อาหารเสริม-สมุนไพร ผู้ที่มีปัญหาลิ่มเลือดอุดตัน...ควรระวัง

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ยาละลายลิ่มเลือด มีชื่อว่า วาร์ฟาริน (Warfarin) หรือที่เรียกกันว่า ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งแพทย์มักสั่งยาใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาลิ่มเลือดอุดตัน หัวใจเต้นผิดปกติ หรือผู้ที่ทำการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดไหลไปอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย เช่น สมอง ถ้าขาดเลือดไปเลี้ยง ก็อาจทำให้เป็นอัมพาต ส่วนหัวใจ หากมีลิ่มเลือดไปอุดตัน ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้

ส่วนยา แอสไพริน (Aspirin) นั้น ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ยาละลายลิ่มเลือด อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ หรือเรียกผิดไป แต่แอสไพรินเป็นยาป้องกัน การเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด โดยแพทย์มักสั่งใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคเรื้อรัง อย่างเบาหวาน ไขมัน หรือความดัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งในรายที่เป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจแล้ว ก็สามารถรับประทานยานี้เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้ด้วย

ผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน จะมีการติดตามการรักษา และมีการปฏิบัติตัวที่เคร่งครัดกว่าการรับประทานยาแอสไพริน ด้วยเป็นยามีช่วงการรักษาแคบ คือถ้ารับประทานยาน้อยไป การรักษาก็จะได้ผลไม่ดี ทำให้ผู้ป่วยยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดที่เป็นอันตรายเหมือนกับไม่ได้รับประทานยา แต่ถ้ารับประทานยามากเกินไป ก็จะเกิดปัญหาเลือดออกง่าย เนื่องจากเลือดไม่ยอมแข็งตัว โดยแพทย์จะนัดดูผลเลือด เรียกว่า ค่าไอเอ็นอาร์ (INR) ว่าผู้ป่วยได้รับยาในขนาดที่เหมาะสมตามค่าเลือดที่ต้องการหรือไม่

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของการรับประทานยาวาร์ฟาริน คือการรับประทานยาวาร์ฟาริน ร่วมกับยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดที่มักเกิดการตีกัน ส่งผลต่อระดับยาวาร์ฟารินในเลือดไม่คงที่ หรือผิดปกติไป โดยสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ส่งผลต่อระดับยาวาร์ฟาริน และผู้ใช้ยาควรระมัดระวัง มีดังนี้

สมุนไพรที่เพิ่มผล ยาวาร์ฟาริน และแอสไพริน ได้แก่ กระเทียม ขิง ขมิ้นชัน แปUะก๊วย วิตามินอี น้ำมันปลา ตังกุย และโสม

สมุนไพรที่ลดผลของยาวาร์ฟาริน ได้แก่ ผักใบเขียว (ผักใบเขียว มีวิตามินเคสูง ทำให้เลือดแข็งตัว) ชาเขียว โคเอ็นไซม์คิวเทน และโสม

สำหรับโสมนั้น มีทั้งรายงานที่เพิ่มฤทธิ์ยาวาร์ฟาริน และลดฤทธิ์ยาวาร์ฟาริน

แต่อย่างไรก็ตาม สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้มีความระมัดระวังกับในคนที่รับประทาน ในรูปแบบสารสกัด หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วนการรับประทานในรูปแบบผัก หรือที่ไม่ใช่สารสกัด ก็สามารถรับประทานได้ สำหรับท่านที่มีความต้องการจะรับประทานในรูปแบบสารสกัด หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพื่อจะได้ติดตามค่าเลือดว่า ยังอยู่ในช่วงการรักษาที่เหมาะสมหรือไม่

การรับประทานสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในผู้ป่วยที่รับประทานยาแอสไพริน ไม่ได้มีข้อควรระวัง เท่ากับผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ยกเว้นในรายที่เสี่ยง เกิดเลือดออกง่าย เช่น มีแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยสูงอายุ อาจมีการติดตาม หรือสังเกตว่า มีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น ถ่ายดำ ปัสสาวะสีคล้ำ ไอหรืออาเจียนเป็นเลือด เกิดจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง เป็นสีม่วงๆช้ำ โดยไม่ได้ไปกระแทกหรือโดนอะไรมา หากมีอาการดังกล่าวนี้ ผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน หรือแอสไพรินอยู่ ควรรีบไปพบแพทย์ หรือคนที่จะทำการผ่าตัด หรือถอนฟัน ควรมีการหยุดยาวาร์ฟาริน หรือแอสไพรินก่อนตามคำแนะนำของแพทย์