุขภาพกาย เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะเกมออนไลน์นะครับ แต่รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์ทั่วๆไปด้วย ไม่ว่าจะทำงาน ค้นหาข้อมูล แต่บังเอิญว่าการเล่นเกมนั้นทำให้เราจดจ่ออยู่กับหน้าจอมากกว่าอย่างอื่น ดังนั้น สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในการเล่นเกมที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาดูหน้าจอกันตะบี้ตะบัน (บางวันตีสามตีสี ก็ยังนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่นั่นแหละ) ก็คือ

  • มีผลต่อสายตา เช่น ตาพร่า ตาแห้ง มองอะไรแล้วเบลอ แม้กระทั่งตาลืมไม่ขึ้นเพราะนอนน้อย
  • เป็นโรคกระเพาะ เพราะเวลาเล่นเกมแล้วมักเพลินจนลืมทานอาหารประจำมื้อ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ปวดท้องจนร้องโอดโอยซะแล้ว
  • นิ้วล็อค คือเกมออนไลน์ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช้อุปกรณ์เฉพาะ ก็ต้องใช้เม้าส์กับคีย์บอร์ดในการสั่งการ บางคนใช้เม้าส์จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเลย ซึ่งการใช้เม้าส์มากๆ อาจมีผลทำให้กล้ามเนื้อเหนื่อยล้าแต่ด้วยความสนุกทำให้เราไม่รู้ตัว กว่าจะรู้อีกทีก็ตอนที่ขยับนิ้ว ขยับมือในรูปแบบอื่นที่ชาวบ้านเขาทำกันได้ แต่เราดันทำไม่ได้ก็มี
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไม่ต้องอธิบายมาก นั่งนาน ก็ปวดเยอะเป็นธรรมดา
  •  อ้วน บางคนห่วงเป็นโรคกระเพาะเลยตั้งเวลารับประทานอาหาร (แต่ทานกันหน้าคอมพิวเตอร์) สิ่งที่ตามมาคือการออกกำลังกายที่น้อยเกินไป ก็เลยอ้วน

2. ทำร้ายสุขภาพจิต เรื่องนี้จะว่าไปก็เกี่ยวกับเกมโดยตรงเลยก็ว่าได้ เพราะเกมออนไลน์ส่วนใหญ่ก็มีอยู่ไม่กี่กลุ่มและแต่ละกลุ่มก็เน้นการสร้าง "กิเลส" ให้กับผู้เล่นซะด้วย ไม่ว่าจะเป็นเกมปล้น เกมฆ่า เกมต่อสู้ เกมบู๊ล้างผลาญ บางทีก็เกมการพนัน หรือไม่ก็เกมต้องห้ามที่ผู้เล่นต้องเป็นผู้ใหญ่ เพราะอะไรหวิวๆ มักแสดงแบบเต็มจอ จนเลือดกำเดาแทบไหลหมดตัว ซึ่งเกมพวกนี้แหละครับ ที่ทำลายสุขภาพจิตกันเห็นๆอย่างเกมฆ่า เกมปล้นเนี่ย ก็เคยเป็นข่าวกันบ่อยๆ ว่ามีเด็กวัยรุ่นไปปล้นรถแท็กซี่ตามเกม แต่ดันขับรถหนีไปไม่ได้ เพราะรถในเกมกับรถจริงๆมันไม่เหมือนกัน

สิ่งเหล่านี้มันจะแอบฝังอยู่ในจิตใจของผู้เล่นจนเห็นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติในที่สุด

3. สูญเสียทักษะการเข้าสังคม เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าห่วงสำหรับเด็กในยุค "สังคมก้มหน้า" เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหน (ลองสังเกตดูสิครับ) เราจะเห็นคนส่วนใหญ่จะก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือในมือตัวเอง ถ้าไม่ LINE หาใครซักคนก็จะเล่นเกมกันอย่างลืมโลก

ปัญหาคือหลายคนเล่นเกมกันจนลืมคนข้างๆ หรือแม้แต่สิ่งรอบตัว ซักวันอาจมีข่าวคนโดนรถชนอยู่ข้างถนน โดยที่คนแถวนั้นเดินผ่านไปผ่านมาอย่างไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น (เพราะมัวแต่ก้มหน้าคุยกับใครใน LINE อยู่) แถมคนที่ถูกรถชนน่ะ ก็เพราะมัวแต่เล่นเกมผ่านมือถือโดยไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ริมถนน (น่าห่วงเนอะ)

เกือบลืมเรื่องสำคัญ หลายคนอาจบอกว่าการเล่น LINE ก็เป็นการสร้างสังคมอย่างหนึ่ง แบบนี้จะสูญเสียทักษะการเข้าสังคมได้อย่างไร ก็ต้องขอเรียนให้ทราบว่าการคุยผ่าน LINE ถึงจะเป็นสังคมแบบหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่แบบที่เราพบหน้ากันอย่างการนั่งคุยกันในร้านอาหาร เพราะเป็นการคุยกันผ่านตัวอักษร อย่างน้อยสิ่งที่ส่งถึงกันไม่ได้คือสายตา ความรู้สึก (จริงๆ) และความห่วงหาอาทรที่สัมผัสได้ตรงๆ การที่ใครซักคนส่งข้อความว่า "ห่วง" มาถึงเรานั้น ผมว่าไม่ได้ซักครึ่งของการเจอหน้ากันแล้วบอกผ่านทางสายตาว่า "ห่วง" เลยนะครับ ดังนั้น ก้มหน้าบางเวลา แต่เงยหน้ามาสบตาคนข้างๆ ให้มากที่สุดกันเถอะ

4. คุณภาพงานตกต่ำ เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการเรียนก็ทำให้ตกต่ำได้หมดถ้าเรามัวแต่เล่นเกมจนเกินงาม ลองคิดดูนะครับเกมสนุกมาก เล่นกันจนตีสามตีสี่ ตื่นเช้ามาต้องไปทำงาน หรือไม่ก็ไปเรียนหนังสือ มันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่แอบหลับระหว่างวัน ก็คงคิดอะไรไม่ค่อยออกอย่างแน่นอน

5. ทำให้เสียเงิน เรื่องนี้เป็นข่าวดังอย่างที่เกริ่นไปในตอนต้น ทั้งนี้เพราะเกมออนไลน์ที่ว่า "ฟรี" นั้น ก็ต้องหารายได้ให้ตัวเองเหมือนกัน ดังนั้น ก็ต้องมีการขาย "ไอเท็ม" เพื่อหาเงินมาใช้บ้าง (ดูอย่า Facebook สิ เดี๋ยวนี้ยังเริ่มมาตรการหาเงินเลย) ดังนั้น ถ้าเล่นเกมแบบนี้ต้องใจแข็งครับ มิฉะนั้นอาจต้องมานอนก่ายหน้าผากกันในภายหลังได้ เมื่อใบเรียกเก็บเงินส่งมาที่บ้าน

เพื่อความยุติธรรมกับบรรดาเกมทั้งหลาย ฉบับหน้าเราจะมาดูข้อดีของการเล่นเกมกันนะครับ


ป.ล. รูปภาพต่างๆที่นำมาเสนอในบทความคราวนี้ ไม่ได้จะสื่อว่าเกมพวกนี้เป็นเกมไม่ดีนะครับ เพียงแต่หยิบยกมาให้เห็นหน้าตาของเกมกันเท่านั้นว่าเขาทำได้น่าสนใจขนาดไหน ใครจะลองเข้าไปเล่นก็ไม่เสียหายอะไร แต่ยังไงก็อย่าลืมเล่นแต่พอดีก็แล้วกัน