เข็มขาวพราวพิสุทธิ์

ดอกไม้ใกล้ตัว

เข็มขาวออกดอกอีกแล้ว ครั้งที่เท่าไหร่ฉันไม่อาจจดจำได้ เนื่องเพราะเอเป้นไม้ดอกที่ผลิดอกได้ทั้งตลอดปี ฉันจึงไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นหรือดีอดดีใจกับการออกดอกของเธอเท่าไหร่นัก หากในวันนี้ เมื่อได่เห็นเข็มชาวผลิดอกอีกครั้งกลับทำให้ฉันรู้สึกต่างไปจากที่เคย นั่นก็อาจเป็นเพราะเธอเป็นหนึ่งในจำนวนต้นไม้ไม่กี่ต้นในสวนของฉันที่รอดชีวิตมาได้จากอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว เมื่อได้เห็นเธอออกดอกอีกครั้งในวันนี้ฉันจึงรู้สึกดีใจที่เธอยังมีชีวิตอยู่

เข็มขาวเป็นพันธุ์ไม้ที่แตกต่างไปจากเข็มทั่วไปที่เรารู้จักมักคุ้นกันตรงที่ดอกของเข็มขาวนั้นมีกลิ่นหอมในขณะที่ดอกเข็มทั่วไปไม่มีกลิ่นหอมเลยแม้แต่น้อย ความหอมของเข็มขาวจึงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากเข็มสีหลากสายพันธุ์ที่เราคุ้นชินกัน

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของเข็มขาวอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แต่เป็นที่รู้จักและปลุกกันแพร่หลายในเมืองไทยมาเนิ่นานขนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไม้ถิ่นไทย ออกดอกเป็นช่อสั้นแน่นทึบและมีก้านดอกยาวกว่าเดอกเข็มทั่วไป จากข้อมูลจำเพาะที่มีผู้รวบรวมไว้กล่าวว่า เข็มขาวเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี จึงไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษมื่อเทียบกับไม้ดอกหอมทั่วไป "มิน่าเล่า เธอจึงรอดชีวิตมาจาการถูกน้ำท่วมขังมาเป็นแรมเดือนได้" 

การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในเกือบทุกสภาพภูมิอากาศเช่นนี้นับแป็นคุณสมบัติที่นับว่าโดดเด่นเหนือของไม้ดอกหอมชนิดใด มิเพียงเท่านั้น เข็มหอมยังเป็นไม้ที่หาง่าย ราคาถูก ออกดอกได้ตลอดปี และมีกลิ่นหอมเที่พอเหมาะพอควร คือไม่หอมฉุนจนชวนให้เวียนศรีษะหรือหอมอ่อนจางจนแทบไม่ได้กลิ่น 

เมื่อเริ่มค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับไม้ดอกหอมชนิดนี้ก็ยิ่งทำให้ฉันแสนทึ่ง ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เจ็มขาว ไม้ดอกหอมที่แสนจะธรรมดาในสายตาของฉันนั้นมีสรรพพคุณทางสมุนไพรด้วย หมอยาพื้นบ้านในอดีต ใช้รากของเข็มขาวมารักษาอาการเจ็บตา ขับเสมหะ แก้อาการบวม ขับเสมหะ แก้กำเดา บำรุงไฟธาตุ ช่วยเจริยอาหาร ส่วนใบนั้นใช้ขับพยาธิ และส่วนดอกที่หอมเย็นนั้นยังนำมาใช้รักษาอาการเจ็บตาได้อย่างชะงัดทีเดียว 

กลิ่นหอมเย็นของเข็มหอมโชยมาตามสายลมเบาบางที่พักผ่าน ความหอมที่กำลังพอิบพอดีและเหมาะเจาะทำให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลาย เป็นความหอมที่อยู่ใกล้ตัวที่ฉันไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน นั่นอาจเป็นเพราะในยามนั้น ไม้ดอกหอมในบ้านของฉันต่างพากันผลิบานจรุงกลิ่นกรุ่นนานาชนิดจนกลบความหอมของเธอไปจนหมดสิ้น ครั้งถึงยามที่ไร้ไม้ดอกใดให้เชยชมในยามนนี้ ฉันจึงได้เห็นคุณค่าแห่งความหอมของเธอ

"หอมเย็นแสนชื่นใจอย่างนี้นี่เอง พี่ต้อยจึงได้กลิ่น" ฉันรำพึงกับตัวเองพลางนึกไปถึงมิตรผู้พี่ที่เคยมาเยือนสวนดอกไม้เล็กเล็กแสนรกของฉัน แม้จะผ่านมาเกือบปีแล้ว หากฉันยังจดจำท่าทีตื่นเต้นของพี่ต้อยยามที่ได้เห็นดอกสีขาวเป็นพวงแน่นเบียดกันเป็นช่อกลม "ดอกไรคะ สวยจัง หอมด้วย " พี่ต้อยถามไถ่ด้วยความสงสัย "อ๋อ เข็มขาวค่ะ พี่ต้อย" "สวยจังเลยค่ะ เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปไว้ดีกว่า" เธอตอบพลางควักกล้องอัตโนมัติขนาดเล็กพอเหมาะมือขึ้นมาถ่ายภาพเข็มขาวในกระถาง เมื่อเห็นสีหน้าอมยิ้มของฉันเธอก็บอกว่า "กล้องน้องฟางค่ะ พี่เอาของลูกมาใช้ ยังถ่ายไม่เก่งเลย" เธอตอบด้วยสำเนียงสดใสที่ปะปนไปด้วยความเขินแล้วก้มหน้าก้มตาหามุมในการถ่ายภาพต่อไป จากนั้นจึงหันกลับมาตระเตรียมอุปกรณ์การทำลูกประคบสมุนไพรที่เธอตั้งใจทำไว้เพื่อใช้ถ่ายภาพประกอบงานเขียนของเธอ

แม้พี่ต้อยจะบอกกับฉันว่า เธอไม่มีฝีมือทางการถ่ายภาพมาก่อน หากภาพที่ปรากฎในจอแอลซีดีขนาดเล็กในกล้องและการเลือกมุมในการถ่ายภาพแต่ละภาพของเธอนั้นช่างแตกต่างไปกว่าที่ฉันคิดไว้มาก "ก็สวยนี่คะพี่ต้อย มุมสวยเชียวค่ะ ไหนว่าถ่ายภาพไม่เป็นไงคะ อย่างนี้เรียกว่าเป็นแล้วล่ะค่ะ" ฉันกล่าวด้วยความชื่นชมในฝีมือการถ่ายภาพของเธอ "ก็พยายามเอาค่ะ จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่นเขา พยายามดูจากที่เขาถ่ายกันไว้ แล้วก็มาฝึกเอาเอง แต่ยังสู้กล้องที่น้องถ่ายไม่ได้" "โอ๊ย พี่ต้อยคะ กล้องดีน่ะเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้นเองค่ะ ถ้ามุมมองไม่ดี กล้องดียังไงภาพก็ออกมาไม่สวย มันอยู่ที่คนใช้กล้องด้วยค่ะ" ฉันตอบกลับอย่างจริงจังเมื่อเห็นเธอเปรียบเทียบคุณภาพกล้องตัวเล็กของเธอกับกล้องใหญ่ของฉัน

ท่าทีที่มุ่งมั่นในการถ่ายภาพอันเป็นสิ่งใหม่ที่พี่ต้อยเพิ่งเรียนรู้ทำให้ฉันอดชื่นชมเธออยู่ในใจไม่ได้ แม้การถ่ายภาพจะเป้นเรื่องใหม่สำหรับพี่ต้อย หากด้วยการฝึกฝนอย่างจริงจัง ผนวกกับความอดทนในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทำให้พี่ต้อยได้ค้นพบว่า การถ่ายภาพประกอบงานเขียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าความตั้งใจ

หลายเดือนต่อมา มีเสียงตามสายจากพี่ต้อยมาทักทายและบอกเล่าเรื่องราวของเธอแก่ฉัน พี่ต้อยบอกฉันว่า เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำอย่างถาวรแล้ว "อ้าว แล้วพี่ต้อยจะไปทำอะไรคะ ไม่มีเงินเดือนประจำนี่ลำบากนะคะ" ฉันถามด้วยความประหลาดใจแกมห่วงใย เพราะสำหรับฉันแล้วการทำงานอิสระแบบบไม่มีรายได้ประจำที่แน่นอนนั้นเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ในการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ "พี่ว่าจะอยู่บ้านเพาะเห็ดขายค่ะ นี่ก็กำลังจะไปอบรมการเพาะเห็ดในไม่กี่วันนี่แล้วล่ะค่ะ พี่ก็จะพยายามให้อยู่ได้ค่ะ" แป็นคำตอบด้วยความุ่งมั่นจากเธอ

เรายังคงคิดต่อและพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสม่ำเสมอ เหมือนว่า กิจการการเพาะเห็ดของพี่ต้อยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น หลายครั้งที่ฉันเห็นภาพเห็ดหลากชนิดจากฝีมือการเพาะและการถ่ายภาพของพี่ต้อยปรากฎอยู่บนโลกสื่อสารไร้พรมแดนในหน้าเฉพาะของเธอทางเฟซบุ๊ค เธอบอกเล่าว่า มีแม่ค้ามาติดต่อขอซื้อผลิตผลของเธอเพื่อนำไปจำหน่าย แต่ปัญหาคือ ผลผลิตที่ได้นั้นยังไม่สม่ำเสมอ และยังไม่สามารถควบคุมการออกดอกให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ ฉันรู้ดีว่า ในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำเช่นนี้ พี่ต้อยคงค้องใช้ความพยายามและอดทนเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตการทำงานอิสระที่ไม่มีเงินเดือนประจำ แต่ทุกครั้งที่ฉันไถ่ถาม พี่ต้อยก็ตอบกลับมาด้วยความมุ่งมั่น "ไหวค่ะน้อง พี่ก็ประหยัดมากขึ้นนะคะ บางวันแทบไม่ได้ใช้เงินเลย เพราะพี่ก็เอาเห็ดพวกนี้ล่ะมาทำกับข้าวกิน อร่อยแล้วไม่เปลืองด้วย คงต้องใช้เวลาอีกสักนิดค่ะ"

ฉันเองก็ได้แต่เฝ้าคอยลุ้นในกิจการเพาะเห็ดขนาดเล็กของพี่ต้อยด้วยความห่วงใยโดยที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออื่นใดได้เลยแม้แต่น้อย หากด้วยความมุ่งมั่นและอดทน กอรปกับการเป็นผู้ใฝ่รู้ในลักษณะนิสัยของเธอ ฉันเชื่อว่า สักวัน พี่ต้อยคงประสพความสำเร็จในทางเดินสายที่เธอได้เลือกไว้แล้ว

ฉันค่อยค่อยลากดึงกระถางเข็มขาวอันหนักอึ้งออกมาจากร่มไม้ที่เคยเป็นที่อยู่เดิมของเธอ ฉันเพิ่งรู้ว่า เข็มขาวเป็นไม้ที่ชอบแดดจัด แต่ที่ผ่านมา ฉันกลับปลูกเธอไว้ในที่ร่ม หากกระนั้น เข็มขาวก็ยังเติบโตและออกดอกอย่างสม่ำเสมอ "เอาล่ะ เอามาไว้กลางแดดแล้ว หวังว่าคงจะออกดอกดกขึ้นนะ" ฉันพูดกับเธอเหมือนหนึ่งคาดว่าเธอจะรับรู้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หลังจากฝ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่มาแล้ว ฉันเชื่อมั่นว่า เข็มขาวของฉันต้นนี้ของฉันจะหยัดยืน ฝ่าร้อนผ่านหนาวไปได้อีกหลายฤดู ถ้าเข็มขาวยังสามารถปรับตัวเพื่อการอยู่รอดได้แล้วไซร้ ไม่ว่า ฉันหรือพี่ต้อยก็คงต้องใช้ความพยายามและอดทน เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสสรคในการดำเนินชีวิตต่อไปให้จงได้ ฉันบอกกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ