ลายซิ่นตีนจก แม่แจ่ม

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

"เที่ยวบ่อน้ำแร่ ล่องแพแม่แจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ" คือคำขวัญของอำเภอแม่แจ่ม เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาใกล้ดอยอินทนนท์ มีขุนเขาโอบล้อมดุจเป็นปราการรักษาให้ผู้คนในแม่แจ่มยังคงดำเนินวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย ตามแบบอย่างวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนับร้อยปี คำกล่าวที่ว่า "ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ" บ่งบอกถึงคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นจากฝีมือการทอจกผ้าที่ประณีต ลวดลายสวยงาม ที่ช่างทอเป็นผู้สร้างสรรค์ลวดลายเองในขณะทอโดยไม่ต้องมีการเขียนแบบสร้างลายขึ้นมาก่อน "ผ้าตีนจกแม่แจ่ม" เป็นศิลปะบนผืนผ้าอันล้ำค่าที่สืบทอดกรรมวิธีการทอและจกพร้อมกัน เพื่อให้ได้ผ้าจกที่มีลักษณะพิเศษ โดยกรรมวิธีสร้างลายจก แบบ "คว่ำลายลง" ซึ่งเป็นการจกจากด้านหลังของผ้า แทรกเส้นฝ้ายหรือเส้นไหมโดยใช้ขนเม่นหรือไม้ปลายแหลม สอด นับ เส้นพุ่งเส้นยืนแล้วใช้เส้นพุ่งพิเศษ ผูกเก็บปมเส้นพุ่งพิเศษด้านบนอย่างปราณีต ผ้าที่ได้จึงมีลวดลายแน่นเรียบ คล้ายกันทั้งด้านหน้า และด้านหลัง สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน และเมื่อขยี้ด้วยมือตรงลวดลายก็ไม่ขาดหรือหลุดลุ่ย

ตระกูลช่างทอตีนจกสืบเชื้อสายมาจากพญาเขื่อนแก้ว พญาไจย และวงศ์วานที่ได้อพยพเข้ามาอยู่บ้านอาฮาม อำเภอแม่แจ่ม ในอดีตผ้าตีนจกแม่แจ่มที่ทอด้วยดิ้นเงินดิ้นทองจะผลิตขึ้นเพื่อส่งส่วยเจ้าเชียงใหม่ โดยทางคุ้มเจ้าเชียงใหม่ส่งดิ้นเงินดิ้นทองมาให้ และห้ามชาวบ้าน "ไพร่" นุ่งตีนจกที่ทอด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง ให้ใช้ฝ้ายอย่างเดียว ผ้าตีนจกถือเป็นสมบัติล้ำค่าและเป็นสิ่งบ่งชี้ฐานะทางสังคม ผู้หญิงใช้นุ่งไปวัดตอนบุญใหญ่ เช่น ปอยหลวง งานเป็งต่างๆ วันศีลหลวง หญิงผู้น้อยใช้ไหว้แม่สามีเมื่อแต่งงานใหม่ ผู้หญิงคนแก่เก็บไว้นุ่งให้ตัวเองตอนตาย 1 ผืน ให้ลูกหลานทำบุญอุทิศให้ตัวเองอีก 1 ผืน เอาตีนจกใส่สังฆทานให้พ่ออาจารย์ (มัคนายก) 1 ผืน เพราะเชื่อว่าอาจารย์เวณตานบอกทางไปสู่สวรรค์

สันนิษฐานว่าซิ่นตีนจกแม่แจ่มก็น่าจะมีขึ้นในยุคสมัยที่พุทธศาสนาของล้านนามีความเจริญรุ่งเรือง จากลวดลายของซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความคิด ความเชื่อทางพุทธศาสนา จากองค์ประกอบของซิ่นตีนจกแม่แจ่มจะปรากฏลวดลายต่างๆ เช่น โคม ขัน นาค หงส์ น้ำต้น สะเปา อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความเชื่อทางพุทธศาสนา อันหมายถึง เขาพระสุเมรุ ทะเลสีทันดร และ สัตว์หิมพานต์ ดังปรากฏอยู่ในการเทศน์มหาชาติ ช่วงลอยกระทงของทุกปี ประกอบอยู่บนผืนผ้า สีแดงเป็นเชิงซิ่นอันหมายถึงสวรรค์หรือจักรวาล เป็นการแสดงออกซึ่งความเคารพสักการะ และเป็นพุทธบูชาของทั้งผู้ทอและผู้สวมใส่ให้เกิดสง่าราศี เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ โดยมีสวรรค์และนิพพานเป็นจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้สตรีแม่แจ่มยังมีการเก็บผ้าตีนจกผืนที่ดีที่สุด งามที่สุด ไว้สำหรับตัวเองใส่เมื่อยามละสังขารแล้ว เพื่อจะได้ไปไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์เป็นครั้งสุดท้าย

ลายซิ่นตีนจกแม่แจ่ม จัดแบ่งผ้าจกตามลักษณะลวดลายได้ดังนี้ คือ1. ลวดลายอุดมคติ เป็นลวดลายที่สะท้อนความเชื่อในศาสนาออกมาเป็นรูปสัญลักษณ์อันเกี่ยวเนื่องกับศาสนา พบลวดลายลักษณะนี้ในซิ่นตีนจกเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ รูปโคม ขัน น้ำต้น นาค หงส์สะเปา ที่ประกอบขึ้นเป็นซิ่นตีนจก นอกจากนี้ยังปรากฏ รูปขันดอก รูปหงส์ในผ้าป้าด (ผ้าพาดบ่า) หรือลายนาคในหน้าหมอน เป็นต้น 2. ลวดลายคนและสัตว์ ส่วนใหญ่พบในผ้าหลบสะลี (ผ้าปูที่นอน) ผ้าป้าด ได้แก่ รูปม้า ช้าง ไก่ ลา ลายเขี้ยวหมา ลายงูเตวตาง ลายฟันปลา และลายคน ในหน้า หมอนได้แก่ รูปปู กบ เป็นต้น 3. ลวดลายพรรณพฤกษา พบในหน้าหมอนเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ลายดอกจันทร์ กุดผักแว่น เป็นต้น 4. ลวดลายเปรียบเทียบสิ่งของใกล้ตัว เช่น ลายกุดตาแสง กุดพ่อเฮือนเมา กุดกระแจ กุดขอเบ็ด กุดสามเสา พบลวดลายเหล่านี้ในหน้าหมอน

ราว พ.ศ.2506 อิทธิพลทางวัฒนธรรมจากภายนอกทำให้ผู้ หญิงแม่แจ่มเริ่มไม่นิยมทอและนุ่งซิ่นตีนจก หันไปทำงานอย่างอื่นที่ง่ายกว่าแทน ผ้าตีนจกแม่แจ่มเกือบจะสูญไป จน พ.ศ.2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวแม่แจ่มเป็นครั้งแรก ทรงโปรดเกล้าฯให้คนแม่แจ่มฝึกทอตีนจกแบบประยุกต์ใช้ฝ้ายที่ชาวบ้านเรียกว่า "ไหมประดิษฐ์" ทำให้ทอได้เร็วขึ้น ภายหลังจากนั้น ล้านนาเกิดการตื่นตัวแต่งกายย้อนยุค ผู้หญิงนุ่งซิ่นโดยเฉพาะซิ่นตีนจกแบบโบราณ ตีนจกแม่แจ่มจึงถูกกล่าวขวัญเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง และตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นต้นมา มีการจัด "งานเทศกาลผ้าตีนจกแม่แจ่ม" ขึ้นในอำเภอแม่แจ่มทุกปี ช่วงเวลานั้นผู้หญิงแม่แจ่มจะแต่งกายงดงามด้วยผ้าซิ่นตีนจกมาร่วมกันย้อนสู่วิถีชีวิตแบบวันวานทำให้ "ผ้าตีนจกแม่แจ่ม" ได้รับการอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน