ฟาร์มเห็ดจากผงกาแฟ

เกษตรต่างแดน

ขยะที่ไร้ค่านับล้านปอนด์ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นวัสดุสำหรับปลูกพืชในการเกษตร...เป็นผลงานของสองนักศึกษามหาวิทยาลัยจาก UC Berkeley ที่ทำในนามของบริษัท Back to the Roots ที่ทั้งสองก่อตั้งขึ้นมา นิคฮิล อโรรา กับ อเล็กซ์ เวเลซ เริ่มทำฟาร์มเห็ดตามแนวเกษตรกรรมยั่งยืนในชุมชนเมือง โดยนำเอากากกาแฟที่ชงแล้วมาเป็นวัสดุสำหรับปลูกเห็ด

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 2011 สองหนุ่มได้ทำการรวบรวมกากกาแฟที่ไม่ใช้แล้วจากร้าน Peet's Coffee & Tea อันโด่งดังในซานฟรานซิสโก มาแล้วกว่า 250,000 ปอนด์ เพื่อนำมารีไซเคิลทำเป็นวัสดุสำหรับเพาะเห็ด

ตอนที่ปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมา ทั้งคู่กำลังเรียนเทอมสุดท้ายอยู่ที่มหาวิทยาลัยเบิร์คลีย์ ในปี 2009 ตอนแรกสองหนุ่มซึ่งอายุ 23 เท่ากัน ตั้งใจที่จะลงทุนในธุรกิจธนาคารและบริษัทที่ปรึกษา แต่เกิดเปลี่ยนความสนใจระหว่างกำลังเรียนคลาสจริยธรรมทางธุรกิจ และเกิดปิ๊งไอเดียที่จะเพาะเห็ดโดยใช้กากกาแฟที่เหลือทิ้งทั้งหมด

หลังจากผุดไอเดียนี้ขึ้นมาทั้งคู่ก็ตระเวนไปตามร้านกาแฟต่างๆ เพื่อเก็บรวมรวมผงกาแฟที่ชงแล้ว นำมาบรรจุใส่ถังระบายสีแล้วใส่เชื้อเห็ดลงไป ผลการทดลองปรากฏว่าทั้งคู่ประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดนางรมขาวในถัง ซึ่งทำให้ทั้งคู่มองเห็นถึงศักยภาพของเห็ดเหล่านี้...ที่จะเปลี่ยนขยะไร้ค่าให้กลายเป็นเงิน พร้อมๆกับการผลิตอาหารสดให้กับชุมชน

นิคฮิลเล่าว่า "เราไม่รู้กันเลยด้วยซ้ำว่าเห็ดที่ดีควรจะมีรสชาติยังไง เราเลยคิดว่า ต้องไปที่ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมือง" นั่นก็คือ Chez Panisse ร้านอาหารในเบิร์คลีย์ ที่อยู่ไม่ไกลจากแคมปัสของพวกเขา ทั้งสองหิ้วเอาถังเห็ดไปด้วย และโชคดีมากที่วันนั้น อลิซ วอเตอร์ส์ เจ้าของอยู่ที่ร้านพอดี

เธอตื่นเต้นมากและไปตามหัวหน้าเชฟมาคุยด้วย หัวหน้าเชฟจัดแจงนำเห็ดมาทอดและลองชิมดู พร้อมกับประกาศว่า เห็ดรสชาติดีมาก ในวันเดียวกันนั้น สองหนุ่มยังเดินไปสำรวจตลาดอาหารเพื่อสุขภาพในเบิร์คลีย์ ซึ่งปรากฏว่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างก็ตื่นเต้นกับไปไอเดียนี้จนสมัครเป็นลูกค้าทันที สองอาทิตย์ก่อนที่ทั้งสองจะเรียนจบ สองหนุ่มก็ได้รับรางวัลจาก Grant for Social Innovation เป็นเงิน 5,000 ดอลลาร์

นิคฮิลเล่าว่า "หลังเรียนจบ เราก็มองหน้ากัน แล้วตัดสินใจว่า ลืมเรื่องลงทุนที่คิดไว้ตอนแรก มาเป็นนักเพาะเห็ดกันดีกว่า"

นักเพาะเห็ดส่วนใหญ่จะใช้ขี้เลื่อยไม้ โดยหลายคนนำเข้ามาจากประเทศจีนซึ่งต้องลงทุนตัดต้นไม้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นพลังงาน 3 ใน 4 ที่ใช้ในการเพาะเห็ดก็คือส่วนที่หมดไปกับกระบวนการฆ่าเชื้อวัสดุที่ใช้เพาะ แต่ผงกาแฟผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วจากการเทน้ำร้อนเดือดๆผ่านลงไป และในผงกาแฟยังอุดมด้วยเซลลูโลส ซึ่งทำให้มันกลายเป็นวัสดุเพาะที่ดีที่สุด นอกจากนั้นเมื่อผงกาแฟถูกนำไปฝังกลบ มันจะผลิตก๊าซมีเธนออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะไปขัดขวางการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พูดได้ว่ามีแต่ข้อดีด้วยประการทั้งปวง

แต่ยังไม่ใช่แค่นี้...Back to the Roots ยังมีเป้าหมายที่จะนำขยะเหลือใช้ของตัวเองมารีไซเคิลต่ออีกด้วย ผงกาแฟที่เหลือหลังจากเพาะเห็ดแล้ว จะกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินชั้นดี ซึ่งตอนนี้อเล็กซ์และนิคฮิลส่งไปขายที่ตลาดอาหารสุขภาพส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งนำไปบริจาคให้กับสวนผักตามโรงเรียนและตามฟาร์มที่ไม่ได้ทำในเชิงพาณิชย์ ปุ๋ยชนิดนี้เต็มไปด้วยสารอาหาร ใช้แค่เพียงกำมือเดียวก็จะช่วยบำรุงต้นไม้ให้ออกดอกออกผลงอกงาม

นอกจากนั้น ทั้งคู่ยังทำชุดเพาะเห็ดสำหรับครอบครัว หรือ Grow at Home Mushroom Kits บรรจุอยู่ในกล่องขนาดกะทัดรัด เพื่อหวังที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาปลูกอาหารด้วยตัวเอง ผู้ซื้อสามารถนำไปเพาะได้ทันทีโดยไม่ต้องนำออกจากกล่อง ใช้เวลาเพียง 10 วันเห็ดก็จะผลิดอกออกมาจากกล่องโดยตรง โดยแต่ละกล่องจะให้ผลผลิตเห็ดประมาณ 1 ปอนด์ครึ่ง ชุดเพาะเห็ดสำหรับครอบครัวนี้ มีขายในตลาดอาหารสุขภาพแล้วกว่า 300 แห่ง

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตจากไอเดียเล็กๆ จนปัจจุบันมีโกดังขนาด 10,000 ตารางฟุตในโอ๊คแลนด์ แคลิฟอร์เนีย และทีมงาน 14 คน ผลงานเล็กๆที่เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์ ปลูกสำนึกของชุมชน และเป็นธุรกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบนี้ ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งนี้ จนทำให้ชื่อของอเล็กซ์และนิคฮิลถูกจัดเข้าทำเนียบ "Top 25 Entrepreneurs under 25" ของ BusinessWeek เมื่อปี 2010

ในอนาคต สองหนุ่มนักคิดยังมีแผนที่จะต่อยอดธุรกิจสีเขียวของเขาไปอีกเรื่อยๆ โดยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองนำเอากากชาและกากถั่วเหลืองมาใช้ ฟาร์มเพาะเห็ดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเป็นธุรกิจที่หวังแต่ผลกำไรที่เป็นตัวเงิน แต่มุ่งเน้นที่จะกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรู้และนำของเหลือใช้มารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังสนับสนุนการทำเกษตรแบบยั่งยืน และการเกษตรพอเพียง พึ่งพาตนเองอีกด้วย น่าชื่นชมจริงๆค่ะ