กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ บ้านนางาม

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ของอำเภอบ้านผือ มีประวัติกล่าวว่า ชาวลาวพวน อพยพมาตั้งถิ่นฐานในป่าลึกเชิงเขาภูพาน ในปี 2350โดย ขุนพรหม เนตรโสม อดีตมหาดเล็กกรมหลวงประจักษ์ฯ หลังจากเสร็จศึกจากการปราบฮ่อที่เวียงจันทร์แล้ว จึงชักชวนเพื่อนรัก คือหมื่นสีพรหม สารทองพร้อมชาวบ้านจำนวนหนึ่ง มาตั้งหลักแหล่ง ณ บริเวณเชิงเขาภูพาน และตั้งชื่อบ้านแห่งใหม่นี้ว่า "บ้านนางาม" ชาวบ้านในชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ทำนา ทำไร่ และปลูกหม่อน เลี้ยงไหม โดยนำเส้นใยพืชมาปั่นเป็นกลุ่มด้าย แล้วทอเป็นผืนผ้า ตัดป็นเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากชุมชนตั้งอยู่ในป่าลึก ชาวบ้านจึงใช้การคั้นสีจากรากเปลือกไม้มาทำเป็นสีย้อมผ้าที่สวยงาม พัฒนาเป็นความชำนาญสืบทอดชั่วลูกชั่วหลานมานับร้อยปี

ชุมชนบ้านนางาม อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี มีเอกลักษณ์พิเศษในเรื่องการย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ เนื่องจากอยู่ติดป่าภูพานจึงสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่น ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด และมีแหล่งน้ำที่มีแร่ธาตุพิเศษ ชุมชนเชื่อว่า แหล่งน้ำนี้เป็น "บ่อน้ำทิพย์" ซึ่งเจ้าป่าเจ้าเขาได้ประทานมาให้ น้ำจากแหล่งนี้จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการฟอกย้อมสีธรรมชาติ เมื่อจุ่มล้างในขั้นตอนสุดท้ายได้สีสวยสด งดงาม สีคงทนถาวร จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นกว่าจนได้รับการกล่าวขานว่าผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติของชาวบ้านนางามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

สีที่ได้จากธรรมชาติ เป็นความรู้ดั่งเดิมที่สืบทอดกันมาจากปู่ย่าตายาย แหล่งวัตถุดิบสีธรรมชาติยังสามารถหาได้จากต้นไม้ ใบไม้ ที่ให้สีสันสวยงามตามที่เราต้องการและหาได้ไม่ยาก ซึ่งปัจจุบันมีการส่งเสริมให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติกันมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก และกรรมวิธีผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความสวยงามและหลากหลาย อย่างเช่น การย้อมสีเขียวจากเปลือกต้นเพกา เอาเปลือกเพกามาหั่น หรือสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปต้ม 20 นาที ช้อนเอาเปลือกออก ต้มเถาถั่วแปบเอาแต่น้ำใสเติมลงไปใส่น้ำมะเกลือเล็กน้อย ใส่ปูนขาว และใบส้มป่อยผสมลงไป ทิ้งไว้สักพัก แล้วกรองให้เหลือแต่น้ำสีพร้อมที่จะย้อม นำเอาน้ำย้อมตั้งไฟพออุ่น นำด้ายฝ้ายซึ่งซุบน้ำบิดพอหมาด จุ่มลงในอ่างย้อม ต้มต่อไปนาน 20 นาที จนได้สีที่ต้องการ ยกด้ายฝ้ายออก ซักน้ำสะอาด ใส่ราว กระตุก ตากจนแห้ง จะได้สีเขียวตามต้องการ

การย้อมสีดำจากเปลือกสมอ ให้เอาเปลือกสมอมาต้มเคี่ยวให้แห้งจนงวดพอสมควร รินเอาแต่น้ำใส่หม้อดิน เอาด้ายฝ้ายที่เตรียมไว้ลงย้อมขณะที่น้ำสียังร้อนอยู่ จะได้สีดำแกมเขียวเข้ม ถ้าต้องการได้สีเขียวจากเปลือกสมอ เอาเปลือกสมอมาต้มเคี่ยวให้แห้งพอสมควร รินเอาแต่น้ำใส่หม้อดิน นำด้ายฝ้ายที่ผ่านการย้อมครามมาครั้งหนึ่งแล้ว ลงไปย้อมในน้ำสีที่ยังร้อนอยู่ ต้มต่อไปประมาณ 1 ชั่วโมง หมั่นกลับด้ายฝ้ายไปมา เพื่อให้สีดูดซึมอย่างสม่ำเสมอ พอได้สีตามต้องการยกด้ายฝ้ายขึ้นกระตุก ตากให้แห้ง จะได้สีเขียวตามต้องการ

การย้อมสีจากเปลือกรกฟ้า แช่เปลือกต้นรกฟ้าในปริมาณพอสมควรไว้นาน 3 วัน แล้วตั้งไฟต้ม ให้เดือด จนเห็นว่าสีออกหมดดีแล้ว จึงเทน้ำย้อมใส่ลงในอ่างย้อมหมักแช่ไว้ 1 คืน นำเอาเปลือกไม้ผึ่งแดด จนแห้ง เก็บไว้ใช้ต่อไป สีเปลือกไม้นี้ถ้าถูกต้มจะกลายเป็นสีดำได้ สำหรับสีกากีแกมเขียว ย้อมจากเปลือกเพกากับแก่นขนุน เอาเปลือกเพกาสดๆมาล้างน้ำ ผึ่งแดดสัก 2-3 แดด พักทิ้งไว้ เอาแก่นขนุนหั่นหรือไสให้เป็นชิ้นบางๆ แบ่งเอามา 1 ส่วน ผสมกับเปลือกเพกา 3 ส่วน ต้มเคี่ยวให้น้ำเดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำ เวลาย้อมเติมน้ำสารส้มเล็กน้อยเพื่อให้สีติดดีและทนทาน นำด้ายฝ้ายซึ่งชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดลงในอ่างย้อมหมั่นกลับด้ายฝ้ายไปมา เพื่อให้สีติดสม่ำเสมอ ไม่ด่าง จากนั้นยกด้ายฝ้ายขึ้นซักน้ำให้สะอาดบิด กระตุก ตากให้แห้ง จะได้สีกากีแกมเขียวตามต้องการ