รวมพลคนใจเดียว (กัน) เที่ยว "เกาะเสม็ด"

พลิกฟื้นคืนเพชรงามแห่งบูรพาวิถี กับ "พีทีทีจีซี"
ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

"...การให้นี้ ไม่ว่าจะให้สิ่งใดแก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตาม เป็นสิ่งที่พึ่งประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญ ระหว่างบุคคลกับบุคคล และให้สังคมมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม" หนึ่งใน 108 มงคล พระบรมราโชวาท ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คนไทย เป็นแสงสว่าง และแนวทางแห่งการดำเนินชีวิตด้วยพระเมตตา

จากกรณีที่ได้เกิดเหตุการณ์ท่อรับน้ำมันดิบกลางทะเลของ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รั่วไหลลงสู่ทะเล คราบน้ำมันไหลเข้าสู่บริเวณชายหาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ทำให้ได้เห็นว่ามีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่แสดงความรับผิดชอบเก็บกู้คราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริเวณดังกล่าวกลับคืนสู่สภาวะปกติ มีความปลอดภัย และมั่นใจได้ว่า พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้แล้วค่ะ

ดิฉันได้รับเชิญจาก บริษัทพีทีที โกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีซีจี ให้เดินทางไปกับ 20 นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผู้ฟังรายการตะวันหรรษา ของสถานีวิทยุตรีนิตี้ เรดิโอ FM 98.7 MHz ตอบคำถามถูกต้อง และได้รับรางวัลแพ็คเกจทัวร์ 2 วัน 1 คืน เพื่อลงพื้นที่ทำกิจกรรม CSR ตาม โครงการสัมมนาและกิจกรรม PTT Stands by SAMEDหัวข้อ We Love SAMED เมื่อวันที่ 12-13 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยัน ความตั้งใจจริง และความรับผิดชอบของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ในการช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว ธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนบนเกาะเสม็ดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ และร่วมรณรงค์ให้เกาะเสม็ดกลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมดั่งเดิม และเป็นภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติสำคัญของประเทศไทยต่อไป

"ระยอง" อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนานาชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เป็นเขตพื้นที่การเกษตรและประมงที่สำคัญ มีหมู่เกาะที่งดงามตามธรรมชาติ สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดปี โดยเฉพาะที่ เกาะเสม็ด หรือเกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีไทยเรื่อง พระอภัยมณี ของท่านสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เกาะเสม็ด มีลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยม ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล มีสันเขากลางเกาะที่ลาดลงมาสู่ชายฝั่งทั้งสองด้าน ชายฝั่งด้านตะวันออกเป็นโค้ง และมีหาดทรายมากกว่าสิบแห่ง ฝั่งตะวันตกเป็นหน้าผาหินที่สูงชันไปตลอดตั้งแต่เหนือจรดใต้ มีหาดทรายขาวละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม ผู้คนบนเกาะมีรายได้จากการให้บริการที่พัก ร้านอาหาร รถบริการ กิจกรรมทางทะเล รายงานของกรมอุทยานฯ ระบุไว้ว่าในอดีตเคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กอยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะ

เกาะเสม็ดอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยม ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล มีสันเขากลางเกาะที่ลาดลงมา มีชายฝั่งอยู่ทั้งสองด้าน ชายฝั่งด้านตะวันออกเป็นโค้ง และมีหาดทรายมากกว่าสิบแห่ง ฝั่งตะวันตกเป็นหน้าผาหินที่สูงชันไปตลอดตั้งแต่เหนือจรดใต้ บนเกาะมีถนนเพียงสายเดียวเป็นคอนกรีตสลับกับดิน มีรถสองแถวให้บริการ อัตราค่าบริการมีทั้งแบบเช่าเหมากันเป็นวัน และแบบคิดเป็นเที่ยวต่อคน

ดิฉันเคยพูดคุยกับนักเดินทางมือใหม่ และนักท่องเที่ยวที่เริ่มต้นค้นหาประสบการณ์ครั้งแรก ส่วนใหญ่ให้คำตอบว่า เกาะเสม็ด เป็นเป้าหมายที่จะเลือก เพราะเดินทางสะดวก และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีจุดถ่ายภาพที่ได้มุมสวยงามมากมาย สมดุลทั้งแสงแดด ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชาวชุมชน

คณะนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 07.00 น. มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง เพื่อไปสมทบกับ ดี.เจ.แหม่ม และศิลปินนักร้อง เดอะสตาร์ เอ็ม-อรรถพล พร้อมด้วย ทีมผู้บริหารของพีทีทีจีซี และพีทีที เพื่อขึ้นเรือโดยสารเที่ยว 10.30 น. ข้ามไปยังเกาะเสม็ด เทียบท่าขึ้นที่ ท่าเรือเทศบาลเกาะเสม็ด (อบจ.ระยอง) มี รูปปั้นผีเสื้อสมุทร ยืนต้อนรับและเชิญชวนให้ขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆที่ต้องจดจำ

ก้าวแรกบนเกาะเสม็ดของเหล่านักท่องเที่ยว ศิลปินนักร้อง ดี.เจ. ผู้บริหาร และสื่อมวลชนได้ขึ้นรถบริการประจำถิ่นที่ชาวเกาะเรียกว่า รถสองแถว คันละ 10-12 คน เป็นรถกระบะสีเขียวดัดแปลง และไม่มีหลังคา เพื่อเริ่มต้นทำกิจกรรม CSR กันทันทีที่โรงเรียนเกาะแก้วพิสดาร และสถานีอนามัยเกาะเสม็ด

โรงเรียนเกาะแก้วพิสดาร เป็นสถานศึกษาของชุมชนชาวเกาะเสม็ด มีเด็กนักเรียนชั้นประถม 1-6 ประมาณ 100 คน บุญเชิด สุวรรณทิพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ กับ ดนัย สุขุมวาท ฝ่ายสื่อสารองค์กร ปตท. ดี.เจ.แหม่ม และ เอ็ม-อรรถพล ร่วมกันปรุงอาหาร ร้องเพลง และเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงมื้อกลางวัน มอบอุปกรณ์กีฬาและคูลเลอร์น้ำเย็น ให้กับเด็กนักเรียน โดยมีผู้แทนผู้อำนวยการของโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง และสนุกสนานด้วยความประทับใจ

เด็กๆเล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนเกิดเหตุการณ์ในช่วงแรก ครอบครัว พ่อแม่ และญาติที่ประกอบอาชีพค้าขายและประมงขาดรายได้ เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว เพราะขาดความมั่นใจ และวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของการลงเล่นน้ำทะเล การรับประทานอาหารบนเกาะ แต่ก็รับความช่วยเหลือ และชดเชยรายได้จากผู้ใหญ่ใจดีทั้งภาครัฐและเอกชน

"ตอนนี้หาดทรายบนเกาะเสม็ดกลับคืนความสวย น้ำทะเลใส อาหารทะเลรับประทานได้ พวกหนูก็อยู่บนเกาะกันตลอด อยากให้นักท่องเที่ยว และผู้ใหญ่ใจดี กลับมาเที่ยวที่เกาะเสม็ดกันอย่างที่ผ่านมาค่ะ.."

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สถานีอนามัยเกาะเสม็ด เพื่อมอบกระเป๋าปฐมพยาบาลสำหรับออกหน่วย โดยมี คุณหมอสุเทพ ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเกาะเสม็ด เป็นผู้รับมอบ ผู้บริหารของพีทีทีซีจี และพีทีที ได้สอบถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน การให้ความช่วยเหลือประชาชน และนักท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด ซึ่งประสบอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

"นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการมารักษาพยาบาล เพราะเขาทำประกันเดินทางไว้ ยกเว้นกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้มาใช้บริการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่ เป็นชาวบ้าน และคนทำงานที่พักอาศัยอยู่บนเกาะเสม็ด กับนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุเกิดจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์"

เดินทางสู่ อ่าววงเดือน เพื่อเปิดตัว โครงการสัมมนาและกิจกรรม PTT Stands by SAMEDหัวข้อ "We Love Samed" ได้แก่ ฟังสรุปผลการลงพื้นที่ทำกิจกรรม CSR ข้อเสนอแนะ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารของพีทีทีจีซี ประธานสมาพันธ์สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สคท.) ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับผู้แทนชาวชุมชน ผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร ณ Tom Pizza Resort

บุญเชิด สุวรรณทิพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม ของพีทีทีจีซี ประธานเปิดโครงการฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม CSR ครั้งนี้ ว่าเพื่อรับฟังผลดำเนินงานการร่วมฟื้นฟูการท่องเที่ยว และธรรมชาติของเกาะเสม็ดอย่างต่อเนื่อง โดยนำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และสื่อมวลชนลงพื้นที่จริง เยี่ยมเยือนชุมชน โรงเรียน สถานพยาบาล ผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร เพื่อดูแลจิตใจ และคุณภาพชีวิต เป็นการตอกย้ำว่ายังคงเป็นความตั้งใจจริงของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.)

และกล่าวถึงกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลระหว่างการขนถ่ายจากเรือบรรทุกน้ำมันไปยังโรงกลั่นน้ำมันของพีทีทีจีซี ส่งกระทบมาถึงบริเวณอ่าวพร้าว ซึ่งเป็นชายหาดทางด้านทิศตะวันตกของเกาะเสม็ด เหตุการณ์ในวันนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของเกาะเสม็ด

"พีทีทีจีซีต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทได้พยายามแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ ด้วยการให้ความสนับสนุนและความช่วยเหลือทั้งแรงกาย แรงใจจากทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนจิตอาสาจำนวนมากที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้เราสามารถเก็บคราบน้ำมันในอ่าวพร้าวได้หมดในเวลาประมาณ 10 วัน"

บริษัทฯได้จัดทำแผนฟื้นฟูเกาะเสม็ดในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1. การฟื้นฟู 2. การเยียวยา 3. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการประเมินและติดตามผล 7 ด้าน คือ 1. ด้านสมุทรศาสตร์ 2. แนวปะการัง 3. แหล่งหญ้าทะเล 4. หาดหิน/หาดทราย 5. ป่าชายเลน 6. สัตว์ทะเลหายาก 7. ด้านมลพิษ

แผนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติฯที่ได้ดำเนินการแล้ว คือ 1. การเพาะเลี้ยงปะการัง 2. การติดตั้งปะการังเทียม/บ้านปะการัง 3. การจัดการขยะบนเกาะเสม็ด 4. เรื่องน้ำเสีย 5.เรื่องทุ่นกั้นแนวปะการัง

และร่วมกับสถาบันการศึกษา หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทำการศึกษาวิจัยและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังได้จัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเกาะเสม็ด เรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการบนเกาะเสม็ด และพื้นที่ใกล้เคียงให้กลับคืนมา เพื่อให้การท่องเที่ยวของเกาะเสม็ดกลับมาคึกคักอีกครั้ง

"พีทีทีจีซี ได้เข้ามาช่วยเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวของเกาะเสม็ด และดำเนินการมาโดยตลอดในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา มีการรับฟังข้อคิดเห็นจากชาวเกาะเสม็ด จะมีโครงการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมขยายมาสู่เกาะเสม็ดเพื่อช่วยพัฒนาชุมชนชาวเกาะเสม็ดอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจที่จะอยู่ร่วมกับชุมชนและช่วยกันพัฒนาให้ชุมชนมีความเจริญก้าวหน้าขึ้น" ผู้บริหารพีทีทีจีซีกล่าวไว้

กันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ ประธานสมาพันธ์สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สคท.) ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริษัทนำเที่ยว ได้รับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ที่สามารถเดินทางมาทำกิจกรรมต่างๆได้ และเชื่อมั่นว่า เกาะเสม็ดยังรองรับนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กระตุ้นและผลักดันภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น

อัครวิชย์ เทพสิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดระยอง (ดูแลพื้นที่ระยองและจันทบุรี) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้ประกาศ เปิดอ่าวพร้าว อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในช่วง Hi-Season นี้ และทางอุทยานฯ มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดของน้ำทะเล และการรับประทานอาหารทะเล นักท่องเที่ยวไม่ต้องวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ

เสร็จสิ้นภารกิจสรุปผลการลงพื้นที่ตามโครงการฯแล้ว นักท่องเที่ยว และผู้บริหารเช็คอินเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย จัดไว้สองแห่ง คือ Tom Pizza Resort อ่าววงเดือน และ เสม็ดคลับ รีสอร์ท อ่าวน้อยหน่า ส่วนทีมสื่อมวลชนของ มานพ คำหอม และ สุระพรรณ์ แสงทอง ขอขึ้นรถไปชม ทัศนียภาพรอบเกาะเสม็ด เพื่อเก็บภาพ พระอาทิตย์ตกทะเล และโค้งอ่าววงเดือนที่มีลักษณะคล้ายพระจันทร์ครึ่งดวงยาวประมาณ 500 เมตร อันเป็นที่มาของชื่อ อ่าววงเดือน ค่ะ

กิจกรรมที่เรียกเสียงเชียร์ เฮฮา ทำให้ชายหาดคึกครื้นขึ้นมา คือการแข่งขันตำส้มตำทะเล ระหว่างสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว คือ ทีมบางแคม ทีมอำนาจเจริญ และทีมเหม่งจ๋าย เครื่องปรุง ปู ปลา กุ้ง หมึก ที่นำใช้ในการแข่งขันจัดซื้อมาจากหมู่บ้านชาวประมง กรรมการตัดสินให้ ทีมเหม่งจ๋าย ปุ้ม-ชวัลกร เป็นผู้ชนะ และงานเลี้ยงสังสรรค์ ลั้นลาปาร์ตี้ We Love SAMEDภาคบันเทิงยามค่ำ มีการแสดง และร้องเพลงร่วมกันของ ดี.เจ.แหม่ม และ เอ็ม-อรรถพล นักท่องเที่ยว สื่อมวลชน ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

เช้าวันรุ่งขึ้น รับประทานอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารของรีสอร์ท ชมทัศนียภาพรอบเกาะเสม็ด และถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน แล้วมาอิ่มอร่อยมื้อกลางวันก่อนอำลาเกาะเสม็ดด้วยความประทับใจ ขึ้นเรือข้ามฟากกลับคืนสู่ฝั่งบ้านเพ แวะซื้อของฝากจากทะเลที่ตลาดบ้านเพ จึงเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

"เกาะเสม็ด" ยังคงเป็นปฐมบทของนักเดินทาง และเป็นฝั่งฝันของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวในใจของคนไทยและนานาชาติ ที่จะช่วยกันบอกต่อถึงความงดงามของหาดทรายสวย น้ำทะเลใส ปลอดภัย และความเป็น "ผู้ให้" ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของธรรมชาติ และผู้คนบนเกาะแห่งนี้