โครงการพระราชดำริ...สายสัมพันธ์ไทย-ลาว

1
สกู๊ปพิเศษ

ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนลาว โดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ดำเนินการสนองพระราชดำริ นำผลสำเร็จการพัฒนาด้านเกษตร ขยายสู่พื้นที่ต่างๆในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว

การนี้เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดกิจกรรมที่สำคัญภายใต้ "รวมพลังสื่อสืบสานพระราชดำริ" โดยเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานโครงการฯ ให้กับพี่น้องประชาชนลาว กระทั่งทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการผสานด้านความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้มีความแน่นแฟ้นต่อกันตลอดไป

โดยสืบเนื่องจากการที่ ท่านไกสอน พมวิหาน อดีตประธานสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีโอกาสเยี่ยมชมการดำเนินงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคราวเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ต่อมา ท่านไกสอน พมวิหาน มีสาส์นกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานความช่วยเหลือจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการจัดตั้งโครงการศูนย์พัฒนาด้านการเกษตรเพื่อเป็นแบบอย่าง และสถานที่ถ่ายทอดความรู้วิชาการ

ตลอดจนประสบการณ์จากตัวอย่างจริง ให้แก่ราษฎรชาวลาว โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งดำเนินการประสบความสำเร็จ บังเกิดผลดีแก่พสกนิกรชาวไทย ในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามที่ ท่านไกสอน พมวิหาน ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์ฯ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2537

โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีงาม ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขึ้นกับการคุ้มครองของนครหลวงเวียงจันทน์ แผนกกสิกรรมและป่าไม้นครเวียงจันทน์ จัดตั้งและปฏิบัติการตั้งแต่ปี 1996-2013 รวม 17 ปีเต็ม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือเจ้าหน้าที่ของประเทศไทย มีบทบาทดำเนินงานในลักษณะพี่เลี้ยง คอยให้แนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุน กระทั่งโครงการศูนย์ฯสามารถบริหารจัดการตนเอง อีกทั้งยังมุ่งเน้นให้ทาง สปป.ลาว เข้ามีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินงาน หรือคำนึงถึงความพร้อมและความต้องการ

สำหรับรายละเอียดในการดำเนินงาน โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) นั้น ทางหน่วยงานของทั้งสองประเทศ ร่วมกันดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จัดทำระบบสาธารณูปโภค อาคารที่ทำการ อาคารฝึกอบรม โรงเก็บวัสดุและเมล็ดพันธุ์พืช คอกสัตว์ และบ่อเลี้ยงปลา ส่วนการพัฒนาแหล่งน้ำ มีการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยซอน พร้อมสร้างระบบส่งน้ำ สร้างฝายทดน้ำห้วยซั้ว และขุดสระประจำไร่นา

ทางด้านการพัฒนาด้านเกษตร จัดทำแปลงสาธิตเมล็ดข้าวและไม้ผล จนกระทั่งสามารถสนับสนุนพันธุ์พืชให้แก่เกษตรกร ส่วนในด้านปศุสัตว์และการประมง สามารถเพิ่มผลผลิตพันธุ์สัตว์ให้เกษตรกรนำไปขยายผล พัฒนาเป็นอาชีพของตนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมการฝึกอบรมให้กับเกษตรกร เช่น อบรมการเพาะเห็ด อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินด้วยการทำปุ๋ยหมัก และสนับสนุนพันธุ์สัตว์ เช่น เป็ดเทศ ไก่ไข่

เลขาธิการ กปร. สุวัฒน์ เทพอารักษ์ บรรยายพิเศษ ณ ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ความว่า "...จุดที่สำคัญอย่างมาก คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริว่า ไม่ต้องศึกษา ให้ใช้คำว่า ศูนย์พัฒนาและบริการ ด้วยศึกษาในประเทศไทยมามาก ก็ให้นำสิ่งที่คิดว่าดี พัฒนาและบริการให้กับ สปป.ลาว นี่คือหัวใจในการพัฒนา ที่ทำให้ระยะเวลาเร็วขึ้น แล้วนำไปสู่ประชาชนได้แท้จริง ซึ่งครั้งแรกการทำงานทุกโครงการ ต้องมีการเข้ามาสำรวจดิน เพื่อวางแผนการใช้พื้นที่

...นอกจากนั้นพระองค์ท่าน มีพระราชดำริเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน หลังจากเปิดศูนย์และปลูกต้นไม้ ทรงวาดด้วยลายพระหัตถ์ของท่าน ให้ทำเรื่องทฤษฎีใหม่ แบ่งพื้นที่ 4 แปลง แปลงละ 9 ไร่ ให้มีพื้นที่นา สระน้ำ ที่ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์

...แนวทางในการทำงาน มุ่งเน้นด้านการร่วมมืออย่างจริงจัง โดยให้ทาง สปป.ลาว อยากทำด้วย ไม่ใช่ฝ่ายไทยอยากทำฝ่ายเดียว แต่เรามาคุยหาแนวทางที่ดีที่สุด และทางประชาชนลาวได้ประโยชน์สูงสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานสิ่งแรก คือให้สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นมาหนึ่งแห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยซอน มีความจุประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยซอนตรงนี้ ได้เป็นหัวใจสำคัญของโครงการศูนย์ฯ

...แม้โครงการตามพระราชดำริ ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะมีการพัฒนาอะไรก็ตามแต่...ต้องมีน้ำก่อน โดยต้องมีน้ำนำมาใช้ในศูนย์อย่างสมบูรณ์ แล้วส่งไปในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านได้ ต่อมามีการสร้างฝายเก็บน้ำเล็กๆที่ใช้งบประมาณไม่มากนัก เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก่อน แล้วจึงทำการสร้างฝายห้วยซั้วขึ้น กระจายน้ำไปให้พี่น้องประชาชน โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาเปิดเมื่อ 5 มีนาคม 2552

...กิจกรรมต่างๆที่ดำเนินการมา ได้คัดเลือกกิจกรรมที่ดี มีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว จากศูนย์ฯในเมืองไทย มาทำให้กับที่ สปป.ลาว อย่างด้านวิชาการเกษตร ก็เน้นเรื่องไม้ผลเน้นปลูกลำไย มะม่วง ลิ้นจี่ หรือข้าวอินทรีย์ ผักปลอดสาร ไม้ประดับ ส่วนปศุสัตว์เน้นเลี้ยงเป็ดเทศ ที่เลี้ยงง่ายโตเร็วได้ราคา ชาวบ้านเรียกว่า เป็ดพระเทพ แล้วมีเลี้ยงไก่ โค หมู ส่วนประมงก็เช่นกัน เน้นให้ทำเองได้ และการพัฒนาดิน ก็ให้ทำปุ๋ย รู้เรื่องหญ้าแฝก

...คำว่า พัฒนาและบริการด้านการเกษตร เน้นผลสำเร็จไปสู่ประชาชน แล้วยังมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย เข้ามาร่วมเรียนรู้ราว 6 เดือน และเจ้าหน้าที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะหัวแผนกกสิกรและป่าไม้ 17 แห่ง จัดสัมมนาวิชาการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดที่ว่า นำความสำเร็จจากศูนย์ฯสู่ประชาชน บ้างก็อยากให้ระดับเจ้าหน้าที่เข้าอบรม บ้างอยากได้พันธุ์เป็ดเทศ บ้างอยากได้พันธุ์ไม้ผล หรือบ้างอยากได้พันธุ์ปลา จึงออกสัญจรตั้งแต่ปี 2553 นำทีมวิชาการทั้งไทยและลาว เข้าไปคุยกับนักวิชาการแขวงนั้นๆ นำความสำเร็จจากศูนย์ฯ ไปให้ตามความเหมาะสมกับพื้นที่ อย่างพื้นที่เหมาะกับการปลูกไม้ผล ก็นำเรื่องการพัฒนาไม้ผลไปให้ หรืออย่างที่หลวงพระบาง...ต้องการพันธุ์ปลา ก็นำการพัฒนาด้านประมงไปให้เรียนรู้

...ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) มีองค์ความรู้ที่พร้อมแล้ว โดยพยายามให้เห็นว่า ณ วันนี้ศูนย์ฯไม่ได้อยู่นิ่ง แต่มีการกระจายไปหนึ่งสองสามสี่ห้า ดังนั้น ตัวอย่างความสำเร็จ จึงมีความชัดเจน ทำให้แต่ละแขวงแต่ละเมือง ไม่ต้องจัดทำกิจกรรมมากมาย เลือกทำแต่ที่เหมาะสมจริงๆ และทำเห็นผลได้อย่างจริงจัง

...ตัวอย่างความสำเร็จที่สำคัญ ของกระบวนการพัฒนา คือการได้แลกเปลี่ยนความรู้หรือเรียนรู้แก่กัน เราได้เรียนรู้จากทางลาวด้วย แล้วนำตัวอย่างความสำเร็จทางลาว ไปบอกเล่าให้ทางเมืองไทยได้ฟังด้วย นี่เป็นตัวอย่างการแลกเปลี่ยนที่ดี

...กระบวนการทำงาน 3 หลักการ คือเน้นด้านความรู้...สำคัญที่สุด ตัวอย่างการพัฒนาในด้านป่าไม้ หากไม่มีความรู้ในด้านผืนดิน แม้ได้แจกพันธุ์ไม้ออกไปมากมาย...ก็ตายหมด ฉะนั้นความรู้สำคัญมาก แจกพันธุ์ไม้ไปแล้วจัดการอย่างไร ดังนั้น พระเจ้าอยู่หัวถึงตรัสว่า ศูนย์ศึกษาฯ...ศึกษาเพื่อหาความรู้ เมื่อศึกษาดี มีความรู้ และนำไปสู่การพัฒนา แต่จะกล่าวถึงความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องเน้นที่มีพันธุ์ดีอีกด้วย อย่างการเลี้ยงเป็ด...เมื่อได้พันธุ์เป็ดเทศที่ดี ความสำเร็จก็เห็นได้ไวขึ้น และสุดท้าย คือคนดี...คนที่ตั้งใจขยันขันแข็ง หรือต่อสู้มานะอดทน ในการทำการเกษตร...ต้องมีความขยันจริงจัง ถึงจะประสบความสำเร็จได้

...เกษตรกรที่ลาว เล่าให้ผมฟังว่า เค้าถือพร้ามาด้ามเดียว เข้ามาอยู่ในศูนย์ราว 3-4 ปี ทำเกษตรในพื้นที่ 9 ไร่ ที่มีน้ำพร้อม พอออกจากศูนย์ฯไปซื้อที่ได้ ตอนนี้เป็นคนสอนการขยายพันธุ์ไม้ ครั้นไปบรรยายตามที่ต่างๆ มักถามคำถามแรกว่า...มีกินหรือยัง มีกินแล้วก็ดีไป ถ้าไม่มีกินจะทำอย่างไร แล้วถามคำถามสองว่า...พอกินหรือยัง บางครั้งมีกินแล้วแต่ยังไม่พอ สุดท้ายถามคำถามว่า...เหลือกินหรือยัง เมื่อเหลือกินก็ในออกขายได้..."

ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ทำการส่งเสริมและขยายผล ไปสู่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ 9 หมู่บ้าน คือบ้านนายาง บ้านนาซอน บ้านหัวขัว บ้านน้ำเกี้ยงเหนือ บ้านนาซับ บ้านอีไล บ้านหัวช้าง และบ้านหนองคันคู

เมื่อปี 2552 ศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ได้จัดการสัมมนาทางวิชาการ โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างเจ้าหน้าที่กสิกรรมจาก 17 แขวง ของ สปป.ลาว ซึ่งการดำเนินงานประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้หน่วยงานกสิกรรมจากแขวงต่างๆ เล็งเห็นถึงประโยชน์ด้านการขยายผล และการถ่ายทอดสู่เจ้าหน้าที่-นักวิชาการด้านกสิกรรม เพื่อนำองค์ความรู้-เทคโนโลยี ไปพัฒนางานในด้านต่างๆ อาทิ งานชลประทาน งานพัฒนาที่ดิน งานวิชาการเกษตร งานด้านประมง งานด้านปศุสัตว์

หนึ่งในเกษตรกรบ้านน้ำเกี้ยงเหนือ เมืองนาทรายทอง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว อุ่น จะเลินสุก อายุ 54 ปี ปัจจุบันมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี อันเนื่องจากผลสำเร็จด้านความรู้ ที่ได้รับจากโครงการศูนย์พัฒนา และบริการด้านการเกษตร ห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) โดยทางศูนย์ฯทำการคัดเลือกเกษตรกรตัวแบบ ที่มีความขยัน ตั้งใจทำงาน ไม่มีปัญหาเรื่องเมาสุรา หรือไม่ติดสารเสพติด ทำการเลือกไปหมู่บ้านละ 2 คน เข้าอบรมและดูงานในประเทศไทย อย่างที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วนเกษตรภูพาน

ฐานะครอบครัวจะเลินสุก เดิมทีเป็นครอบครัวยากจน ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมของ สปป.ลาว อยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่าน จากพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ อย่างทำนาเพียงเอาไว้กิน หรือเข้าป่า-ลงหนองหาอาหาร เพื่อทำการเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และรายจ่ายยังไม่มากนัก ต่อเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจและสังคม คือสังคมเมืองมีความเจริญเข้ามา ทำให้ชาวบ้านยากจน ไม่พอกิน มีหนี้สิน ซึ่งรวมถึงครอบครัวของแม่อุ่นด้วย

ต่อเมื่อนายวัน...ผู้นำของครอบครัวแม่อุ่น ได้บทเรียนจากเครือข่ายวนเกษตรภูพาน การเรียนรู้วิชาการขยายพันธุ์ไม้ เมื่อกลับก็เริ่มขยายไม้ผล อย่างมะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย หรือไม้ป่าต่างๆ โดยในระยะสามปีแรก ครอบครัวยังไม่เห็นด้วย มาวันหนึ่งมีงานวันเกษตร ตลาดนัดที่ห้วยน้ำไหล ให้แต่ละหมู่บ้านนำสินค้าการเกษตร ออกมาจำหน่ายกัน นายวันเป็นตัวแทนบ้านน้ำเกี้ยง ไปออกร้านจำหน่ายต้นไม้ ระยะเวลาในการขาย 10 วัน รับรายได้สิบล้านกีบ เป็นเงินไทยประมาณสี่หมื่นบาท ด้วยเหตุนี้ครอบครัวจึงเห็นความสำคัญ ของการเพาะขยายพันธุ์ไม้ แล้วเข้ามาช่วยกันทำมาหากิน ต่อจากนั้นก็มีการเผาแกลบ ทำดินอินทรีย์ปลูกไม้ดอก ตอนนี้มีลูกค้าจำนวน 25-30 ราย ก่อเกิดเป็นรายได้เข้าสู่ครอบครัว ราวสองร้อยล้านกีบต่อปี

โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เป็นโครงการต้นแบบในด้านการพัฒนาการเกษตร ซึ่งสามารถนำบทเรียนรู้ หรือประสบการณ์ตรง จากประเทศไทยมาสู่ สปป.ลาว ทำให้เกิดการกินดีอยู่ดีแก่ประชาชนลาว บังเกิดการพัฒนาบ้านเมือง และทำให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข นอกจากนั้นโครงการศูนย์ฯ ยังเป็นโครงการสัญลักษณ์ ในด้านความร่วมมือระดับสูงสุด ระหว่างทั้งสองประเทศ คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศไทยอย่างแท้จริง โดยให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องทุกปี

โดยวันที่ 9 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีการมอบ-รับ โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ กับกรมกสิกรรมและป่าไม้นครเวียงจันทน์ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า