Fashion Field Trip Autumn/Winter 2011

ข่าวแฟชั่น

สามดีไซเนอร์คนดัง พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ Asava ธีรรัฐ ว่องวัฒนะสิน จากแบรนด์ Victeerut และ ภูภวิศ กฤตพลนารา แบรนด์ Issue ร่วมจัดแฟชั่นเอ็กซ์ฮิบิชั่นสุดเก๋ “Fashion Field Trip” เพื่อโชว์คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดในซีซั่นออทั่ม/วินเทอร์ ของแบรนด์ Asava Victeerut และ Issue ณ ศูนย์การเรียนรู้ TCDC ดิ เอ็มโพเรี่ยม เมื่อเร็วๆนี้

ซีซั่นออทั่ม/วินเทอร์ที่กำลังจะมาถึง ทั้ง 3 ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ประดับวงการแฟชั่นไทย ได้เกิดแรงบันดาลใจสร้างแฟชั่นเอ็กซ์ฮิบิชั่นสุดพิเศษ เพื่อเป็นสถานที่ให้ความรู้แก่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ โดยต่างได้ระดมความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ในบรรยากาศของการเดินทางทัศนศึกษา จึงได้เชิญนักศึกษาด้านแฟชั่น ที่ชนะการประกวดการออกแบบเสื้อผ้า มาร่วมในเอ็กซ์ฮิบิชั่นครั้งนี้ด้วย ซึ่งแฟชั่นโชว์ของแต่ละแบรนด์นั้น จะมีคอนเซ็ปต์และการพรีเซนต์คอลเลคชั่นต่างกันออกไป ตามคาแรคเตอร์ของในแต่ละแบรนด์

พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ Asava เผยว่า “แฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ เกิดจากการที่เราทั้ง 3 แบรนด์ อยากจะทำโชว์ที่เล็กลงมา แต่กระชับและเข้าถึงผู้ชมได้ โดยต้องการให้ผู้ชมรู้สึกว่า แฟชั่นโชว์เป็นมากกว่าการทำงานในเชิงพาณิชย์ แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ๆได้ โดยเลือกศูนย์ TCDC ที่เป็นแหล่งความรู้และแหล่งสร้างแรงบันดาลใจ ของพวกเราเหล่าดีไซเนอร์ มาเป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ ภายในงานนอกจากมีแฟชั่นโชว์ของทั้ง 3 แบรนด์แล้ว เราก็ยังนำเสนอผลงานน้องๆนักศึกษา ที่ชนะการประกวดการออกแบบ มาแสดงภายในงานอีกด้วย

...นับเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์งานคนรุ่นใหม่ ให้เป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นมากยิ่งขึ้น เราทั้ง 3 แบรนด์ต่างเชื่อว่า การได้แบ่งปันพื้นที่นำเสนอผลงานให้แก่คนรุ่นใหม่ และการเผื่อแผ่ความสุขไปถึงผู้อื่นนั้น เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มให้งานโชว์ ผลงานคอลเลคชั่นใหม่ของเรานี้ ได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งผมเชื่อว่า การนำเสนอผลงานคอลเลคชั่นทั้ง 3 แบรนด์ จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ ได้เห็นการนำเสนอแฟชั่นในอีกมิติหนึ่ง ที่แตกต่างออกไป”

สำหรับคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ของแบรนด์ Asava จะเน้นการผสมผสานความแตกต่างของเสื้อผ้าแบบลำลองและแบบโก้หรู ไว้ภายในลุคเดียวกันได้อย่างลงตัว และจะเห็นได้ว่า เสื้อผ้าในซีซั่นล่าสุด มีโครงเสื้อและรายละเอียด ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่ยังคงสไตล์ของ Asava ที่มีความเซ็กซี่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกางเกงผ้าลูกไม้สีดำ เครสสั้นตัดต่อผ้าซีทรูเผยให้เห็นต้นขา ไปจนถึงเสื้อเบราส์ผ้าออร์กันซ่าโปร่งบาง รวมไปถึงลายพิมพ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ลายงู ลายฮาวด์ทูธ (houndstooth) ลายกราฟิคแอ๊ปสแตรค และลายมารีน อันเป็นลวดลายประจำ ซึ่งเชื่อว่าความแปลกใหม่ในคอลเลคชั่นนี้ จะเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ

ทางด้าน ภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์แบรนด์ Issue เผยว่า “การที่เราใช้ชื่อแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ว่า Fashion Field Trip มาจากการที่เรามีเป้าหมาย ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนที่ทำงานอย่างพวกเรา โดยแฟชั่นวีคสามารถเป็นอะไร ที่มากกว่าการแสดงเสื้อผ้า ด้วยความหรูหราหรือเน้นความอลังการ ฉะนั้นเราจึงได้จัดแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ให้เหมือนกับการออกทริป ไปแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับตนเอง ซึ่งผมเชื่อว่า เป็นสิ่งที่แต่ละดีไซเนอร์ควรต้องมี

...อยากฝากถึงน้องๆนักศึกษา ที่มีความฝันอยากจะเป็นดีไซเนอร์ว่า อย่ายอมแพ้ พยายามค้นหาสิ่งที่เรารักให้เจอ ตั้งใจทำในสิ่งที่ทำให้ดีที่สุด ‘ยิ้มสู้’ เป็นบทเพลงที่เป็นกำลังใจ และสร้างแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์แต่สิ่งดีๆ จึงอยากใช้เพลงนี้ เป็นสิ่งที่ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งเป็นกำลังใจให้กับทุกคน เช่นเดียวกับ Issue ที่ได้ใช้บทเพลงนี้ ที่กล่าวถึงการให้กำลังใจ ในการต่อสู้กับอุปสรรคในชีวิต ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใด หากเรายิ้มสู้และเดินหน้าอย่างไม่ท้อ ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี”

Issue ถ่ายทอดคอลเลคชั่น ที่เต็มไปด้วยกำลังใจในการต่อสู้ ด้วยความสุขและเสียงของดนตรี โดยมีโทนสีหลักๆ คือ สีขาว สีเทา สีดำ และสีเหลืองทอง ทั้งยังมีสีน้ำเงิน สีแดง มาเป็นตัวเสริม ที่ทำให้คอลเลคชั่นน่าสนใจมากขึ้น และยังคงใส่เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ ISSUE ซึ่งมีทั้งการปัก ถักทอ ย้อมสี รวมทั้งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์อย่างสวยงามละเอียดอ่อน เพื่อให้คอลเลคชั่นของ ISSUE Autumn / Winter น่าประทับใจยิ่งขึ้นและงดงามที่สุด

ส่วนดีไซเนอร์แบรนด์ Victeerut ธีรรัฐ ว่องวัฒนะสิน กล่าวถึงแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ว่า “ความพิเศษอีกอย่างของแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ เป็นรูปแบบการจัดแสดง ที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการเดิน การจัดที่นั่งชม และอารมย์ของโชว์ ที่จะปรับเปลี่ยนไปตามคาแรคเตอร์ของทั้ง 3 แบรนด์ ซึ่งพวกเราเชื่อว่า แฟชั่นไม่ใช่เพียงสิ่งสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันเพื่อสังคมได้ด้วย โดยเราจัดทำเสื้อยืดวางจำหน่ายในงาน เพื่อนำเงินรายได้หลังการหักค่าใช้จ่าย ไปมอบให้มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อใช้ในการจัดซื้อเครื่องมือปลูกถ่ายการแพทย์

...ส่วนคอลเลคชั่น Break Me Into Pieces Collection ของ Victeerut ครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจ มาจากตัวต่อของเล่นในวัยเด็ก อย่าง Tangram ที่เป็นเกมตัวต่อจากจีนโบราณ สำหรับเสริมปฏิภาณไหวพริบ ในการจัดรูปทรงเรขาคณิตทั้ง 7 ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่คอลเลคชั่นครั้งนี้ ได้ใช้ลูกเล่นคล้ายกับทรงเลขาคณิต ผ่านแพทเทิร์นเรียบเนี๊ยบสไตล์ Modern Minimalism และเมื่อนำไปเบลนกับแสงไฟในแฟชั่นโชว์แล้ว จึงเกิดมิติใหม่กับมุมมองของเสื้อผ้า ที่มีลวดลายอีกลวดลายหนึ่ง ที่ตาเปล่ายังยากจะได้เห็น”

แฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ได้นางแบบแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมเดินแสดงแบบอย่างคับคั่ง อาทิ น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ พิชญ์สินี ตันวิบูลย์ วราลักษณ์ วาณิชย์กุล อาภาศิริ นิติพน นอกจากนี้ภายในงานมีการจำหน่ายเสื้อยืด คอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ออกแบบโดย 3 ดีไซเนอร์คนดัง จำนวน 900 ตัว ราคาตัวละ 500 บาท เพื่อนำรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย บริจาคให้กับมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อซื้อเครื่องมือปลูกถ่ายการแพทย์ ให้กับผู้ที่ขาดโอกาสอีกด้วย

งานแฟชั่นโชว์ Fashion Field Trip เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ 3 ดีไซเนอร์ ที่มีทิศทางการสร้างแรงบันดาลใจ ที่สื่อผ่านคอลเลคชั่นของตัวเองได้อย่างชัดเจน ซึ่งแฟชั่นเอ็กซ์ฮิบิชั่นในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ ที่ได้อบอวลไปด้วยแรงบันดาลใจค่ะ