อาชีพในฝัน

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

ผลการสำรวจ "อาชีพในฝัน" ของเด็กวัย 7-14 ปี ในไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย พบว่า 5 อาชีพในฝันของเด็กไทย คือ แพทย์ ครู ทนายความ พ่อครัว นักธุรกิจ และสัตวแพทย์ 5 อาชีพในฝันของเด็กสิงคโปร์ คือ ครู แพทย์ นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และศิลปิน ส่วน 5 อาชีพในฝันของเด็กมาเลเซีย คือ แพทย์ นักบิน ตำรวจ ทนายความ และครู เป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กทั้ง 3 ชาติ ต่างให้ความสนใจกับอาชีพแพทย์เป็นอย่างมาก

ในขณะที่ ค.ศ.2015 ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งสิบจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของการประกอบอาชีพของพลเมืองอาเซียน เนื่องจากจะมีการถ่ายเทแรงงานด้านฝีมือเพื่อให้สามารถทำงานในประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้นใน 8 สาขาอาชีพ ประกอบด้วย วิศวกรรม การสำรวจ สถาปัตยกรรม แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล บัญชี และการบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเงื่อนไขประการหนึ่งเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานผลิตเดียวที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือและเงินทุนอย่างเสรี

ล่าสุดรายงานการศึกษาโดยบริติช เคาน์ซิล ระบุว่าตลาดการศึกษาในอาเซียนกำลังมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการเรียนต่อในระดับปริญญาโทเพิ่มขึ้นถึง 139 % ในระยะ10ปีที่ผ่านมาโดยสาขาวิชาที่มีผู้ต้องการศึกษามากที่สุดได้แก่ การบริหารจัดการธุรกิจ การเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์กลายเป็นสาขาที่มีชาวเวียดนามรุ่นใหม่สนใจเรียนมากที่สุด รัฐบาลเวียดนามทุ่มเทการลงทุนในด้านการศึกษาระดับสูงแก่เยาวชนในประเทศเป็นภารกิจหลัก เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นวิถีการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่กันเลยทีเดียว ส่วนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ต่างหันมาทุ่มเทเรื่องการผลิตทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกันอย่างคึกคัก

เมื่อพลเมืองในแต่ละประเทศกลายเป็นพลเมืองอาเซียน การรวมเป็นหนึ่งเดียวกันจึงสามารถเป็นได้ทั้งช่วงเวลาที่ดีสำหรับคนไทย แต่ในทางกลับกันความไม่พร้อมภายในจะเป็นการบั่นทอนศักยภาพที่มีให้ลดความน่าเชื่อถือลงไปและอาจทำให้กลายเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีก็ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าใน10ประเทศอาเซียน ไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นเงื่อนไขให้สูญเสียโอกาสและการเพิ่มศักยภาพมากที่สุด นอกเหนือจากจุดอ่อน 3 ด้าน ที่ต้องเร่งแก้ไข

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แรงงานราคาถูกจากพม่าและกัมพูชามีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยมาก แรงงานเหล่านี้เข้ามาแทนที่คนไทยจนกลายเป็นเรื่องวิกฤติ หากแรงงานเหล่านี้จะต้องเคลื่อนจากประเทศไทยกลับไปยังประเทศของตนเอง ในขณะที่ศักยภาพด้านภาษาของเราเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข คนไทยต้องเรียนรู้ภาษาต่างประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งการเปิดเสรีของอาเซียนจะทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่างพม่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและแหล่งท่องเที่ยว ขณะที่กัมพูชาได้ตั้งเป้าว่า หลังจากนี้ในอีก5ปีข้างหน้าจะดึงนักท่องเที่ยวจากจีนเข้าสู่ประเทศให้ได้ปีละ 1 ล้านคน โดยเตรียมตัววางบุคลากรให้เรียนภาษาจีนเป็นการรองรับตลาดการท่องเที่ยวจากประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกที่มีแนวโน้มเดินทางเข้าไปเที่ยวในกัมพูชามากขึ้นเรื่อยๆ

มีคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่า ทันทีที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ใน พ.ศ.2558 เดินหน้า ทุกองคาพยพจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันกับทุกภาคส่วนและจะค่อยลงลึกสู่การประกอบอาชีพของคนไทยโดยทั่วไป ทุกฝ่ายจึงต้องเตรียมความพร้อมในการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

ครัวไทยสู่ครัวโลก เป็นสโลแกนคุ้นหูกันมานานหลายปีแล้ว โดยตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำส่งออกอาหารรายใหญ่ติดหนึ่งในห้าของโลก โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารถือเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศถึงปีละกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะเดียวกันอาหารไทยก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมนูที่นิยมมากที่สุดคือ ต้มยำกุ้ง และผัดไทย

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆในอาเซียนซึ่งต่างมีอาหารประจำชาติที่มีชื่อเสียงเป็นของตนเอง เริ่มจากบรูไน ดารุสซาลาม มีอัมบูยัต (ลักษณะคล้ายข้าวต้มหรือโจ๊ก มีส่วนผสมของแป้งสาคูเป็นหลัก เป็นอาหารที่รับประทานแทนข้าวโดยจะมีอาหารจานหลักและเครื่องเคียงอย่างน้อย3อย่าง วางอยู่โดยรอบ) กัมพูชา มีอาม็อก (ลักษณะคล้ายห่อหมกของไทยทำจากปลา น้ำพริก เครื่องแกง และกะทิ จัดเป็นเมนูยอดนิยมของกัมพูชา) อินโดนีเซีย มีกาโด กาโด (คล้ายสลัดแขก ประกอบด้วยถั่วเขียว มันฝรั่ง ถั่วงอก เต้าหู้ ไข่ต้มสุก กะหล่ำปลี ข้าวเกรียบกุ้ง รับประทานกับซอสถั่วที่มีลักษณะเหมือนซอสสะเต๊ะ) ลาว มีซุปไก่ (อาหารพื้นเมืองของลาว ประกอบด้วยตะไคร้ ใบสะระแหน่ กระเทียม และหอมแดง ซึ่งส่วนใหญ่อาหารลาวจะมีผักและสมุนไพรเป็นส่วนผสมในการปรุง) มาเลเซีย มีนาซิ เลอมัก (ข้าวผัดกับกะทิและสมุนไพร นาซิ เลอมัก มักนิยมเสิร์ฟพร้อมกับปลากะตักทอด แตงกวาหั่น ไข่ต้มสุกและถั่วอบ ดั้งเดิมจะห่อด้วยใบตองและรับประทานตอนเช้า) เวียดนาม มีเนมหรือเปาะเปี๊ยะเวียดนาม เป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุด (แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะทำจากข้าวเจ้า ส่วนไส้อาจเป็นไก่ หมู กุ้งห่อรวมกับผักต่างๆ เป็นอาหารยอดนิยมที่รับประทานได้ทั่วไป) ฟิลิปปินส์ มีอโดโบ้ เป็นอาหารยอดนิยมที่มีต้นกำเนิดมาจากภาคเหนือของฟิลิปปินส์ (ทำจากหมูหรือไก่ที่ผ่านกรรมวิธีหมักและปรุงรสโดยจะใส่ซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดำ นำไปทำให้สุกโดยใส่ในเตาอบหรือทอดและรับประทานกับข้าว) และสิงคโปร์ มีลักสา เป็นอาหารขึ้นชื่อ (เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ มีลักษณะคล้ายข้าวซอยของไทย แต่เส้นคล้ายสปาเกตตีของอิตาลี) และพม่า มีหล่าเพ็ด เป็นอาหารประจำชาติ (คล้ายยำเมี่ยงของไทย รับประทานกับเครื่องเคียง เช่น ใบชาหมัก กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่างๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว)

จุดเด่นของอาหารไทยดูเหมือนจะอยู่ที่การประยุกต์เมนูได้อย่างหลากหลายทั้งโลกตะวันออกและโลกตะวันตก ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดโรงเรียนผลิตคนปรุงอาหารหรือเชฟกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมไปโดยปริยาย อาทิ โรงเรียนวิชาการ โรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ล เปิดหลักสูตร บริหารการครัวไทย รุ่นที่ 28 ระยะ 3 เดือน เน้นการประกอบอาหารไทยทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ การแกะสลัก งานใบตอง และขนมไทย ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังมีมติชนอะคาเดมี่ ที่เปิดโปรแกรม Friday with Celebrity เชิญเชฟมือทองมาสอนการทำอาหารสไตล์ต่างๆ ธุรกิจเปิดโรงเรียนสอนการทำอาหารจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับผู้ประกอบการยามนี้เป็นอย่างดี ขณะที่รายการประเภทครัวคุณต๋อย ครัวคุณหรีด ทางโทรทัศน์ก็มีให้เห็นกันมากมาย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หลงใหลในอาชีพพ่อครัวหัวป่า เพิ่มเข้าไปอีก

โดยภาพรวมใน 8 สาขาวิชาชีพที่จะมีการเคลื่อนในอาเซียน โอกาสทองของสินค้าอาหารไทยจึงนับได้ว่ายังมีลู่ทางแจ่มใส แต่ผู้สันทัดวงในฝากมายังผู้ประกอบการว่า สิ่งสำคัญที่จะต้องมีการปรับตัวต่อไปก็คือ การหาช่องทางลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ เน้นการสร้างคุณค่าโดยใช้ประโยชน์จากปัจจัยการผลิตที่หาได้กว้างขวางและมีราคาถูกจากประเทศที่มีทรัพยากรในกลุ่มอาเซียน ทั้งในแง่ของวัตถุดิบและแรงงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเสริมคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหาร ปรับปรุงกระบวนการผลิตในทันสมัย สำรวจตลาดอาเซียนว่ามีความต้องการอย่างไรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้สอดรับกับกลุ่มผู้บริโภค

พัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและครอบคลุมตลาดส่วนใหญ่ มีความกล้าในการเสี่ยงเพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าภายใต้การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง และต้องเร่งพัฒนาทักษะภาษา ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการเจรจาต่อรองทางการค้า

จากตลาดที่มีแค่ตอบสนองผู้บริโภคกว่า 60 ล้านคน กลายเป็นตลาดของพลเมืองอาเซียนร่วม 600 ล้านคน ใน 10 ประเทศ ครัวไทยสู่อาเซียนจึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้ประกอบการ ซึ่งน่าจะเป็นก้าวย่างที่ไม่ยากจนเกินความสามารถของคนไทย เพราะเป้าหมายใหญ่นั้นคือ ครัวไทยสู่ครัวโลก

ก่อนเออีซีมาเยือนในปีหน้า ยุทธการกระทะเหล็ก ยังมีเวลาที่จะผลิตเชฟมือทองหน้าใสๆ มากระทบไหล่ คุณชายถนัดศรี หมึกแดง มาดามหรีด มาดามตวง ครัวคุณต๋อย ชาคริต แย้มนาม อย่างคึกคัก