คุณประโยชน์เพื่อสุขภาพจาก "สะเดา"

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สะเดา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton ส่วนชื่อสามัญว่า Siamese neem tree, Nim, Margosa, Quinine อยู่ในวงศ์ Meliaceae และยังมีชื่ออื่นๆ อาทิ สะเลียม กะเดา

ทุกส่วนของสะเดา นำมาใช้ได้หมด ไม่ว่า ดอก-ยอดอ่อน แก้พิษโลหิต กำเดา แก้ริดสีดวงในลำคอ บำรุงธาตุ ขับลม และรับประทานเป็นผัก ขนอ่อน ช่วยขับถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะพิการ เปลือกต้น ใช้แก้ไข้ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด ก้านใบ ใช้แก้ไข้ ทำยารักษาไข้มาลาเรีย กระพี้ ใช้แก้ถุงน้ำดีอักเสบ ยาง ใช้ดับพิษร้อน แก่น แก้อาเจียน ขับเสมหะ ราก แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะ ใบ-ผล ช่วยบำรุงธาตุ ใช้เป็นยาฆ่าแมลง ผล มีสารรสขม ใช้ถ่ายพยาธิ ยาระบาย แก้โรคหัวใจผิดปกติ เปลือก-ราก เป็นยาฝาดสมาน แก้ไข้ ทำให้อาเจียน แก้โรคผิวหนัง น้ำมันจากเมล็ด ใช้รักษาโรคผิวหนัง ใช้เป็นยาฆ่าแมลง

อีกทั้งยังเป็นยาขมช่วยให้เจริญอาหาร โดยนำช่อดอกของสะเดามาลวกน้ำร้อน แล้วจิ้มรับประทานกับน้ำปลาหวานหรือน้ำพริก หรือใช้เปลือกสดประมาณ 1 ฝ่ามือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว ส่วนที่ใช้เป็นยาฆ่าแมลง ก็ด้วยมีสารสกัดชื่อ Azadirachin ที่ใช้ในการฆ่าแมลง ซึ่งมีสูตรในการทำ คือนำสะเดาสด 4 กิโลกรัม ข่าแก่ 4 กิโลกรัม ตะไคร้หอม 4 กิโลกรัม นำมาบดหรือตำให้ละเอียด หมักกับน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้ 1 คืน นำน้ำยาที่กรองได้ 1 ลิตร ไปผสมน้ำ 200 ลิตร ใช้ฉีดฆ่าแมลงโดยไม่มีพิษและอันตราย

ผู้ที่มีปัญหาทางผิวหนัง เมื่อพบอากาศแห้ง เช่น ผิวหนังเป็นสะเก็ด เป็นรังแค มีผดผื่นคัน ผิวแห้ง หรือมีอาการคัน ใบสะเดา สมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้อย่างดี ด้วยสรรพคุณของใบสะเดา ที่รักษาได้ทั้งโรคภายใน อาทิ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ขับถ่ายไม่สะดวก เป็นไข้ ตัวร้อน อ่อนเพลีย มีแผลในปาก แล้วยังเป็นยาสำคัญอันดับต้นๆ ในการรักษาโรคภายนอกอีกด้วย อย่างโรคผิวหนัง โดยหมอสมุนไพรทั้งหลาย นิยมนำมาปรุงให้ผู้ป่วยใช้ทา หรือใช้พอกตามโอกาสและความเหมาะสม เพื่อความสะดวกในการใช้และการเก็บรักษา จึงได้นำวิธีการแปรรูปสะเดาให้เป็น "น้ำมันสะเดา" ด้วยกรรมวิธีการดังนี้

1. นำน้ำคั้นใบสะเดา (ไม่เอากาก) 1 ส่วน หากไม่ผสมน้ำ หรือ 2-4 ส่วน แล้วแต่การผสมน้ำ ถ้ามากก็ใช้ 4 ส่วน ถ้าน้อยใช้ 2 ส่วน เนื่องจากใบสะเดา เป็นใบที่ค่อนข้างแห้ง หากตำคั้นน้ำ จะได้น้ำน้อยและคั้นลำบาก บางคนจึงเติมน้ำลงไป แล้วนำไปปั่นกรองเอากากออก 2. นำมาเคี่ยวรวมกับน้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน เคี่ยวจนน้ำระเหยออกหมด เหลือแต่น้ำมัน ตอนแรกอาจใช้ไฟแรงได้ แต่เมื่อน้ำคั้นสะเดาเริ่มงวดเข้ากัน จนเป็นเหมือนโคลนเหนียวปั้นได้ ให้ทำการลดไฟลง 3. เมื่อได้ที่แล้วน้ำมันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม จะมีกากอยู่จำนวนหนึ่ง ให้ตักกากส่วนหนึ่งออกมาเผาไฟ หากมีเสียงแตกหรือมีการดีดของน้ำ แสดงว่าน้ำยังระเหยออกไปไม่หมด ให้เคี่ยวต่อไปจนกระทั่งกากเริ่มแข็ง เป็นเหมือนทราย และเผาไฟแล้วจะไม่มีเสียง ก็จะได้น้ำมันสะเดาที่มีกลิ่นหอมของน้ำมันมะพร้าวเจือปนอีกด้วย

หากท่านใดมีความสนใจ เชิญเข้าเยี่ยมชม ณ ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทร. 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ