วิกฤติ หรือ โอกาส

วิถีอาเซียน - วิถีไทย

โลกที่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 40 ปีก่อน มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อาเซียนต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายใหม่มากมาย อาทิ การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ รวมทั้งการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น อาเซียนจึงจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคใกล้เคียงและในเวทีระหว่างประเทศ รวมทั้งเพื่อให้สามารถแก้ไขด้านความมั่นคงและสังคมและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จึงเห็นพ้องต้องกันว่าอาเซียนควรจะร่วมมือกันให้เหนียวแน่นเข้มแข็งและมั่นคงยิ่งขึ้น จึงได้มีวิสัยทัศน์และประกาศให้มีการสร้างประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

เพื่อให้อาเซียนมีความเข้มแข็งในทุกด้าน ดังนั้น ประชาคมอาเซียนจึงมิใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการดำเนินการในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่และการกินดีอยู่ดีของประชาชน โดยกำหนดวันที่จะเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2558

สถานะของ 10 ประเทศในอาเซียน มีโอกาสมากน้อยแตกต่างกันเพียงใด ณ จุดที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้เป็นสิ่งแรกที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลย

เริ่มจาก สิงคโปร์ นับเป็นดินแดนที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุด ประชากรมีรายได้และการศึกษาสูง ธุรกิจที่มีลู่ทางที่ดีได้แก่ธุรกิจสปาและนวดแผนโบราณ เพราะผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อหาความสุขและความสะดวกสบายได้ โดยเฉพาะการผ่อนคลายจากอาชีพการงานที่ใช้สมองและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

เมียนมาร์ กำลังกลายเป็นประเทศในอาเซียนที่เต็มไปด้วยโอกาส ตั้งแต่การเติบโตทางธุรกิจก่อสร้างไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือธุรกิจโรงแรมและที่พักอาศัย เนื่องการการเปิดประเทศและมีนโยบายชัดเจนที่นำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าพัฒนาทางเศรษฐกิจจึงมีทั้งนักธุรกิจ ลูกจ้างและนักท่องเที่ยวพากันเดินทางเข้าไปในเมียนมาร์อย่างไม่ขาดสาย เข้าทำนองหัวกระไดไม่แห้ง

กัมพูชาและลาว ทั้งสองประเทศมีความผูกพันกับคนไทยมากโดยเห็นได้ว่าอิทธิพลจากละครโทรทัศน์ในประเทศไทยมีอยู่สูงมาก ธุรกิจที่น่าสนใจคือผลิตภัณฑ์และสถานเสริมความงาม

ฟิลิปปินส์ มีความโดดเด่นไนแง่ของการเป็นออฟฟิศของโลก โดยเฉพาะในฐานะเป็นเสมือนประเทศด่านหน้าที่สนับสนุนให้กับบริษัทในประเทศพัฒนาแล้วที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย มีตั้งแต่ระบบคอลเซ็นเตอร์ ไปจนถึงการบริหารงานในระบบออนไลน์ นอกจากนี้ธุรกิจที่มีลู่ทางสดใสได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร ที่พักอาศัย การนวดสปา และความบันเทิง

บรูไน ประเทศที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน แต่มีความเข้มงวดในด้านธุรกิจการลงทุน การเข้าถึงศูนย์อำนาจยังเป็นไปได้ยาก จะต้องมีสายสัมพันธ์และศิลปะการสร้างความน่าเชื่อถือชั้นสุดยอด จึงจะบรรลุความสำเร็จ อย่างไรก็ตามเป็นประเทศที่มีปัญหาด้านแรงงาน จึงเป็นโอกาสดีของแรงงานที่จะเข้าไปทำงาน รายได้ค่าตอบแทนสูง

เวียดนาม กำลังปฏิรูปประเทศเพื่อเข้าสู่ระบบทุนนิยมในระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น มีความต้องการสูงมากในด้านสาธารณูปโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาล เนื่องจากประชาชนมีรายได้สูงขึ้น มีความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ดีกว่าเดิม ขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถจัดหาได้ทัน จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของนักธุรกิจการแพทย์ของไทยที่มีความชำนาญในเรื่องนี้

อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน แต่ยังมีปัญหาการบริหารจัดการในแทบทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งเป็นปัญหาไม่แพ้ประเทศไทยคือ การทุจริตคอรัปชั่นและเงินใต้โต๊ะในทุกระดับ นักธรกิจที่สนใจเข้าไปลงทุนต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องไม่ง่าย

มาเลเซีย ประเทศที่ต้องการเป็นเลิศในทุกด้าน ตั้งแต่อุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งต้องการสร้างแบรนด์เป็นของตนเองไปจนกระทั่งถึงโรงพยาบาลที่เข้าไปซื้อกิจการในประเทศอื่น สิ่งที่ยังขาดแคลนคือ นักบริหารจัดการระดับหัวกะทิซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางสูง

ประเทศไทย มีต้นทุนดีกว่าประเทศต่างๆในอาเซียนทั้งหมด แต่กำลังประสบความชะงักงันจากสถานการณ์ทางการเมือง ความไม่ต่อเนื่องในการบริหารของรัฐบาล รวมถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการที่ทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นทุกช่องทาง และกลายเป็นจุดอ่อนแห่งความล้าหลัง นำมาซึ่งการเสียโอกาสและความชะงักงันในการพัฒนา

สถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยภายหลังความตื่นตระหนกของแรงงานกัมพูชาจนพากันเดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนเรือนแสน ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ เพราะที่ผ่านมา แรงงานต่างด้าวทั้งพม่า ลาวและกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมีจำนวนมาก เนื่องจากแรงงานไทยมีค่าตัวสูง และมักเกี่ยงงาน จึงทำให้เกิดแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเต็มบ้านเต็มเมือง

บทเรียนจากแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องเริ่มกระตือรือร้น เพราะเมื่อเข้าสู่เออีซี ปัญหานี้จะทวีความรุนแรงขึ้นกว่านี้หลายเท่าตัว และไทยยังขาดความพร้อมในทุกด้านที่จะเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

ใจหนึ่งเราก็กังวลว่าจะถูกแรงงานราคาถูกไหล่บ่าเข้ามาจากเพื่อนบ้านในอาเซียน เข้ามาแย่งชิงตำแหน่งงานของคนไทย แต่ใจหนึ่งก็ไม่ได้กระตือรือร้นหรือดิ้นรนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตนเองในการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้เจริญก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้ไม่ต้องต่อสู้กับแรงงานระดับล่างอีกต่อไป ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการรับมือกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงไม่ใช่การต่อสู้ช่วงชิงกับแรงงานจากอาเซียนที่เข้ามาเป็นคู่แข่ง จากกลับเป็นการจัดสรรทรัพยากรและเวลาที่จำกัดของเราในการพัฒนาตัวเองอย่างมีทิศทาง โดยอาจต้องผสมผสานและจัดวางความสำคัญให้ดีระหว่างความสามารถเฉพาะทาง กลยุทธ์การตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเอง รวมถึงศิลปะแห่งการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี หรือคอนเน็คชั่นซึ่งจะทำให้มีโอกาสดีกว่าผู้อื่น

สำหรับคนที่มีชีวิตชอบความเฉื่อยชา ยินยอมรับเงินเดือนน้อยนิดและไม่ชอบการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อาจมีความรู้สึกว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นภัยคุกคามความสงบสุขครั้งใหญ่ แต่หลังจากถูกบังคับโดยสถานการณ์ ทำให้ต้องเร่งพัฒนาตนเองจากหัวสมองจรดหลายเท้า เปลี่ยนความอับเฉาเซื่องซึมหยุดนิ่งอยู่กับที่ให้กลายเป็นความกระตือรือร้นใฝ่รู้ จนกระทั่งชีวิตพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเหลือเชื่อ เมื่อนั่นเราจะนึกขอบคุณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต อันนำไปสู่จุดเปลี่ยนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติของคนไทยนั้นสามารถปรับตัวและประยุกต์ได้ดีและเร็วกว่าชนชาติใด ถือเป็นคุณลักษณะพิเศษเชิงบวก แต่คนที่กล้าและเก่ง มีหัวคิดย่อมพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เสมอ การหยิบยืมและลอกเลียนพัฒนาและปรับปรุงให้เป็นแบบฉบับของตนเอง ได้สร้างจุดขายให้กับสินค้าไทยมาแล้วมากต่อมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ธุรกิจอาหาร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ยกตัวอย่างแหนมเนืองที่ขายดีในเมืองไทย ทั้งที่เป็นอาหารประจำชาติของเวียดนาม แต่ผู้ผลิตได้ทำแหนมเนืองให้มีรูปร่างหน้าตาและรสชาติเป็นแหนมเนืองในประเทศลาว รวมทั้งสุกี้ที่เป็นสูตรอาหารที่เราหยิบยืมและต่อยอดมาจากร้านอาหารจีน แต่ใส่ชื่อให้เป็นแบบญี่ปุ่น สามารถส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านและในอาเซียนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในนามของ เอ็มเคสุกี้

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า โอกาสทองของคนไทยจากการหยิบยืมสูตรอาหารจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งเก้าเพื่อนำมาปรุงแต่งรสสัมผัสให้เป็นแบบไทยผูกมัดใจลูกค้าให้แพร่หลาย และสามารถส่งออกไปขายให้กับประเทศอาเซียนด้วยกันโดยไม่ต้องอายว่าต้นตำรับเริ่มขึ้นที่ใดและอย่างไรยังคงมีอยู่อีกมาก

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ว่า สิงคโปร์ สามารถนำ ประเพณีสงกรานต์ เฟสติวัล ไปจัดได้โดยคนไทยไม่น่าจะต้องไปต่อว่าต่อขานกัน

การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คงต้องเริ่มที่ความใจกว้าง ยอมรับความแตกต่างและกลมกลืน