คุยกันเรื่องดิจิทัลทีวี

หญิงไทยไอที

ช่วงนี้เปิดโทรทัศน์ช่องไหนก็มีแต่การบอกเล่าเรื่องการแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์จะเปลี่ยนจากระบบปกติไปเป็นระบบดิจิทัล เราอาจเห็นพิธีกรบางคนมานำเสนอว่าจะมีการเปลี่ยนทำให้ภาพคมชัดขึ้น และอีกสารพัดข้อดีต่างๆ มากมาย

ผมก็เลยขอหยิบเอาเรื่องดิจิทัลทีวีมาคุยกับคุณผู้อ่านบ้างดีกว่า

ทีวีระบบเก่าเป็นอย่างไร

ก่อนจะไปคุยกันเรื่องดิจิทัลทีวี ผมขอเล่าเรื่องของทีวีแบบเดิมๆ ของเรากันก่อนนะครับ

ระบบโทรทัศน์แบบเก่าที่เรียกกันว่า "แอนะล็อค" นั้น มีใช้กันมานานหลายปีแล้วครับ เริ่มนับการทดลองออกอากาศครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1926 (พ.ศ.2472) โดยสถานีโทรทัศน์บีบีซีโน่น จากนั้นก็เริ่มมีการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาขึ้นที่อเมริกาเป็นอันดับถัดมา

อาจเพราะความชอบที่แตกต่างกัน ระบบกระจายสัญญาณโทรทัศน์ก็เลยแยกย่อยกันไปเป็นหลายระบบ แต่ที่มีใช้กันเยอะๆ ก็มีอยู่ 2 ระบบ คือ PAL และ NTSC ครับ

ระบบ PAL (ออกเสียงว่า "พัล") เป็นระบบที่ใช้กันอยู่ในประเทศทางแถบยุโรป เช่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และประเทศไทย

ระบบ NTSC เป็นระบบที่ใช้กันในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น สำหรับประเทศไทยเคยใช้ระบบนี้ในยุคแรกๆของวงการโทรทัศน์บ้านเรา แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนมาเป็นระบบ PAL แบบที่ใช้กันทั่วไป

ทีนี้ในการรับ-ส่งสัญญาณกันระหว่างโทรทัศน์ที่บ้านกับสถานีโทรทัศน์จำเป็นต้องใช้ระบบเดียวกัน คือถ้าโทรทัศน์ที่บ้านเป็นระบบ PAL ก็จะรับได้แต่สัญญาณ PAL ใครส่ง NTSC มาก็รับไม่ได้ ส่วนใครที่ใช้โทรทัศน์ระบบ NTSC ก็จะรับสัญญาณในระบบ PAL ไม่ได้

ด้วยเหตุนี้เอง ตอนหลังเราก็เลยต้องมีการจัดระเบียบการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์กันแล้วมาหล่นอยู่ที่ระบบ PAL อย่างในปัจจุบัน

ข้อดี-ข้อเสีย ของ PAL กับ NTSC

ระบบ PAL มีข้อดีตรงที่ภาพมีความคมชัดสูง แต่การทำงานของภาพเคลื่อนไหวยังไม่ดีที่สุด เพราะจำนวนเฟรมต่อวินาทีต่ำกว่าระบบ NTSC แต่ก็อยู่ในระดับที่พอรับได้ ดังนั้น ประเทศไทยจึงเลือกใช้ระบบ PAL (อันนี้ผมคิดเองนะครับ) เพราะผมเกิดไม่ทันช่วงนั้น เลยไม่ทราบว่าผู้ใหญ่สมัยนั้นใช้อะไรในการตัดสินใจ

ระบบ NTSC มีจำนวนเฟรมต่อวินาทีสูงกว่า PAL ดังนั้น จึงให้คุณภาพของภาพเคลื่อนไหวที่ดีกว่า แต่ข้อเสียคือความคมชัดของภาพจะสู้ระบบ PAL ไม่ได้

ระบบแอนะล็อคเขาส่งสัญญาณกันอย่างไร

วิธีการส่งสัญญาณในระบบเก่าคือเขาจะแยกภาพและเสียงออกจากกัน โดยสัญญาณภาพจะส่งด้วยระบบ AM ส่วนสัญญาณเสียงจะส่งด้วยระบบ FM พอมาถึงเครื่องรับก็คือโทรทัศน์แบบที่เราเอาไว้ดูละครตอนหัวค่ำนั่นแหละครับ สัญญาณต่างๆที่ส่งมาก็จะทำงานร่วมกัน ทำให้เสียงพูดของพระเอกตรงภาพขยับปากของพระเอกในจอ

แต่ด้วยการส่งสัญญาณภาพแบบนี้ก็มีเหมือนกันที่บางพื้นที่สามารถรับสัญญาณภาพได้แต่ไม่มีเสียง แล้วก็มีเหมือนกันที่เราได้ยินเสียงแต่สัญญาณภาพไม่มีซึ่งเรื่องพวกนี้ขึ้นกับพื้นที่รับสัญญาณครับ (ปัจจุบันหาแทบไม่ได้แล้ว)

การมาถึงของดิจิทัลทีวี

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากเรื่องเขตการค้าเสรีอาเซียนหรือที่เราได้ยินชื่อกันบ่อยๆว่า AEC นั่นเอง โดยนอกจากการตกลงกันเรื่องการค้าขายและการลงทุนระหว่างกันแล้ว ยังมีเรื่องข้อกำหนดด้านภาษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางระหว่างประเทศ รวมไปถึงเรื่องระบบโทรทัศน์ที่เข้าไปเกี่ยวกันได้อย่างไรไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ เขาตกลงกันว่าจะใช้ทีวีระบบเดียวกันทุกประเทศ

ปัญหาคือในอาเซียนมีใช้หลายระบบทั้ง NTSC และ PAL ถ้าจะเปลี่ยนมาใช้ระบบเดียวกันก็น่าจะเลือกระบบอะไรที่ดีกว่านี้ซักหน่อย ดังนั้น ข้อสรุปก็เลยมาตกที่ดิจิทัลทีวีที่ทันยุคทันสมัย แล้วตั้งเป้าตกลงกันว่ากลุ่ม AEC จะเปลี่ยนใช้ดิจิทัลทีวีกันทั้งหมด

ดิจิทัลทีวีดีอย่างไร

เนื่องจากเป็นระบบดิจิทัลซึ่งเป็นวิธีการรับส่งข้อมูลที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ระบบดิจิทัลทีวีจะทำให้เกิดข้อได้เปรียบกว่าระบบเดิมที่เป็นแอนะล็อค ซึ่งพอสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

1. การถ่ายทอดสัญญาณจะได้ภาพและเสียงที่ชัดเจนกว่า

2. ทำให้ได้ช่องทีวีแบบที่เราดูฟรี (อย่างช่อง 3 5 7 9) เพิ่มขึ้น ได้ถึง 48 ช่อง (แต่ไม่รู้จะได้ครบกันหรือเปล่า)

3. สามารถเปิดดูดิจิทัลทีวีในรถที่กำลังวิ่งอยู่ได้อย่างชัดเจนในหลายพื้นที่

4. ถ้าจะทำช่องถ่ายทอดสัญญาณแบบคิดค่าบริการก็ทำได้

5. ค่าใช้จ่ายในการแพร่ภาพลดลง

เท่าที่สรุปๆ ข้อดีสำหรับพวกเราในฐานะผู้ใช้บริการคือได้ดูช่องฟรีเพิ่มขึ้น กับภาพที่คมชัดขึ้นแบบที่เรียกว่า HDTV เท่านั้นเองครับ ส่วนช่องเก็บค่าบริการกับค่าใช้จ่ายลดลงนั้นเป็นเรื่องของผู้ให้บริการครับ แต่สุดท้ายแล้วผมว่าก็น่าจะย้อนกลับมาที่คนดูอย่างเราอยู่ดี เพราะรายการดีๆ แต่มีทุนน้อยจะได้เกิดกับเขาก็งานนี้แหละ

ทำอย่างไรถึงจะได้ดูดิจิทัลทีวี

ปัญหาของทีวีที่บ้านเราในปัจจุบันนี้คือเรายังใช้ระบบ PAL กันอยู่ ถ้าใครอยากรับชมรายการทางช่องดิจิทัลทีวีก่อนก็มีทางเลือกดังต่อไปนี้ครับ

1. ต้องมีบ้านอยู่ในเขตที่เขาให้บริการระบบดิจิทัลซะก่อน (เขาเริ่มให้บริการในบางจังหวัดก่อน)

2. ถ้าบ้านเรามีทีวีอยู่แล้ว จะเป็นจอตู้ จอพลาสม่า จอแอลอีดี หรือจอแอลซีดีก็ตาม ถ้ายังใช้เสาอากาศแบบหนวดกุ้งที่รับสัญญาณช่อง 3 5 7 9 อยู่ก็ให้ไปหากล่องรับสัญญาณที่ชื่อ Set Top Box มาใช้ (ได้ข่าวว่า กสทช. จะแจกคูปองให้ไปซื้อละ)

3. ถ้าบ้านไหนใช้จานดาวเทียมในการรับชมรายการอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทำอะไรนอกจากรอครับ เพราะมีจานดาวเทียมก็สามารถรับสัญญาณทีวีในระบบดิจิทัลได้อย่างสบายๆ

4. ถ้าบ้านไหนดูทีวีผ่านเคเบิ้ลที่เราต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน เช่น เคเบิ้ลท้องถิ่นในต่างจังหวัด อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการครับ เพราะเขาต้องเป็นผู้ถ่ายทอดสัญญาณดิจิทัลให้กับเรา

5. ถ้าบ้านไหนมีทีวีเก่า และตั้งใจจะเปลี่ยนก็เลือกซื้อทีวีใหม่ในระบบดิจิทัลเลยครับ โดยเวลาซื้อก็ดูดีๆว่าต้องเป็นระบบ DVB-T2 (ไม่ระวังเดี๋ยวใครเอาระบบอื่นมาหลอกขาย)

สุดท้ายไม่ต้องกังวลเรื่องระบบดิจิทัลทีวีไปนะครับ เพราะเขาจะค่อยๆเปลี่ยน ประมาณว่ารอให้ทีวีระบบเก่าสูญพันธุ์กันไปเอง โดยจะออกอากาศในระบบเดิมคู่กับระบบดิจิทัลไปจนถึงปี 2563 ครับ ^_^