รู้ทันป้องกัน...โรคปอดบวม

รอบรู้เพื่อสุขภาพ

สถิติจาก กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยปอดบวมในไทยเกือบ 1 แสนราย ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนสิงหาคม 2556 โดยเป็นผู้ป่วยผู้ใหญ่วัย 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคปอดบวมมากที่สุด อีกทั้งยังมีกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ อาทิ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวาน หัวใจ และมะเร็ง ซึ่งก็มีความเสี่ยงติด "เชื้อนิวโมคอดคัส" อันเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดบวม

บริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยาคุณภาพ จึงจัดงานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง "รู้ทันป้องกัน...โรคปอดบวม" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคปอดบวม พร้อมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ เกี่ยวกับแนวทางการป้องกัน ในการลดสถิติผู้ป่วยโรคปอดบวม ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุข ระดับประเทศในขณะนี้

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อระดับประเทศ ได้รับเกียรติบรรยายให้ความรู้ ในงานเสวนา รู้ทันป้องกัน...โรคปอดบวม ครั้งนี้ ว่า เชื้อนิวโคคอดคัส...เป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนหลายล้านคนในแต่ละปี องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรพันธมิตรกว่า 140 องค์กร ได้กำหนดวันที่ 12 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันปอดบวมโลก (World Pneumonia Day)

โรคปอดบวม...เป็นเสมือนภัยเงียบ คนส่วนใหญ่ไม่ทันได้ตระหนักและระวังตัว ด้วยอาการระยะเริ่มต้น คล้ายคลึงกับการเป็นไข้หวัด อันที่จริงแล้วโรคปอดบวม มีความสัมพันธ์กับโรคไข้หวัดใหญ่ ที่จะพบมากในช่วงฤดูฝน หรือเมื่อมีอากาศเย็นลง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อนิวโมคอดคัส หากเชื้อมีความรุนแรงมาก อาจลุกลามไปสู่โรคอื่นๆ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต และหูชั้นกลางอักเสบ รวมถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือที่เรียกว่า โรคไอพีดี (Invasive Pneumococcal Disease)

โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไป รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ถูกคร่าชีวิตไปกว่าหลายล้านคนทั่วโลก เนื่องจากคนทั้งสองกลุ่มนั้น มีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าวัยหนุ่มวัยสาว จึงสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากขึ้น นอกจากนั้นยังรวมไปถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือมีโรคเรื้อรังอื่นๆอีกด้วย จากข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกา ในระหว่างปี 2524-2543 ของคนไข้อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัวพบว่า ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจเรื้อรัง และโรคมะเร็ง จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อนิวโมคอดคัส เพิ่มขึ้นถึง 3.4 6.4 และ 22.9 ตามลำดับ

เชื้อนิวโมคอดคัส...สามารถติดต่อได้โดยผ่านระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ การจาม และการสัมผัสกับละอองเสมหะของผู้ป่วย แม้ว่าการติดเชื้อสามารถรักษาได้ โดยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่ปัจจุบันพบว่า เชื้อนิวโมคอดคัส มีการดื้อยาปฏิชีวนะหลายๆชนิด ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร รวมถึงอาจส่งผลในเรื่องค่าใช้จ่าย หรือระยะเวลาในการรักษาอีกด้วย ดังนั้น การป้องกันการติดเชื้อ หรือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยประชาชนไม่จำกัดวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ผู้ใหญ่วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ สามารถปรึกษาแพทย์-ผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับแนวทางในการป้องกันโรคปอดบวมได้ ทั้งนี้วัคซีนนิวโมคอดคัส ยังเป็นวัคซีนทางเลือก จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่า และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น เช่น ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ซึ่งไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2-3 วัน

ภายในงานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง รู้ทันป้องกัน...โรคปอดบวม นั้น ยังได้เชื้อเชิญคู่แม่ลูกคนดัง เกล็ดดาว-พิมดาว พานิชสมัย รวมถึงผู้บริหารคลื่นวิทยุ / ดี.เจ.คนดัง หัทยา วงษ์กระจ่าง ร่วมตระหนักรู้และป้องกันเกี่ยวกับโรคปอดบวม

เริ่มจากสาวเก่ง เปิ้ล-หัทยา วงษ์กระจ่าง เผยว่า "ยิ่งเราอายุมากขึ้น การดูแลสุขภาพยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยส่วนตัวจะเน้นออกกำลังกายเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น หากเราปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันของเราอาจไม่แข็งแรงพอ ที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ทั้งการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย ก็จะล่าช้าตามไปด้วย เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายสูง ในการรักษาพยาบาล เราจึงควรรับรู้ว่า ตัวเรารวมถึงบุคคลในครอบครัว อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรบ้างหรือไม่ แล้วควรศึกษาหาทางป้องกัน ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือการไปปรึกษาแพทย์ เพราะกันย่อมดีกว่าแก้

...สำหรับโรคปอดบวม เชื่อว่าคนไทยคุ้นกับโรคนี้ แต่บางคนอาจไม่ได้ใส่ใจ ที่จะหาทางป้องกันไว้ก่อน เพราะคิดว่า โรคปอดบวมไม่ร้ายแรง แต่จริงๆอันตรายมาก จึงอยากเชิญชวนทุกคน ให้มาใส่ใจดูแลสุขภาพ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน"

ส่วน เกล็ดดาว พานิชสมัย เสริมว่า "ด้วยเรามีหน้าที่ ทั้งเป็นแม่และเป็นภรรยา เราต้องดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัว...ในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะจะช่วยกันดูแลสุขภาพ พร้อมช่วยกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อเป็นเสมือนเกราะป้องกันสุขภาพ ให้กับสมาชิกรวมถึงตนเองอีกด้วย โดยเราควรศึกษาหาข้อมูล แล้วพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เกี่ยวกับทางเลือกในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อประสิทธิภาพและความคุ้มค่าค่ะ"

ปิดท้ายที่นักแสดงสาวสวย มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย กล่าวว่า "คนส่วนใหญ่...มักจะกังวลถึงโรคปอดบวม ในเด็กเล็กๆเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นโรคติดต่อ เราทุกคน...ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ล้วนแต่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคได้ด้วยกันทั้งนั้น จึงอยากเชิญชวนทุกๆคน ให้ช่วยกันดูแลสมาชิกในครอบครัว อย่างครอบครัวของมัดหมี่เอง คุณแม่จะคอยดูแลสุขภาพของพวกเราเสมอ โดยจะเน้นเรื่องการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พร้อมคอยหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สุดท้ายอยากจะฝากถึงลูกๆทุกคนว่า ขณะที่คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเรามาโดยตลอด เราเองก็อย่างลืมดูแลสุขภาพของท่านด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ...โรคปอดบวม เพราะเราไม่รู้ว่า โรคจะเกิดกับเราและครอบครัวเมื่อไหร่"

เนื่องด้วย โรคปอดบวม...เป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงโรคหนึ่ง อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ อีกทั้งกำลังคุกคามผู้คนอยู่ในขณะนี้ จึงควรให้ความสำคัญ ในการศึกษาหาข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับแนวทางการป้องกันโรค ซึ่งทาง ไฟเซอร์ ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ เกี่ยวกับแนวทางป้องกัน การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถศึกษาข้อมูล หรือติดตามรายละเอียดที่ www.pfizer.co.th ได้เลยค่ะ