มิติใหม่โครงการนำร่องความร่วมมือภาคี 8 หน่วยงานชุบชีวิตราษฎร

พัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
รายงานพิเศษ

ตอนจบ

ป่าตะวันตกเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเรื่องแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นผืนป่าอนุรักษ์ขนาด11.7ล้านไร่ มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดตากลงมาถึงกาญจนบุรี ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 6 แห่ง มีห้วยขาแข้ง เขตทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติ 11 แห่ง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และห้วยขาแข้งอยู่ติดกัน อุทยานแห่งชาติไทรโยคเชื่อมต่อกันเป็นป่าขนาดใหญ่ผืนเดียวให้สัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างอิสระโดยไม่มีพรมแดนกีดขวาง การสร้างเขื่อนแม่วงก์มีผลกระทบมากมายตั้งแต่ตอนก่อสร้างไปจนถึงหลังจากน้ำท่วม (ข้อมูล แสนก้าว-ล้านหยดเหงื่อ ศศิน เจริญลาภ จากนิตยสารสารคดี ฉบับที่ 345 เดือนพฤศจิกายน)

มีการบันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ถนนสายบ้าแดนสามัคคี ตำบลคุ้มเก่า-บ้านดอนไม้คุ้ม ตำบลสงเปลือย อำเภอเขวง จังหวัดกาฬสินธุ์และทรงพระราชทานนามว่าถนนดิสโก้ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2535 ทั้งนี้ยังมีอาคารสัญลักษณ์แห่งสถานที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

ด้วยความร่วมมือของภาคี 8 หน่วยงาน ในการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือยอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริเป็นหลักชัยของประเทศ จัดแถลงข่าวความร่วมมือในการดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือยสนองพระราชประสงค์โดย สุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

เริ่มต้นด้วยการฉายวีดีทัศน์นำเสนอภาพแห่งความทรงจำที่สร้างความประทับใจมิรู้ลืมกับทุกคนที่ได้ชม ในปี 2495 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก เมื่อเสด็จฯไปยังบ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีถนนเชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนหลัก ระหว่างทางเสด็จฯ รถติดหล่ม ทั้งทหาร ตำรวจ และชาวบ้านช่วยกันเข็นจนรถขึ้นจากหล่ม ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในการเดินทางสัญจรไปมาและการขนส่งผลผลิตการเกษตร จึงได้พระราชทานรถบลูไดเซอร์ให้หน่วยตำรวจตระเวนชายแดนค่ายนเรศวรไปสร้างถนน เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้สามารถนำผลผลิตออกมาจำหน่ายยังชุมชนภายนอกได้อย่างสะดวก ถือได้ว่า โครงการถนนห้วยมงคลเป็นโครงการพัฒนาชนบทอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก

ในปี 2496 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรก มีพระราชดำริให้สร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากทรงทราบความลำบากของประชาชนในหมู่บ้านเขาเต่า ซึ่งมีประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น ขาดแคลนน้ำ ช่วงน้ำทะเลขึ้นน้ำเค็มจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ ทรงเริ่มแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดของชาวบ้านที่นี่เป็นลำดับแรก และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 60,000 บาท เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ก่อสร้างทำนบดินปิดกั้นน้ำทะเล ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำสำหรับชาวบ้านได้ทั้งการอุปโภคบริโภคเลี้ยงปลา เพื่อการเพาะปลูก สร้างแล้วเสร็จและใช้ประโยชน์ได้ในปี 2506 นับเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก

ทุกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4,350 โครงการ หนึ่งพระมหากษัตริย์มหาราชา 86 พรรษา ที่ทรงงานหนักเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย 67 ล้านคนทั่วประเทศ มีการดำเนินการให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ มุ่งหวังให้เป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และเป็นการเรียนรู้ที่ล้วนมีรากฐานดั้งเดิมมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยที่แท้จริง แนวพระราชดำริต่างๆ เกิดจากพระวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ลุ่มลึก รอบด้าน ทรงแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ มิได้มองปัญหาอย่างแยกส่วน มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทั้งวัตถุดิบ และวัสดุเหลือใช้ ทั้งนี้มีประจักษ์พยานให้เห็นถึงการขยายผลสู่ประชาชนมีต้นแบบตัวอย่างจริงให้เห็นและสามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติได้จริง สมดังที่พระปฐมบรมราชโองการที่ว่า "เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน"

เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ผืนดินผืนป่าเป็นห้องทรงงาน ทรงศึกษาข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด ไม่ใช่การอิงตำราทางวิชาการเพียงอย่างเดียว หากทรงทดลองปฏิบัติเป็นการแก้ไขปัญหาตามลำดับขั้นตอนให้เป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อเป็นปัจจัยพื้นที่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของอาณาประชาราษฎร์จนเกิดเป็นโครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำกระจายอยู่ในทั่วทุกภูมิภาคกว่า 3,031 โครงการ โดยมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,115 และอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 39 โครงการ

ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ประเทศไทย มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นประเทศแห่งการเกษตรกรรม แต่ปัจจุบันประสบปัญหาทั้งอุทกภัยและภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากปัญหาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างองค์กร และกฎหมาย ประเทศไทยมีปริมาณน้ำที่กักเก็บได้น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณฝนที่ตก และปริมาณน้ำที่เก็บได้ในอ่างเก็บน้ำในแต่ละปีไม่แน่นอน การขยายพื้นที่เกษตรกรอย่างไม่สมดุล ทำให้ความต้องการใช้น้ำสูงขึ้นทรัพยากรดินเสื่อมโทรม และเกิดปัญหารุกล้ำพื้นที่ป่า ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและขาดแคลนน้ำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ทำให้สภาพฝนปัจจุบันเปลี่ยนไปจากค่าเฉลี่ยในอดีตมาก

ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำเกิดขึ้นได้เมื่อประเทศไทย มีระบบโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ และการจัดการน้ำที่ดีในทุกระดับ และมีความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์น้ำ ในระดับลุ่มน้ำควรมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ส่วนในระดับชุมชนควรมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อสถานการณ์น้ำที่ไม่แน่นอน ควรเร่งดำเนินการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ ขณะนี้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมมีประสิทธิภาพลดลงเป็นอย่างมาก ขาดการบำรุงรักษาจึงต้องเร่งเสริมและฟื้นฟูโครงสร้างโดยเร็ว 1. อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 2. แหล่งน้ำ พื้นที่แก้มลิงพร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำ 3. ลำน้ำ รักษาพื้นที่กันชนป้องกันการบุกรุก 4. รักษาระบบผันน้ำ ระบายน้ำ ลำคลองและระบบสูบน้ำลงสู่ทะเล

ดังนั้น สิ่งต้องเร่งดำเนินการ คือพัฒนาอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม เขื่อนแม่วงก์ ยมบน ยมล่าง โปร่งขุนเพชร สุวรรณคูหา เพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำ ขยายหรือปรับปรุงถนนให้เป็นเส้นทางระบายน้ำหลากได้ด้วย ปรับปรุงระดับถนนในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากให้สามารถควบคุมหรือบังคับทิศทางการหลากของน้ำได้อย่างเป็นระบบ โดยการกำหนดระดับความสูงถนน จุดระบาย ขนาดท่อลอด หรือสะพานที่เหมาะสมเพื่อเสริมการระบายน้ำในลำน้ำ พัฒนาคลองส่งน้ำให้เป็นคลอง 2 in 1 คือให้ส่งน้ำได้ และระบายน้ำได้ โดยการเพิ่มจำนวนช่องบานระบายให้เกินความกว้างคลองเดิมเพื่อลดความเร็วของน้ำและป้องกันความเสียหายต่อประตูระบายน้ำ

การจัดการน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน พื้นที่การเกษตรปัจจุบันมีกว่า 150ล้านไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานร้อยละ 20 ที่เหลืออีกกว่าร้อยละ 80 เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน จึงควรสนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ด้วยการร่วมมือกับชุมชนที่เข้มแข็ง พัฒนาโครงสร้างและการจัดการน้ำชุมชน พื้นที่นอกเขตชลประทานโดยใช้งานแผนที่ ข้อมูลและเร่งสร้างระบบเพื่อขยายผลความสำเร็จจากการจัดการน้ำชุมชน กำหนดมาตรการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดงบประมาณอย่างน้อยร้อยละ 10 เพื่อพัฒนาการจัดการน้ำของชุมชน เพื่อลดปัญหาทั้งน้ำท่วมน้ำแล้งได้

พื้นที่ภาคอีสานมีพื้นที่ในเขตชลประทานเพียง 6% ในขณะที่มีน้ำฝน2.5แสนลูกบาศก์เมตร น้ำฝนลงแม่น้ำโขง 6.5หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เก็บน้ำไว้ได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ต้องรวบรวมข้อมูลนานถึง 20-30 ปี ลงมือก่อสร้างเขื่อนใช้เวลานานถึง 5-6 ปี ถ้าเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ใช้เวลาสิบกว่าปี

"ผมเห็นปัญหาซับซ้อน การสร้างเขื่อนในภาคอีสาน มีการบุกเบิกสร้างในปี 2500 กว่าเพื่อการชลประทานในขณะนั้นประชากรเมืองไทยมีจำนวนเพียง 11 ล้านคน แต่ปัจจุบันนี้ประชากรไทยเพิ่มจำนวนเป็น 67 ล้านคน พื้นที่อยู่เหนือเขื่อนกลายเป็นป่ามันสำปะหลัง พื้นที่ภาคอีสานสูงต่ำไม่เท่ากันจึงมีปัญหาการส่งน้ำให้ทั่วถึงได้ในขณะที่มีความต้องการใช้น้ำค่อนข้างสูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ว่าการบริหารน้ำก็เหมือนกับการสร้างถนน น้ำเยอะก็เหมือนถนนมีรถติด ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีการสร้างระบบระบายน้ำขนาดเล็กโดยความร่วมมือของชุมชน รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าทรัพยากรเป็นของท้องถิ่น การทำงานอย่างมีบูรณาการเป็นคำใหม่

ปัจจุบันมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ มีเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ 63 ชุมชน รวมทั้งชุมชนใน 6 ลำน้ำ และมี 24 แบบอย่างความสำเร็จของการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน แตกต่างจากภูมิสงคมที่จะเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลเป็นเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ แบ่งไปตามพื้นที่ คือ 1. พื้นที่ต้นน้ำ ใช้แผนที่จัดสรรที่ดิน ไฟฟ้าพลังน้ำ ฝายเก็บน้ำขนาดเล็ก 2. พื้นที่น้ำแล้งน้ำหลาก (อ่างพวง สระน้ำแก้มลิง ถนนน้ำเดิน ฟื้นฟูคลองธรรมชาติ ประตูบริหารน้ำ) 3. พื้นที่น้ำกร่อย (ฝายน้ำจืดกั้นน้ำเค็ม) 4. พื้นที่ลุ่มแม่น้ำ (เชื่อมโครงสร้างน้ำ รักษาคุณภาพน้ำ) 5. พื้นที่ชลประทาน (กระจายน้ำ สระน้ำประจำไร่นา)

ทั้งนี้ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมมือกับ กองทัพบกพัฒนาขุดลอกแหล่งน้ำในลุ่มน้ำยม และลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนเพื่อเพิ่มการระบายน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำ ดำเนินการแล้วในปี 2556 จำนวน 10 พื้นที่และมีแผนดำเนินงานในปี 2557อีก 11 พื้นที่ ร่วมมือกับ ภาคเอกชน มูลนิธิโคคา-โคลาประเทศไทย พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นนำไปปรับใช้ให้เกิดผลสำเร็จทั้งเรื่องน้ำ เรื่องอาชีพและความเป็นอยู่

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวถึง ปรัชญาการทำงานของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริมุ่งสนับสนุนส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแก่องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรทางสังคม สถาบันวิชาการ ภาคธุรกิจและภาครัฐในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมิติการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาแบบบูรณาการร่วมกับแผนของชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดแนวทางที่หลากหลายในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศตามภูมิสังคมอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ ด้วยการยึดปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้งรวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้วยการ "ระเบิดจากข้างใน"

"ทุนมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดร้องเพลงทำนองเดียวกันใช้คีย์เดียวกันกับข้าราชการหลายหน่วยงาน รวมทั้งพลังของคนในชุมชนที่มีน้ำจิตน้ำใจโอบอ้อมอารี คนกลุ่มนี้ลุกขึ้นมาด้วยตัวเองเมื่อหมดหน้านาก็พร้อมใจกันร่วมมือกันทำงานอาสาสมัครเพื่อการอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนกันเอง เพื่อให้จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งติดอันดับความยากจนเป็นแหล่งเรียนรู้ในการร่วมมือกันทำงานอย่างแท้จริง"

ความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นกับชาวชุมชนที่หนองเลิงเปือยเพราะปัญหาความแห้งแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ทุกๆ3ปีทำนาได้ครั้งเดียว รายได้ไม่แน่นอน ด้วยแนวทางการพัฒนาด้านการเกษตร เน้นเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมสารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีนำสู่เกษตรปลอดภัย (GAP) จัดการด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การไถกลบตอซังแทนการเผา โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตข้าวนาปี จากเดิม 380 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 450-500 กิโลกรัม/ไร่ ข้าวนาปรัง จากเดิม 600 กิโลกรัม/ไร่เป็น 700-750 กิโลกรัม/ไร่

ด้านปศุสัตว์ พัฒนารูปแบบการเลี้ยงไก่และการจัดการที่ลดความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นๆสำหรับหมู ปรับระบบการเลี้ยงเพื่อป้องกันโรค เพิ่มความรู้ในการจัดการและป้องกันโรค การเตรียมความพร้อมด้านอาหารเพื่อลดต้นทุน ด้านโคและกระบือ จะจัดตั้งโครงการธนาคารโค-กระบือขึ้นให้ยืมเพศเมียรายละ 1ตัว โดยต้องส่งคืนลูกอายุ 18 เดือน ให้กับธนาคารด้านประมง จะเพิ่มผลผลิตการประมงในแหล่งน้ำ โดยตั้งคณะกรรมการชาวบ้านและหน่วยงานในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ส่งเสริมการเลี้ยงปลากินพืชในบ่อดินและการเลี้ยงปลานิลในกระชัง

สุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่าทุกวันนี้หนองเลิงเปือยไม่สามารถเก็บน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ ประชาชนโดยรอบพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือทำประชาคมพร้อมที่จะร่วมมือกันทำงานเพื่อให้หนองเลิงเปือยเป็นโมเดลเพื่อถ่ายทอดกระบวนการทำงานอย่างมีบูรณาการ การทำงานด้วยการระเบิดจากข้างในเพื่อขยายต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ถ้าปล่อยให้ชาวบ้านแบมือขอเป็นความต้องการแบบประชานิยม เท่ากับว่าชาวบ้านไม่พร้อมดำเนินการด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันข้าราชการมีความพร้อมในสามระดับตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่าง ทั้งนี้จะมีการขุดหนองเลิงเปือยเป็นขั้นบันได ทั้งนี้จังหวัดกาฬสินธุ์ยังได้กำหนดวาระคนดี สุขภาพดี รายได้ดี หมู่บ้านจำนวน 1,620 ชุมชน ให้มีสุขภาพดีด้วยการพัฒนาคน

สุวิทย์กล่าวว่า เขาวงเป็นโมเดลหนึ่งของโครงการหนองเลิงเปือย ผืนป่าแม่วงก์ตั้งอยู่ติดตอนเหนือของพื้นที่มรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร มีความอุดมสมบูรณ์มากพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลกในอนาคต เป็นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่ง เลียงผา และสัตว์ป่านานาชนิด สิ่งสำคัญก็คือการพัฒนาคนให้พร้อมที่จะใจสู้ บางคนท้อถอย ก็ต้องเติมพลังให้คนกล้าที่จะต่อสู้ เป็นเรื่องแปลกที่ชุมชนหนองเลิงเปือยเป็นวัยทำงานส่วนใหญ่ เขาพร้อมที่จะระเบิดจากข้างในและเดินหน้าด้วยตัวเองเห็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกัน

มา โพนสีสม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าอ้อย กล่าวถึงความในใจในฐานะที่ เป็นตัวแทนชาวบ้านยื่นถวายฎีกาถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตร เป็นปัญหาแล้งซ้ำซากและน้ำท่วมต่อเนื่องเป็นร้อยปีมาแล้ว "ผมรู้สึกภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปัดเป่าปัญหาและตระหนักถึงความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เราไม่อยากให้พ่อต้องทำงานหนักแต่พระองค์เดียว ตอนนี้พี่ๆโตมากแล้วก็มาช่วยกันทำงานให้สัมฤทธิผล"

ด้วยความร่วมมือของภาคี 8หน่วยงาน ในการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือยอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริเป็นหลักชัยของประเทศ จะมีความคืบหน้าให้เห็นผลสัมฤทธิ์ถึงความร่วมมือของส่วนราชการอย่างมีบูรณาการเพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นหลักชัยในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมยิ่ง...