สุดท้ายปลายฝัน

ตอนที่ 10 รักเธอ...New Zealand...Till We Meet Again..Soon
เที่ยวต่างแดน

นับแต่วันแรกที่เหยียบบนดินแดนแห่งเมฆสีขาวอันยาวไกล หรือ "เอาเทรัว" (Aotearoa) จวบจนวันสุดท้ายที่ New Zealand เราประจักษ์แก่ใจว่า หลงรัก New Zealand เข้าแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ตั้งแต่รักแรกพบที่...Cape Reinga ที่ยื่นตัวแทรกระหว่างสองทะเลใหญ่ คือทะเลทาสมันที่คลื่นลมรุนแรงเสมอ และมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ไพศาล

รักต่อมาเมือง Ahipara เมืองสงบริมทะเลทาสมัน...

และรัก...ประทับใจที่ Moana Lodge ที่พักน่ารักที่เมือง Plimmerton

อีกเมืองเล็ก คือAkarua เมืองเล็กใกล้ Chrristchurch ที่เรายังติดค้างที่พัก BBH แสนสวย...Half Moon...ที่ Barrya Bay ที่ปิดกิจการช่วงฤดูหนาว ช่วงเราไปตอนเดือนพฤษภาคม ปิดไปแล้ว

Glenorchy เมืองเงียบสงบ สวยลึกซึ้งเป็นอีกเมืองที่เราหมายมั่นว่า...คราวหน้าถ้าได้ไป New Zealand อีกครั้ง...สัญญาว่าจะพักที่นี่อย่างน้อย 3 คืน...แค่นอนพักผ่อน อ่านหนังสือ ไปปิกนิกในป่าชานเมืองหรือริมทะเลสาป Wakatipu ก็สุขเหลือพรรณนาแล้ว...

แล้วยังมีสถานที่ที่เรายังไม่ได้ไปในคราวนี้ เช่น Mount Cook หรือ Oroki ในภาษาเมารีที่แปลว่า "สูงเทียมเมฆ" เนื่องจากจากเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ของNew Zealand อยากเห็นยอด Oroki ว่าสูงเทียมเมฆจริงหรือไม่?

เมือง Dunedin เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น "Edinburg" แห่งแดนใต้ ถนน Balwin ที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่ชันที่สุดในโลก และ Oamara เมืองเล็กริมแปซิฟิก อาคารเก่าแก่ในบรรยากาศวิคตอเรียน ศิลปะผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอังกฤษแบบ "Victorian & Edwardian" กับหินปูนขาววัสดุของท้องถิ่นกลายเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวในแดนใต้

และยังมีเมืองทางใต้สุดของเกาะใต้ Invercargrill อีก ในเมื่อเราไปเหยียบดินแดนเหนือสุดของเกาะเหนือมาแล้ว ควรหาโอกาสไปเยือนดินแดนใต้สุดของเกาะใต้เช่นกัน

...สรุปแล้ว เราสัญญากับตัวเองว่าจะต้องไปเยือน New Zealand เป็นครั้งที่ 2แน่นอน...

Till We Meet Again..Soon