วันที่ผมต้องหาบ้านให้ลูกแมวจากฝ้า

เรื่องรอบขอบโต๊ะ

เมื่อคริสต์มาสปี 2555 ผมได้แมวมาเลี้ยงเพิ่ม 1 ตัว จากข้างถนน เป็นทั้งหมด 5 ตัว

"พอแล้วละ" ผมบอกกับตัวเอง "แค่นี้ก็เอาตัวไม่รอด"

พี่ชายของผมก็บอกกับผมว่า "ไม่เอาแล้วนะ"

จะไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา มีลูกแมวอายุประมาณ 1-2 เดือน ตัวเท่าฝ่ามือ ตกลงมาจากฝ้าบ้าน (เป็นสาเหตุให้ไฟบ้านของผมติดๆดับๆมาตลอดเดือนที่ผ่านมา คาดว่าแม่แมวคงไปคลอดลูกบนฝ้า และปล่อยลูกวิ่งเล่น แถมด้วยการแทะสายไฟ) ลูกแมวพวกนี้ที่ตลอดทั้งชีวิต (ไม่กี่เดือน) ของมัน ไม่เคยเจอ 'ลิงไร้ขน' มาก่อนในชีวิต ไม่เคยเจอแมวตัวอื่นนอกจากแม่ของมัน ดันต้องเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมชายคากับแมวอีก 5 ตัวเป็นการชั่วคราว โชคดีที่แมวทั้ง 5 ตัว ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงอย่างดีตลอดระยะเวลาที่พวกมันอยู่กับผม (หรือพวกมันคิดว่าผมให้ของเล่นใหม่พวกมันก็ไม่ทราบ เพราะหลังจากคุ้นเคยกัน พวกมันวิ่งเล่นก็สนุก ยกที่นอนให้ แถมคอยเลียแต่งขนให้อีกด้วย)

ผมจำได้ว่ามีแมวท้องแก่มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้าน โชคดีที่วันนั้นมันมาขอข้าวกิน ผมจึงนำลูกแมวไปคืน แต่สัตว์ โดยเฉพาะแมวน่ะ...ความจำสั้น แค่กลิ่นเปลี่ยนนิดหน่อย มันก็จำไม่ได้แล้ว แน่นอนว่าแม่มัน 'ยก' ลูกให้กับผมอย่างเป็นทางการ

ผมเคยเลี้ยงลูกแมวมาแล้ว 5 ตัว แต่ไม่เคยเลี้ยงลูกแมวที่ไม่เคยเจอคนมาก่อน พวกมันระแวงไม่ยอมกินข้าว กินน้ำ ใช้กระบะทรายสำหรับขับถ่ายเป็นที่นอน

ลูกแมว 2 ตัว ตัวติดกันตลอด ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่งหายไป มันจะร้องตลอดเวลา

อย่างที่บอกไปตอนต้น ทั้งตัวผมและครอบครัว รับลูกแมวเพิ่มอีกไม่ไหวแล้ว ผมจึงเดินหน้าประกาศหาบ้าน (หาคนรับเลี้ยง) ทางอินเทอร์เน็ตทันที

ผมถ่ายรูปพวกมันโดยใช้กล้องโทรศัพท์ (ซึ่งเพื่อนของผมมาบอกทีหลังว่า "มันแบ๊วน้อยไปหน่อย") และไปยังเพจเฟซบุ๊คของ "โครงการรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร" ให้ทางเพจช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ส่วนผมก็รอเพียงอย่างเดียว เมื่อมีคนโทร.เข้ามาคนหนึ่ง ผมดีใจมาก (เพราะทางบ้านก็กดดันให้ผมจัดการกับแมวสองตัวโดยเร็ว)

"แกระวังเจอพวกทรมานสัตว์นะ" เพื่อนของผมบอกกับผม ซึ่งผมก็เคยทราบกรณีที่มีพวกทรมานสัตว์หรือนำหมาและแมวที่ได้ 'ฟรีๆ' จากการ 'หาบ้าน' ไปทำเป็นแม่พันธุ์ สำหรับผม ชีวิตของแม่พันธุ์แย่กว่าอยู่ข้างถนนเสียอีก เพราะพวกมันต้องตั้งท้องอยู่ตลอด เมื่อคลอดท้องหนึ่ง ก็ต้องตั้งท้องต่อไป จนสุขภาพทรุดโทรมและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

นั่นทำให้ผมคิดหนัก...หรือว่าผมควรเลี้ยงมันไว้ดี

แต่เมื่อคิดถึงความยากลำบากที่ต้องเลี้ยงพวกมันเพิ่มอีก 2 ตัว ตอนเล็กๆ พวกมันก็ยังไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์อะไรมากมาย แต่ยิ่งโตแมวพวกนี้ยิ่งทานเก่ง ไหนจะค่าวัคซีน ค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย ผมพิจารณาแล้วว่า "ถ้าอยากให้มันมีชีวิตที่ดี ควรยกให้คนอื่น"

ลูกแมวตัวน้อยๆ 2 ตัว ตกลงมาจากฝ้าในช่วงที่เขาปิดปีใหม่ไปเที่ยวกันพอดิบพอดี น้อยคนนักที่จะเปิดเข้าเฟซบุ๊คแล้วเห็น โชคยังดีที่มีพี่ที่ต่อไปนี้ขอเรียกว่า "พี่เล็ก" โทร.เข้ามา

ผมตรวจสอบประวัติของพี่เล็กทันที ด้วยการแอดเฟซบุ๊ค ผมทราบจากการคุยกันครั้งแรกว่าพี่มีแมวที่เลี้ยงอยู่แล้ว แต่ในหน้าเฟซบุ๊คเพจของพี่เขา ผมกลับสะกิดใจสงสัย เพราะพี่เขาไม่เคยอัพสถานะเลย มีแต่แชร์สถานะของผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์และเด็ก

ผมระแวง...ผมกลัว...ผมสงสาร...ผมรู้สึกผิด หากผลักให้พวกมันลงนรกด้วยตัวเอง ผมจึงถามพี่เขาว่า "พี่เลี้ยงแมวใช่ไหม ช่วยส่งรูปมาให้ผมดูหน่อย"

พี่เขาส่งมาให้ดู ผมใช้ประโยชน์จากการค้นหารูปภาพของ Google เว็บไซต์ค้นหาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด พบว่าไม่ตรงกับรูปภาพใดเลย แสดงว่านี่ไม่ใช่รูปที่ 'ยืม' มา แต่เป็นรูปภาพที่ถ่ายขึ้นใหม่

ผมสบายใจและนัดเจอให้พี่เขามารับในวันรุ่งขึ้น

ทว่า...ในคืนนั้นเอง ความดีใจทั้งหมดของผมต้องพังทลายลง เมื่อพี่เขาติดต่อมาว่า "ขอโทษนะคะ พรุ่งนี้พี่ไปรับแมวไม่ได้แล้ว พอดีพี่เพิ่งช่วยแมวจากข้างถนนมาตัวหนึ่ง ขอโทษจริงๆ นะคะ"

ยอมรับว่าผมผิดหวังและโกรธ แต่ก็เข้าใจ เพราะพี่เขาว่า "เจ้าตัวนี้ก็น่าสงสารเหมือนกัน"

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมพบว่าคนทางบ้านติดต่อให้คนเอามันไปปล่อยไว้ที่บ้านร้าง (ข้างถนน) ผมไม่ต้องการ แต่ทางบ้านบอกว่า "เอามันไปก่อนแล้วกัน"

ผมทำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นผมร้องไห้ ผมสงสารพวกมัน 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น ผมก็ให้คนที่นำไปปล่อยไปจับมันกลับมา ผมได้ลูกแมวทั้งคู่คืนมาสมใจ

นั่นทำให้ผมฮึดสู้อีกครั้ง ขณะที่เตรียมใจไว้แล้วว่า "ถ้าหาบ้านใหม่ให้มันไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเลี้ยงมันแล้วละ"

ผมแบกกล้องตัวใหญ่ที่มืออาชีพใช้กัน ใช้วิชาที่เรียนมาในการถ่ายภาพพวกมัน ผมรู้ว่ารูปที่คนเห็นแล้วต้องกรีดร้องว่า "น่ารัก" นั้นเป็นอย่างไร ผมถ่ายพวกมันหลังจากการอาบน้ำแต่งสวยให้ภาพที่ออกมาน่ารัก ล่อตาล่อใจมากที่สุด

แค่เพียงวันต่อมา ก็มีคนโทร.เข้ามา แต่ผิดกับที่คาดไว้ ไม่ใช่เพราะรูปที่ผมถ่ายออกมาน่ารัก

"พวกนี้เหมือนแมวที่เพิ่งตายไปน่ะค่ะ" พี่ภาว่า เธอเหมือนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าผมระแวงเกรงคนที่รับไปจะดูแลไม่ดี เพราะเธอรับประกันว่าจะดูแลดีที่สุด ไม่ใช่เพราะเป็นตัวแทนแมวที่ตายไป แต่ในฐานะแมวตัวใหม่ที่เอาไว้แก้เหงาให้คนในครอบครัวและตัวพี่เขาที่กำลังซึมเศร้า (ความเหงาเป็นหนึ่งในเหตุผลใหญ่ที่ทำให้คนเลี้ยงสัตว์เลี้ยง)

ผมส่งมอบพวกมันให้กับเธอค่ำวันนั้น ใจหนึ่งผมก็เหงาและคิดถึงพวกมัน แต่เมื่อมันได้ไปอยู่กับคนที่ดูแลพวกมันได้ดีกว่าผม ผมไม่เสียใจเลย ดีใจแทนพวกมันเสียด้วยซ้ำ

พวกมันคงลืมผมแล้ว เพราะแมวเป็นสัตว์ความจำสั้น

นั่นไม่เห็นเป็นอะไรไป

เพราะผมรู้ว่า ผมจะไม่มีวันลืมพวกมันไปชั่วชีวิต